ภาพความเสียหายในเลบานอนจากการโจมตีของอิสราเอล ถูกนำมาอ้างเท็จว่าอิสราเอลถูกโจมตี

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: คลิป “อิสราเอลป่นปี้หนัก”

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ** ภาพในคลิปไม่ใช่อิสราเอลแต่เป็นกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอนที่ถูกอิสราเอลโจมตี

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 25 มี.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “พ่อ จัสมิน หากินทั่วไป” โพสต์คลิปวิดีโออาคารและรถยนต์ได้รับความเสียหาย ฝังข้อความและคำบรรยายว่า “อิสราเอลป่นปี้หนัก” และ “เป็นยังไงไปหาเรื่องอิหร่านเอง” คลิปนี้มียอดรับชมกว่า 3,000 ครั้ง ณ วันที่ 26 มี.ค.

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: เมื่อค้นหาด้วย Google Lens พบว่าคลิปนี้เป็นภาพความเสียหายของอาคารในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอนที่ถูกอิสราเอลโจมตีซึ่งเป็นคลิปที่เคยเผยแพร่โดยสำนักข่าว Al Jadeed ของเลบานอนเมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2569

เปรียบเทียบภาพที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กในไทยอ้างเท็จว่าเป็นความเสียหายในอิสราเอล (ซ้าย) กับภาพที่สถานีโทรทัศน์ Al Jadeed ของเลบานอนเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2569 โดยระบุว่าเป็นย่านหนึ่งในกรุงเบรุตที่ถูกอิสราเอลโจมตีทางอากาศ

นอกจากนี้สำนักข่าว AP ยังเผยแพร่ภาพความเสียหายของอาคารในจุดเดียวกันโดยรายงานว่าอยู่บริเวณย่าน Beir Hassan ของกรุงเบรุต ทางการอิสราเอลระบุว่าปฏิบัติการนี้เป็นการโจมตีเป้าหมายเฉพาะจุดในกรุงเบรุตและภาคใต้ของเลบานอนเพื่อสังหารแกนนำระดับสูงของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 รายและบาดเจ็บ 149 ราย 

คลิปรถถังระดมยิงใส่ฝ่ายตรงข้ามที่สร้างจาก AI ถูกนำมาอ้างเท็จว่าเป็นภาพ “อิหร่านเปิดศึกเต็มพิกัด”

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: คลิป “อิหร่านเปิดศึกเต็มพิกัด” 

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ** เป็นคลิปที่สร้างจาก AI

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 7 มี.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “พ่อ จัสมิน หากินทั่วไป” โพสต์คลิปวิดีโอรถถังจำนวนมากระดมยิงอย่างหนักหน่วง ฝังข้อความในคลิปว่า”อิหร่านเปิดศึกเต็มพิกัดแล้ว” คลิปนี้มียอดรับชมมากกว่า 3.7 ล้านครั้ง และแชร์ต่อกว่า 1,400 ครั้ง ณ วันที่ 25 มี.ค.  

🔎  โคแฟคตรวจสอบ: เมื่อค้นหาด้วย Google Lens พบคลิปที่มีภาพตรงกันถูกโพสต์เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2569 โดยช่องยูทูบ “@xingxing-u7h” ซึ่งเป็นช่องที่นำเสนอคลิปวิดีโอจากเกมแนวจำลองยุทธวิธีทางการทหาร โดยมีข้อความเตือนภาษาจีนและภาษาอังกฤษแปลเป็นไทยได้ว่า “ภาพจำลองที่สร้างขึ้น ไม่ใช่เหตุการณ์จริง”

เจ้าของช่องยูทูบอธิบายในคลิปอื่นที่มีภาพตรงกับคลิปนี้ว่า ภาพจำลองการสู้รบนี้สร้างขึ้นโดย Jiemeng AI Seedance 2.0 model 

สำนักข่าว TNN รายงานเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569 ว่า AI Seedance 2.0 เป็น AI สร้างวิดีโอตัวใหม่ล่าสุดจากบริษัท ByteDance บริษัทแม่ของติ๊กตอก ปัจจุบันเปิดให้ทดลองใช้เฉพาะในประเทศจีนผ่านแอปพลิเคชัน Jimeng AI

เปรียบเทียบภาพจากคลิปที่อ้างเท็จว่าเป็นการ “เปิดศึกเต็มพิกัด” ของอิหร่าน (ซ้าย) กับภาพจำลองการต่อสู้ที่เผยแพร่ทางช่องยูทูบ @xingxing-u7h โดยระบุว่าเป็นภาพที่สร้างด้วย AI Seedance 2.0

“แพทองธารหนุนให้ทุนการศึกษานักเรียนกัมพูชาเพื่อรักษาความสัมพันธ์ไทย-เขมร” เป็นเนื้อหาเท็จ

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: แพทองธาร ชินวัตร หนุนให้ทุนนักเรียนกัมพูชา รักษาสัมพันธ์ไทย-เขมร

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: ** เนื้อหาเท็จ**

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 22 มี.ค. 2569 สมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊ก “แม่ทัพภาคที่ 2” โพสต์ภาพแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ฝังข้อความ “อุ๊งอิ๊งหนุนให้ทุนนักเรียนกัมพูชา รักษาสัมพันธ์ไทย-เขมร” และคำบรรยายว่า “คุณเห็นด้วยหรือเปล่าที่อุ๊งอิ๊งกล่าวว่าการให้ทุนการศึกษากับนักเรียนกัมพูชาเป็นเรื่องดี โดยบอกว่าปรึกษากับทุกภาคส่วนแล้ว เพื่อรักษาความสัมพัuธ์ไทย-เขมร คุณคิดว่าเงินภาษีของไทยควรใช้เพื่อสนับสนุนนักเรียนต่างชาติ หรือควรดูแลเด็กไทยก่อน” (ลิงก์บันทึก)

ต่อมาวันที่ 24 มี.ค. บัญชีติ๊กตอก “ครูพี่กุ้ง” นำเนื้อหาดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อโดยระบุในคลิปวิดีโอว่า “ล่าสุด อุ๊งอิ๊งออกมาหนุนรัฐบาลให้ทุนการศึกษาเด็กกัมพูชา…และที่บอกว่าปรึกษาทุกภาคส่วน เคยถามคนไทยส่วนมากหรือยังว่ามีใครอยากให้มั้ย” คลิปนี้มียอดการรับชมกว่า 1 แสนครั้ง แชร์ต่อมากกว่า 1,300 ครั้ง ณ วันที่ 25 มี.ค. และมีผู้มาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นข้อความด่าทอแพทองธาร (ลิงก์บันทึก)

นอกจากนี้ยังพบโพสต์ที่มีเนื้อหาเดียวกันนี้ในกลุ่มเฟซบุ๊กทางการเมือง เช่น “เรวัช กลิ่นเกษร แฟนคลับ” ยูทูบและอินสตาแกรม ซึ่งมีการเผยแพร่มาตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. 2569

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: จากการค้นหารายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับแพทองธารในรอบเดือน มี.ค. 2569 ไม่พบที่มาหรือรายงานข่าวที่เชื่อถือได้ว่าเธอกล่าวสนับสนุนการให้ทุนนักเรียนกัมพูชาตามที่โพสต์เหล่านั้นอ้าง

บัญชีทางการของพรรคเพื่อไทยและบัญชีโซเชียลมีเดียของแพทองธารก็ไม่มีโพสต์ที่เป็นความเห็นของอดีตนายกฯ ในประเด็นกัมพูชา โพสต์ล่าสุดในอินสตาแกรม @ingshin21 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เธอใช้สื่อสารบ่อยที่สุด เป็นภาพบรรยากาศการสัมมนาพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 24 มี.ค.

โคแฟคส่งเนื้อหานี้ให้ทีมงานกองโฆษกพรรคเพื่อไทยตรวจสอบ และได้รับคำยืนยันเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ว่าข้อความดังกล่าวไม่ใช่ความคิดเห็นของแพทองธาร

📌ข้อสังเกตโคแฟค: ประเด็นเรื่องการให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาแก่เด็กกัมพูชาถูกนำมาสร้างเนื้อหาเท็จอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างคำพูดปลอมของนักการเมืองและนักสิทธิมนุษยชน เช่น โพสต์เท็จว่านฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้สัมภาษณ์ว่าสะเทือนใจมากที่นักเรียนเขมรถูกส่งกลับ สงสารที่ถูกปิดโอกาสในการเรียน และโพสต์ที่อ้างเท็จว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเสนอให้เด็กต่างด้าวในไทยเรียนฟรีถึงปริญญาตรี

2เมษา ชวนร่วมงานวันตรวจสอบข่าวลวงโลก:”Lost in Information: When Disinformation Becomes a Global Risk”  เมื่อ ‘ข้อมูลลวง’ กลายเป็นความเสี่ยงโลก 🌐⚠️

เมื่อคุณหลงทางในข้อเท็จจริง “Lost in Information: When Disinformation Becomes a Global Risk”
เมื่อ ‘ข้อมูลลวง’ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่กำลังกลายเป็นความเสี่ยงระดับโลก 🌐⚠️

ขอเชิญร่วมกิจกรรมสัมมนา เนื่องในวันตรวจสอบข่าวลวงโลก 2569

📅 วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569

⏰ เวลา 12.30 – 18.30 น.

🔎 พบกับวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและนานาชาติ

• กล่าวต้อนรับโดย สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Cofact (ประเทศไทย)

• กล่าวเปิดงานโดย นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการ สสส.

• กล่าวนำโดย วาเนสซ่า สไตน์เม็ทซ์ ผู้อำนวยการโครงการ มูลนิธิฟรีดริช เนามัน เพื่อเสรีภาพ

🌐 ปาฐกถาพิเศษระดับนานาชาติ

 “Lost in Information Disorder: How to Exist?” โดย อีธาน ตู จาก Taiwan AI Lab

• “Reality Check VS Deepfakes from Gen A to BB” โดย โนอา โฮริกูชิ จาก Classroom Adventure ประเทศญี่ปุ่น

🤝 ร่วมประกาศความร่วมมือ “From Alfa to BB รู้เท่าทันข่าวลวงยุค AI” โดยภาคีวิชาการ 

💡 Lightning Talk: “ทบทวนเรื่องเล่าเคล้าอคติสู่การแสวงหาความจริงร่วม”

• อรรวี แตงมีแสง (Natty loves Myanmar)

• กิติพัฒน์ ชื่นสุขจิตต์ (Thai PBS World)

• ทินภัทร ภัทรเกียรติทวี (โพควา โปรดักชั่น)

• พลอยรุ้ง สิบพลาง (EPIGRAM)

• สุภิญญา กลางณรงค์ (Cofact)

ดำเนินรายการโดย ดร.พิมพ์รภัช ดุษฎีอิสริยกุล

🌏 เวที “ปัญญารวมหมู่ จากภูมิภาคสู่นโยบายสาธารณะ”

• มะรูฟ เจะบือราเฮง (D4P) – Scammers ในชายแดนใต้

• กมล หอมกลิ่น – Hate Speech ชายแดนไทย-กัมพูชา

• ผศ.ดร.ณภัทร เรืองนภากุล – AI and Integrity

• รศ.ดร.สุชาดา พงศ์กิตติวิบูลย์ – Information Armageddon

ดำเนินรายการโดย อังคณา พรมรักษา

🎤 อัปเดต “ไฮไลต์ข่าวลวงในรอบปี” จากภาคี Fact Checkers

• Thai PBS Verify

• ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท

• สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP)

• AFP ประเทศไทย

• Cofact ประเทศไทย

ดำเนินรายการโดย สุภิญญา กลางณรงค์

🎭 กิจกรรมพิเศษตลอดงาน

Exercise for Fact Checkers โดย อีสานโคแฟค

• หมอลำ “อย่าฟ้าวเชื่อ อย่าฟ้าวแชร์ อย่าฟ้าวโอน”

ฟังเพลงเพื่อสันติภาพ โดย วงแมวเศษเล็บ

กิจกรรมวัฒนธรรม เดินแบบรณรงค์  “Keep Calm & Fact Check”

✨ เพราะในยุคที่ข้อมูลไหลเร็วกว่า ‘ความจริง’
การตั้งคำถามและตรวจสอบ คือทักษะที่ทุกคนต้องมี
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมที่รู้เท่าทันข่าวลวงในยุคเอไอไปด้วยกัน 🔍
ใจเย็น ตั้งสติ แล้ว เช็กก่อนเสมอ
Keep Calm & Fact Check ✌️

#InternationalFactCheckingDay2026 #Disinformation #FactCheck #MediaLiteracy #AI #ข่าวลวง #Cofact #รู้เท่าทันสื่อ #วันตรวจสอบข่าวลวงโลก2569 #FactFreeFair #KeepCalm #FactCheck

ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่นี่

ดาวน์โหลดกำหนดการ

ภาพในคลิปไม่ใช่เหตุการณ์ที่กรุงเทลอาวีฟแต่เป็นเหตุโจมตีคลังน้ำมันในซาอุดิอาระเบียเมื่อปี 2565

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: คลิปไฟไหม้ในกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล 

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ** เป็นเหตุการณ์กลุ่มกบฎฮูตีโจมตีคลังน้ำมันในซาอุดิอาระเบียเมื่อปี 2565

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 24 มี.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “Mata Dunia” โพสต์คลิปวิดีโอสถานที่แห่งหนึ่งมีไฟลุกท่วม ฝังข้อความและเขียนคำบรรยายที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นเหตุไฟไหม้ในกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงของประเทศอิสราเอล คลิปนี้ถูกแชร์มากกว่า 300 ครั้ง และมียอดรับชมมากกว่า 1.2 แสนครั้ง ณ วันที่ 25 มี.ค.

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: เมื่อค้นหาด้วย Google Lens พบว่า คลิปเดียวกันเคยถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2565 โดยสำนักข่าวรอยเตอร์สซึ่งรายงานข่าวว่าเป็นเหตุการณ์กลุ่มกบฎฮูตีในเยเมนโจมตีคลังน้ำมันของ Aramco ในเมืองเจดดาห์ของซาอุดิอาระเบีย 

เปรียบเทียบภาพจากโพสต์เท็จที่อ้างว่าเป็นเหตุการณ์ที่กรุงเทลอาวีฟของอิสราเอลเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2569 (ซ้าย) กับคลิปที่รอยเตอร์สนำมาประกอบข่าวเหตุโจมตีคลังน้ำมันในซาอุดิอาระเบียเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2565

สำนักข่าว TNN ของไทยก็รายงานข่าวนี้เช่นกันโดยระบุว่า “สื่อต่างประเทศเผยแพร่ภาพวินาทีที่ไฟลุกท่วมโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทซาอุดีอารามโก ในเมืองเจดดาห์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ และตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลแดง กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์ว่า กลุ่มกบฏฮูตีซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในเยเมน ระดมยิงขีปนาวุธและจรวดโจมตีส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้ที่คลังเก็บน้ำมันสองแห่ง”


โคแฟคเตือนภัย “Deepfake” ระบาดหนัก เปิดกลยุทธ์ “3ส.” สกัดข่าวลวง AI ก่อนโลกปั่นป่วน

COFACT จัดเสวนาออนไลน์ “โคแฟคสนทนา: รวมพลคนเช็กข่าวEP.34″ เพื่อให้ความรู้ประชาชนในการรับมือกับข่าวลวงจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความขัดแย้งสูงและเทคโนโลยีการปลอมแปลงรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง COFACT เปิดเผยว่าปัจจุบัน AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น จนบางครั้งแยกไม่ออกว่าอะไรจริงหรือปลอม โดยเฉพาะในช่วงที่โลกเผชิญวิกฤตความขัดแย้ง เช่น สงครามในตะวันออกกลาง ข้อมูลข่าวสารรูปแบบ”ปัญญาประดิษฐ์” ถูกนำมาใช้สร้างความสับสนอย่างเป็นระบบ บางกรณีเป็นการสร้างเนื้อหาปลอมทั้งหมด (Deepfake) หรือบางกรณีเป็นการใช้รูปภาพจริงมาบิดเบือนบริบทเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดซึ่งถือเป็นความเสี่ยงระดับโลก (Global Risk) ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมได้

ด้าน อาจารย์สุทธิมนัส ชินอัครพงศ์ จากภาควิชานิเทศศาสตร์ฯคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายถึงความแตกต่างระหว่างข่าวปลอมยุคเก่าและยุคใหม่ว่า ในอดีตเรามักพบ”Cheapfake” หรือการปลอมแปลงแบบง่าย ๆ เช่น การตัดต่อภาพลวก ๆ หรือการนำภาพเก่ามาเล่าใหม่ในบริบทผิด ๆ แต่ปัจจุบันได้พัฒนาสู่ “Deepfake” ที่ใช้กลไกซับซ้อน สามารถทำให้สิ่งที่ไม่มีอยู่จริงดูเหมือนเกิดขึ้นจริงได้ เช่น การทำให้ภาพนิ่งเคลื่อนไหวหรือสั่งให้คนพูดในสิ่งที่ไม่ได้พูดจริง ด้วยต้นทุนที่ถูกลงมหาศาลเหลือเพียงครั้งละไม่ถึง 100 บาท และใช้เวลาผลิตเพียงไม่กี่นาที ทำให้ปริมาณข่าวลวงพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับการตรวจสอบเบื้องต้น อาจารย์สุทธิมนัสได้แนะนำจุดสังเกตสำคัญ 3 องค์ประกอบ คือ 1. ภาพนิ่ง: ให้สังเกตความบิดเบี้ยวของตัวหนังสือที่มักจะซ้อนทับกันหรืออ่านไม่ออก รูปร่างของคนที่อยู่พื้นหลังอาจดูผิดปกติคล้ายซอมบี้ รวมถึงหลักฟิสิกส์ของแสงและเงาที่อาจไม่สัมพันธ์กัน 2. วิดีโอ: ให้ดูความต่อเนื่องของการเคลื่อนไหวเช่น การเดินที่ขาสลับข้างกันอย่างไม่เป็นธรรมชาติ การกะพริบตาที่ผิดปกติ และการขยับปากที่ไม่ตรงกับเสียง (Lip-sync) 100% และ3. เสียง: สังเกตจังหวะการหายใจและการเว้นวรรคตอนที่อาจจะต่อเนื่องกันเกินไปจนผิดธรรมชาติมนุษย์

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังได้ยกตัวอย่างกรณีคลิปเหตุการณ์ระเบิดในต่างประเทศที่ตรวจสอบพบว่าเป็น AI โดยสังเกตจากตึกที่ไม่ได้รับความเสียหายหลังการระเบิด และเศษวัตถุที่ลอยอยู่บนฟ้าหายวับไปก่อนจะตกถึงพื้น รวมถึงคลิปการลักลอบส่งน้ำมันที่พบว่าตัวหนังสือในคลิปมีการเปลี่ยนแปลงตัวสะกดไปมาระหว่างเล่น และรถบรรทุกบนเรือที่สามารถ “รวมร่าง” กันได้ ซึ่งผิดหลักฟิสิกส์อย่างชัดเจน ทั้งนี้ แนะนำให้ใช้เครื่องมือช่วยตรวจสอบ เช่น Google Lens เพื่อค้นหาที่มาของภาพ, เว็บไซต์ AI Detector ต่าง ๆ หรือการส่งรูปให้ Gemini AI ช่วยตรวจสอบลายน้ำดิจิทัล (SynthID) ที่Google ฝังไว้ในภาพจาก AI

ในช่วงท้ายของการเสวนา วิทยากรได้มอบหลักคิด “3ส.” เพื่อให้ประชาชนใช้ “ตั้งการ์ด” ป้องกันตนเอง คือ 1. สต็อป (Stop) หยุดคิดก่อนแชร์ว่าเนื้อหานั้นกระตุ้นอารมณ์โกรธหรือความกลัวเกินไปหรือไม่ 2. สังเกต (Look) จับผิดร่องรอยความไม่เป็นธรรมชาติตามจุดต่าง ๆ และ 3. สืบ (Search) ค้นหาแหล่งที่มาที่เป็นทางการว่ามีใครยืนยันข้อเท็จจริงนี้บ้าง เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของกลุ่มที่หวังผลประโยชน์จากยอดวิวหรือความขัดแย้งทางการเมือง

สารพัดคลิป-ภาพเก่าถูกขุดมาอ้างเท็จว่าเป็นภาพอิสราเอลถูกโจมตีในการสู้รบตะวันออกกลาง

กองบรรณาธิการโคแฟค

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียทั้งในและต่างประเทศนำคลิปวิดีโอและภาพนิ่งของเหตุการณ์ในอดีตที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่านที่เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 มาเผยแพร่ซ้ำโดยให้ข้อมูลเท็จว่าเป็นภาพความเสียหายในอิสราเอลจากการโจมตีของอิหร่านและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

แม้ว่าอิสราเอลจะถูกโจมตีในการสู้รบในตะวันออกกลางครั้งนี้จริง แต่ภาพและคลิปจำนวนมากไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันหรือเป็นภาพจากประเทศอื่น ผู้ที่นำภาพเหล่านี้มาสร้างความเข้าใจผิดอาจมีเจตนาจะเพิ่มยอดการเข้าชมเพื่อหารายได้จากผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโดยอาศัยช่วงที่ผู้คนให้ความสนใจเรื่องวิกฤตตะวันออกกลาง 

ผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นหรือแชร์เนื้อหาเท็จเหล่านั้น นอกจากจะไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว หลายคนยังให้ความเห็นในลักษณะที่เพิกเฉยต่อความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้น บางคนแสดงความเห็นในเชิงสะใจหรือล้อเล่นขำขันเป็นเรื่องตลก ทั้งที่ภัยจากการสู้รบหรือภัยพิบัติทั้งในปัจจุบันและในอดีตล้วนมีผู้คนเสียชีวิตและเดือดร้อนจำนวนมาก   

โคแฟครวบรวมเนื้อหาเท็จที่พบและตรวจสอบในเดือน มี.ค. 2569 ซึ่งมาไว้เป็นกรณีศึกษาถึงลักษณะการสร้างเนื้อหาเท็จในสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลาง

ภาพซากอาคารในฉนวนกาซา ถูกนำมาอ้างเท็จว่าเป็นภาพกรุงเทลอาวีฟ

วันที่ 20 มี.ค. 2569 สมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊ก “แฟนข่าว​ TOP NEWS THAILAND” โพสต์ภาพซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือน พร้อมคำบรรยายว่า “สภาพใจกลางเมืองหลวงเทลอาวีฟ อิสราเอล ณ ตอนนี้” และอ้างว่าภาพนี้ถ่ายโดยแรงงานชาวอีสานที่ไปรับจ้างปลูกผักในอิสราเอล (ลิงก์บันทึก)


🔎Fact-check: สถานที่ในภาพไม่ใช่กรุงเทลอาวีฟ แต่เป็นฉนวนกาซา ถ่ายโดยช่างภาพของสำนักข่าวรอยเตอร์สเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2568  คำบรรยายภาพระบุว่า “ชาวปาเลสไตน์เดินผ่านซากปรักหักพังของอาคารในเมืองกาซาที่ถูกอิสราเอลโจมตี” ภาพนี้เป็นหนึ่งในภาพชุด “กาซาเป็นอย่างไร หลังตกอยู่ในสงครามมานาน 15 เดือน” ที่รอยเตอร์สเผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2568

คลิปแผ่นดินไหวในตุรกีเมื่อปี 66 ถูกนำมาอ้างเท็จว่าเป็นภาพกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอลเสียหายจากการโจมตีของอิหร่าน

ช่วงต้นเดือน มี.ค. 2569 ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในต่างประเทศโพสต์คลิปวิดีโอสภาพเมืองที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยอ้างว่าเป็นกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอลถูกอิหร่านโจมตี โดยมีคำบรรยาย เช่น “ผลกระทบจากการโจมตีของอิหร่าน อิหร่านเปลี่ยนเทลอาวีฟให้กลายเป็นนรก” และ “ความตายมาถึงอิสราเอล” 

🔎Fact-check: สถานที่ในคลิปไม่ใช่กรุงเทลอาวีฟแต่เป็นภาพความเสียหายในจังหวัดคาห์รามันมาราซ ประเทศตุรกี หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ริกเตอร์เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2566 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 50,000 ราย

ภาพเมืองหลวงเลบานอนถูกอิสราเอลโจมตี ถูกนำมาอ้างเท็จว่าอิสราเอลถูกถล่มด้วยขีปนาวุธอิหร่าน

วันที่ 19 มี.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “Mantanakorn Boonkrong” โพสต์คลิปวิดีโอซากอาคารและความเสียหายในเมืองแห่งหนึ่ง พร้อมข้อความบรรยายว่าที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นเป็นเมืองในอิสราเอลหลังถูกขีปนาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงของอิหร่านโจมตี

🔎Fact-check: ภาพนี้ไม่ใช่เมืองในอิสราเอล แต่เป็นย่าน Haret Hreik ทางตอนใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ที่ถูกอิสราเอลโจมตีทางอากาศเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2569

ภาพผู้โดยสารอพยพจากเครื่องบินอเมริกันแอร์ไลน์ในสหรัฐฯ ถูกอ้างเท็จว่าอิหร่านโจมตีเครื่องบินอิสราเอล

วันที่ 1 มี.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “จอน เพชร” โพสต์คลิปวิดีโอเครื่องบินจอด มีกลุ่มควันและคนวิ่งหนีออกมา ฝังข้อความว่า “เครื่องบินอิสราเอลถูกโจมตีจากอิหร่าน” ด้านล่างมีคำบรรยายภาษาอาหรับ ใช้เครื่องมือแปลสรุปใจความได้ว่า เครื่องบินของอิสราเอลถูกโจมตีที่สนามบินเบน กูเรียนในอิสราเอล เพื่อล้างแค้นให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่เสียชีวิตจากการโจมตีร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอล

  
🔎Fact-check: เครื่องบินในภาพเป็นของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ไม่ใช่ “เครื่องบินอิสราเอล” สังเกตได้จากสัญลักษณ์ที่หางเครื่องบิน คลิปนี้เป็นเหตุการณ์ที่สนามบินเดนเวอร์ในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2568 เครื่องบินลำนี้เกิดไฟลุกไหม้จากเหตุผิดปกติของระบบฐานล้อ ทำให้ต้องอพยพผู้โดยสารด้วยการสไลด์ออกจากเครื่องบินลงมาที่รันเวย์

คลิปไฟไหม้ร้านอาหารในดูไบปี 68 ถูกอ้างเท็จว่าเป็นการโจมตีอิสราเอลในการสู้รบตะวันออกกลาง

วันที่ 7 มี.ค. 2569 บัญชี X “มณีแดง” โพสต์คลิปวิดีโอผู้คนกำลังแตกตื่นวิ่งหนีออกมาจากอาคารที่เกิดเพลิงไหม้ และบรรยายว่า “ดูไบในตอนนี้” (ลิงก์บันทึก)

จากนั้นในวันที่ 16 มี.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “Ridwan Munoh” โพสต์คลิปเดียวกัน ฝังข้อความ” อิสราเอล อัพเดทสถานการณ์วันนี้ โดนลูกยาวอีกแล้ว” และบรรยายว่า “อัพเดทสถานการณ์อิสราเอลอิหร่าน” ซึ่งมียอดรับชมกว่า 1.2 แสนครั้ง ณ วันที่ 18 มี.ค. (ลิงก์บันทึก)

🔎Fact-check: คลิปนี้ไม่เกี่ยวกับการโจมตีหรือการสู้รบ แต่เป็นภาพไฟไหม้ที่ร้านอาหาร Pearl View ในดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2568

เปรียบเทียบภาพที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กและติ๊กตอกชาวไทยอ้างว่าเป็นเหตุโจมตีอิสราเอลและดูไบในสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลาง (ซ้ายและกลาง) กับภาพที่ผู้ใช้อินสตาแกรมในดูไบโพสต์เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2568 โดยระบุว่าเป็นเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหาร Pearl View ในดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ภาพเหตุระเบิด-ไฟไหม้บ้านในสหรัฐฯ เมื่อปี 66 ถูกนำมาอ้างเท็จว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์โจมตีอิสราเอล

วันที่ 14 มี.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “นาย ช่าง” โพสต์คลิปวิดีโอบ้านหลังหนึ่งเกิดระเบิดและมีไฟลุกท่วม ฝังข้อความว่า “เกิดเหตุรุนแรงจากการโจมตีของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์” และบรรยายว่าคลิปนี้เป็นภาพเหตุการณ์ที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์โจมตีอาคารในเมืองกาลิลี ทางตอนเหนือของประเทศอิสราเอล คาดว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 58 คน (ลิงก์บันทึก)


🔎Fact-check: บ้านในคลิปนี้ไม่ได้อยู่ในอิสราเอลและไม่ได้ถูกกลุ่มฮิซบอลเลาะห์โจมตี แต่เป็นเหตุระเบิดและเพลิงไหม้บ้านในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2566 

เปรียบเทียบภาพที่บัญชีเฟซบุ๊ก “นาย ช่าง” อ้างเท็จว่าเป็นเหตุการณ์กลุ่มฮิซบอลเลาะห์โจมตีอิสราเอล (ซ้าย) กับภาพที่สื่อสหรัฐฯ เผยแพร่เมื่อเดือน ธ.ค. 2566 ประกอบรายงานข่าวชายคนหนึ่งยิงปืนและจุดพลุในบ้านที่รัฐเวอร์จิเนีย ก่อนเกิดระเบิดและเพลิงไหม้

คลิปอิหร่านโจมตีอิสราเอล รถไฟไหม้-อาคารเสียหายเป็นภาพเหตุการณ์เก่าเมื่อปี 2568

วันที่ 15 มี.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “ตามีซี มะหะมะ” โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 5 วินาที เป็นภาพรถยนต์หลายคันถูกไฟไหม้ ฝังข้อความว่าอิหร่านโจมตีอิสราเอลอย่างหนักทำให้รถหลายคันเกิดไฟไหม้ และติดแฮชแท็กที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบันที่มีการสู้รบกันระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐฯ


🔎Fact-check: เป็นภาพเหตุการณ์ที่อิหร่านยิงจรวดโจมตีอิสราเอลจริง แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือน มิ.ย. 2568 ที่เมือง Beersheba ไม่ใช่การสู้รบในเดือน มี.ค. 2569

เปรียบเทียบภาพจากคลิปที่โพสต์ในบัญชีเฟซบุ๊ก “ตามีซี มะหะมะ” (ซ้าย) กับภาพจากคลิปที่สำนักข่าวรอยเตอร์สเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2568

ภาพเหตุเพลิงไหม้บ้านในรัฐนิวเจอร์ซี สหรัฐฯ ถูกนำมาอ้างเท็จว่าเป็นการโจมตีบ้านพักนายกฯ อิสราเอล

วันที่ 10 มี.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก “Mtoday” โพสต์คลิปเหตุเพลิงไหม้บ้านหลังหนึ่ง ฝังข้อว่า “บ้านพักเนทันยาฮูในกองเพลิง” และข้อความภาษาอาราบิกแปลเป็นไทยได้ว่าไฟไหม้บ้านของเนทันยาฮูคำบรรยายในโพสต์ระบุว่าบ้านพักของเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลถูกโจมตีด้วยมิสไซล์ ทำให้พี่ชายของเขาเสียชีวิต ส่วนเนทันยาฮูยังไม่รู้ชะตากรรม 

🔎Fact-check: ไม่ใช่ภาพเพลิงไหม้บ้านพักของเนทันยาฮู แต่เป็นภาพเพลิงไหม้บ้านที่พาร์คเพลส เมืองกัลโลเวย์ แอตแลนติกเคาน์ตี รัฐนิวเจอร์ซี สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2569

เปรียบเทียบภาพจากคลิปที่อ้างว่าเป็นเหตุโจมตีบ้านพักนายกฯ อิสราเอล (ซ้าย) กับภาพเหตุเพลิงไหม้บ้านในแอตแลนติกเคาน์ตี รัฐนิวเจอร์ซี สหรัฐอเมริกาที่เผยแพร่ทางเพจเฟซบุ๊ก “hcbphotography” เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2569

คลิปเหตุชุลมุนในกรุงเทลอาวีฟปี 68 ถูกนำมาอ้างเท็จว่าเป็นภาพชาวอิสราเอลวิ่งหนีการโจมตีของอิหร่าน


วันที่ 2 มี.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “Prakaikan Kumtap” (ลิงก์บันทึก) และบัญชี X “มณีแดง” (ลิงก์บันทึก) โพสต์คลิปวิดีโออ้างว่าเป็นภาพเหตุการณ์ที่ชาวอิสราเอลกำลังแตกตื่นวิ่งหนีหาที่หลบภัยจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน


🔎Fact-check: ไม่ใช่ภาพอิสราเอลวิ่งหนีการโจมตีของอิหร่าน แต่เป็นภาพเหตุชุลมุนในงานวันวีรชน (Memorial Day) ที่จัตุรัสฮาบิมา ในกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอลเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2568 เนื่องจากตำรวจใช้กำลังเข้าควบคุมตัวชายต้องสงสัยคนหนึ่งทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่น



Bitkub ยืนยันไม่มีแอปฯ Bitkub Desktop เตือนอย่าคลิกลิงก์ อย่าเข้าสู่ระบบ อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: โฆษณาชวนดาวน์โหลด Bitkub Desktop รับฟรี 50 KUB 

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จและหลอกลวง** Bitkub ยืนยันว่าไม่มีแอปพลิเคชัน Bitkub Desktop เตือนอย่าหลงเชื่อ เสี่ยงตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 22 มี.ค. 2569 มีประชาชนแจ้งเข้ามาในระบบตรวจสอบข่าวของโคแฟค ว่าพบเห็นโฆษณาบนเฟซบุ๊กเชิญชวนให้ดาวน์โหลด Bitkub Desktop โดยอ้างว่าเป็นแอปพลิเคชันที่ “ปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อให้เทรดเดอร์สามารถจัดการคำสั่งซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ” และเมื่อดาวน์โหลดแล้วจะได้รับเหรียญดิจิทัล 50 KUB เข้าบัญชีทันที 

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: Bitkub Exchange ผู้ประกอบการด้านแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลยืนยันกับโคแฟคเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569 ว่าบริษัทไม่มีแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่ชื่อว่า Bitkub Desktop และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับผู้จัดทำและเผยแพร่โฆษณาที่ชวนดาวน์โหลดแอปดังกล่าวเพื่อรับเหรียญดิจิทัล และเตือนประชาชนว่าอย่าเชื่อข้อความเชิญชวนให้ดาวน์โหลดหรือล็อกอินผ่านลิงก์หรือโฆษณา และตรวจสอบให้มั่นใจว่ามาจากช่องทางทางการของ Bitkub เท่านั้นโดยสังเกตเครื่องหมายถูกสีฟ้า (Verified Badge) หลังชื่อโปรไฟล์

โคแฟคพบว่าโฆษณานี้เป็นเนื้อหาหลอกลวงที่เผยแพร่มาตั้งแต่ต้นปี 2568 ซึ่งเพจเฟซบุ๊ก “Bitkub” ได้เคยโพสต์ข้อความเตือนภัยเมื่อวันที่ 17 ม.ค.2568 ว่าโฆษณานี้มีเจตนาหลอกล่อให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมและชักชวนให้รับเหรียญ KUB ขอให้ประชาชนอย่าคลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งที่มาที่ไม่น่าเชื่อถือ และงดเว้นการให้ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน หรือรหัสผ่านแก่บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด

วันที่ 19 มี.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก “Bitkub” โพสต์แจ้งเตือนว่าโฆษณาหลอกลวงให้กดลิงก์ดาวน์โหลด Bitkub Desktop กลับมาระบาดอีกครั้ง “หากเห็นโฆษณาแจก 50 KUB อย่าคลิกลิงก์ อย่าเข้าสู่ระบบเด็ดขาด”

ไม่พบที่มาหรือรายงานข่าวที่เชื่อถือได้ว่านายกฯ อิตาลีแสดงความไม่พอใจ “ทรัมป์” อย่างรุนแรง

กุลธิดา สามะพุทธิ กองบรรณาธิการโคแฟค

❓เนื้อหาที่ตรวจสอบ: จอร์เจีย เมโลนี นายกฯ อิตาลี กล่าวในการแถลงข่าวว่า “ฉันต้องการทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์เข้าใจอย่างชัดเจนว่าอิตาลีจะไม่เป็นเชื้อเพลิงสำหรับสงครามของคุณ”

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ** ไม่พบแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ว่านายกฯ อิตาลีกล่าวถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางและตอบโต้ทรัมป์ด้วยถ้อยคำนี้

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 22 มี.ค. 2569 บัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Muhyiddin Yiding” ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 74,000 บัญชี โพสต์ภาพจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี พร้อมข้อความว่าเมื่อวันที่ 20 มี.ค. เมโลนีแถลงข่าวแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อคำวิจารณ์ของทรัมป์ที่กล่าวหาว่าองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ไม่ยอมทำตามคำร้องขอให้ช่วยคุ้มกันเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านควบคุมอยู่ (ลิงก์บันทึก)

ผู้โพสต์เผยแพร่ข้อความที่อ้างว่าเป็นคำพูดของนายกฯ เมโลนี เช่น 

  • “ฉันต้องการทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์เข้าใจอย่างชัดเจนว่า อิตาลีจะไม่เป็นเชื้อเพลิงสำหรับสงครามของคุณ และเราจะไม่รับผลที่ตามมาจากการกระทำที่ประมาทของคุณ” 
  • “คุณต้องเข้าใจว่าคุณเป็นเพียงประธานาธิบดีของอเมริกา ไม่ใช่ประธานาธิบดีของอิตาลี ฝรั่งเศส หรือเยอรมนี และคุณไม่มีอำนาจเหนืออธิปไตยของประเทศเหล่านี้ เราไม่ใช่ข้าราชบริพารของคุณ”
  • “เราเป็นประเทศอธิปไตยและการตัดสินใจของเรามาจากผลประโยชน์ของประชาชนของเรา ไม่ใช่จากทำเนียบขาว” 
  • “คุณ (ทรัมป์) นั่นแหละที่ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซไม่ปลอดภัย…คุณมีหน้าที่ต่อหน้าชาวโลกที่จะต้องฟื้นฟูช่องแคบให้กลับมาปลอดภัยสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันเหมือนเดิม แก้ไขสิ่งที่คุณทำลายไปซะ”
  • “ยุโรปจะไม่รับผิดชอบต่อการตัดสินใจของคุณ ไม่ว่าจะเป็นถูกหรือผิด และอิตาลีปฏิเสธที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสงครามนี้ ซึ่งเราจะได้รับแต่ความเสียหายเท่านั้น”

โพสต์นี้ถูกแชร์ไปมากกว่า 1,000 ครั้ง ณ วันที่ 23 มี.ค.

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: อิตาลีมีขนาดเศรษฐกิจอันดับต้น ๆ ของโลก เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) และนาโต คำพูดของผู้นำอิตาลีเรื่องการสู้รบในตะวันออกกลางและการตอบโต้ผู้นำสหรัฐฯ ด้วยถ้อยคำรุนแรงเช่นนี้ย่อมต้องถูกรายงานโดยสำนักข่าวทั่วโลก แต่เท่าที่โคแฟคตรวจสอบได้ คำพูดดังกล่าวไม่ปรากฏในรายงานข่าวของสื่อใดเลยรวมถึงสื่อในอิตาลี

เว็บไซต์ทางการของรัฐบาลอิตาลี (governo.it) ซึ่งเผยแพร่แถลงการณ์และถ้อยแถลงที่สำคัญของนายกฯ เมโลนี ก็ไม่มีข้อมูลนี้เช่นกัน ขณะที่เฟซบุ๊ก “Giorgia Meloni” ซึ่งเป็นบัญชีทางการของเธอที่มีผู้ติดตามมากกว่า 4.2 ล้านราย และมักเผยแพร่คลิปการให้สัมภาษณ์ แถลงข่าวหรือสารจากนายกฯ ก็ไม่มีคำพูดถึงทรัมป์ตามที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กในไทยกล่าวอ้าง

โพสต์ดังกล่าวระบุว่าเมโลนีแสดงความไม่พอใจทรัมป์ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าวันที่ 19-20 มี.ค. นายกฯ อิตาลีเข้าร่วมประชุมผู้นำสหภาพยุโรปที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม 

ช่วงเย็นวันที่ 19 มี.ค. เว็บไซต์รัฐบาลอิตาลีเผยแพร่คลิปวิดีโอที่เธอให้สัมภาษณ์สื่อในประเด็นวิกฤตตะวันออกกลาง ซึ่งเมโลนีกล่าวว่าประเทศสมาชิกอียูไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งโดยตรง แต่มุ่งมั่นที่จะใช้วิถีทางทางการทูตเพื่อลดระดับความตึงเครียด และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

สำหรับประเด็นความปลอดภัยในการเดินเรือ อิตาลีได้ออกแถลงการณ์ร่วมกับรัฐบาลอีก 6 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และแคนาดา ประณามอิหร่านที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซและเรียกร้องให้ยุติการโจมตีหรือขัดขวางการเดินเรือเชิงพาณิชย์ในช่องแคบทันที โดยเมโลนีย้ำในการแถลงข่าวว่า “ยังไม่มีการพิจารณาถึงการใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ”  

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 มี.ค. เมโลนีแถลงต่อที่ประชุมสภาอิตาลีเกี่ยวกับวิกฤตตะวันออกกลางโดยเธอกล่าวในช่วงหนึ่งว่า “ดิฉันขอพูดให้ชัดว่าอิตาลีไม่มีส่วนร่วมกับการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน และไม่มีเจตนาจะเข้าร่วม”

เมโลนีวิจารณ์การโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอลว่า “อยู่นอกเหนือกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ” และเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการที่อันตราย ซึ่งสำนักข่าวรอยเตอร์สระบุว่าเป็นการวิจารณ์สหรัฐฯ-อิสราเอลที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เธอเคยพูด

โคแฟคไม่พบรายงานข่าวหรือข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่าเมโลนีตอบโต้คำวิจารณ์ของทรัมป์ที่ตำหนินาโตว่าไม่ช่วยปกป้องช่องแคบฮอร์มุซนั้น แต่เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2569 ก่อนหน้าการโจมตีอิหร่าน เมโลนีได้ตอบโต้ทรัมป์ที่วิจารณ์นาโตว่าเอาแต่ “หลบอยู่ข้างหลัง” ในปฏิบัติการที่อัฟกานิสถาน 

เมโลนีกล่าวว่าเธอรู้สึก “ประหลาดใจ” ที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเช่นนั้น เพราะอิตาลีและประเทศพันธมิตรนาโตได้ร่วมต่อต้านการก่อการร้ายกับสหรัฐฯ อย่างเต็มกำลัง รวมทั้งส่งทหารหลายพันนายไปปฏิบัติการในอัฟกานิสถาน จนทำให้ทหารอิตาลีเสียชีวิตถึง 53 นายและบาดเจ็บมากกว่า 700 นาย

“ด้วยเหตุนี้ คำวิจารณ์ว่านาโตไม่ทำอะไรในอัฟกานิสถานนั้นเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นคำวิจารณ์จากประเทศพันธมิตรของเรา อิตาลีและสหรัฐฯ เป็นมิตรประเทศที่มีความร่วมมือกันมายาวนาน แต่มิตรภาพต้องมาพร้อมกับความเคารพซึ่งกันและกัน” เมโลนีระบุในถ้อยแถลงที่รัฐบาลอิตาลีเผยแพร่บนเว็บไซต์

📌 ข้อสรุปโคแฟค: แม้นายกฯ อิตาลีจะวิจารณ์การโจมตีร่วมของสหรัฐฯ-อิสราเอลในที่ประชุมสภาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. และให้สัมภาษณ์สื่อระหว่างการประชุมผู้นำสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 19-20 มี.ค. โดยยืนยันว่าไม่มีการพิจารณาส่งทหารเข้าไปเปิดช่องแคบฮอร์มุซตามคำร้องขอของทรัมป์ แต่ไม่มีถ้อยคำใดที่เมโลนีกล่าวถึงทรัมป์และสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางตามที่เฟซบุ๊ก “Muhyiddin Yiding” อ้างและมีผู้แชร์ต่อไปเป็นจำนวนมาก 

ถ้อยคำที่อ้างว่าเป็นคำพูดของเมโลนีก็ไม่มีการอ้างอิงแหล่งที่มาชัดเจน และเป็นถ้อยคำที่รุนแรงผิดวิสัยที่ผู้นำประเทศจะแสดงความคิดเห็นหรือตอบโต้กันโดยเฉพาะในประเด็นวิกฤตการณ์ระดับโลก

เรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง

คลิปแย่งซื้อน้ำมันในศรีลังกาเมื่อ 4 ปีก่อน ถูกนำมาอ้างเท็จว่าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: คลิปคนทะเลาะวิวาทแย่งน้ำมันในปั๊มเพราะน้ำมันขาดแคลนจากการสู้รบในตะวันออกกลาง 

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ** เป็นภาพเหตุการณ์ที่ศรีลังกาเมื่อปี 2565  

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 19 มี.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “Bangdee Nara” โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 12 วินาที เป็นเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ฝังข้อความว่า “ด่วน!! ศึกชิงน้ำมันเริ่มแล้ว ประเทศไหนจะรายต่อไป อย่าให้เกิดบ้านเราเลย” และติดแฮชแท็ก “เหตุแย่งซื้อน้ำมัน” 

คลิปนี้มียอดรับชมกว่า 1.4 ล้านครั้ง และแชร์ต่อมากกว่า 5,000 ครั้ง ณ วันที่ 23 มี.ค. 2569  

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: เมื่อค้นหาด้วย Google Lens พบว่าสำนักข่าว Gagana ในศรีลังกาเคยเผยแพร่ภาพเหตุการณ์เดียวกันนี้ทางช่องยูทูบ “Gagana” เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2565 เป็นคลิปความยาว 2.18 นาที มีข้อความบรรยายเป็นภาษาสิงหลแปลเป็นไทยได้ว่า “เหตุทะเลาะวิวาทที่ปั๊มน้ำมัน” แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม 

ภาพนี้ยังปรากฏในรายงานของสำนักข่าว ABP News ของอินเดียในวันเดียวกันโดยรายงานว่าเป็นเหตุทะเลาะวิวาทในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในเมือง Tellippalai ของศรีลังกาซึ่งกำลังประสบวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคหลายอย่างขาดแคลน 

คลิปเหตุการณ์ในศรีลังกาเมื่อปี 2565 ถูกนำกลับมาเผยแพร่ซ้ำโดยสร้างความเข้าใจผิดว่าเป็นความโกลาหลที่เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลทำสงครามกับอิหร่านตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งยังโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลางที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นและหลายประเทศหวั่นวิตกถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน 

สำหรับสถานการณ์น้ำมันล่าสุดในศรีลังกา สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2569 ว่า รัฐบาลศรีลังกาต้องใช้มาตรการปันส่วนน้ำมันเชื่อเพลิงด้วยการให้ประชาชนสลับวันเติมน้ำมันตามเลขคู่-เลขคี่ของป้ายทะเบียนรถ และให้สถานศึกษาและสถานที่ราชการปิดทำการทุกวันพุธเพื่อประหยัดพลังงาน

สรุปข่าวจริง ลวงประจำวันที่ 21 มีนาคม 2569

คลิปสหรัฐทิ้งระเบิดหนักกว่า 14,000 กิโลกรัม ใส่ฐานทัพอิหร่าน…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/ixzhru8kowkj


คลิปอิสราเอลและดูไบถูกโจมตีในสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/1koyjqytjj1nz


คลิปชาวอิสราเอลแห่หลบหนีออกนอกประเทศ…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/3f6pher3xk1ks


“พิธา” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เสนอตัวเป็นผู้แทนไทยเจรจากับอิหร่าน…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/5a3o7mq7izr8


คลิปบ้านพักของ “เบนจามิน เนทันยาฮู” นายกฯ อิสราเอลถูกโจมตี…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/m7633p5wsxgy


คลิปอิหร่านจมเรือรบสหรัฐอเมริกา…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/2wmhm93j0q88k


“อิหร่าน” เปิดทางเรือน้ำมัน “ไทย-จีน-รัสเซีย” ผ่านฮอร์มุซได้…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/2f9lokl1osnco


อ้าง “รัสเซีย” หันใช้ “เงินบาท” ซื้อ-ขายน้ำมัน…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/30o6jchnb7qx9


คลิปอิสราเอลได้รับความเสียหายจากการโจมตีของอิหร่าน…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/2cs7mf9b8672p


คลิปเครื่องบินอิสราเอลถูกอิหร่านโจมตี…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/q0we9xfc28cp


บำนาญ สส. เริ่มต้นสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/3c2ed241lmo9g


“ล้างแอร์ช่วยชาติ 69” รัฐบาลช่วยจ่าย 300 บาท เปิดลงทะเบียน 25 มีนาคมนี้

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/38c2ikxs27131


กินโปรตีนมากทำให้ไตพัง…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/3q9dtpudf41p5


ททท. เสนอแคมเปญใหม่ “แจกตั๋วฟรีบินในประเทศ” ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/17e2i940t7col

ภาพเมืองหลวงเลบานอนถูกอิสราเอลโจมตี ถูกนำมาอ้างเท็จว่าอิสราเอลถูกถล่มด้วยขีปนาวุธอิหร่าน

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: คลิปอิสราเอลได้รับความเสียหายจากการโจมตีของอิหร่าน 

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ** เป็นภาพความเสียหายในกรุงเบรุตของเลบานอนจากการโจมตีของอิสราเอลเมื่อ 14 มี.ค. 2569 

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 19 มี.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “Mantanakorn Boonkrong” โพสต์คลิปวิดีโอซากอาคารและความเสียหายในเมืองแห่งหนึ่ง พร้อมข้อความบรรยายว่าที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นเป็นเมืองในอิสราเอลหลังถูกขีปนาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงของอิหร่านโจมตี คลิปนี้มียอดการรับชมราว 5,100 ครั้ง ณ วันที่ 20 มี.ค. 

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: เมื่อค้นหาด้วย Google Lens พบว่า คลิปเดียวกันนี้เคยถูกโพสต์เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2569 โดยสื่อเลบานอน เช่น MTV Lebanon และ Lebanon24 รายงานว่าเป็นเหตุการณ์ที่อิสราเอลโจมตีย่าน Haret Hreik ซึ่งเป็นชานเมืองทางใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน

สำนักข่าวต่างประเทศ เช่น AFP, Al Jazeera และ Arab News ของซาอุดิอาระเบียเผยแพร่ภาพซากอาคารที่ถ่ายจากมุมเดียวกับในคลิป โดยรายงานตรงกันว่าเป็นภาพความเสียหายของอาคารที่อยู่อาศัยทางตอนใต้กรุงเบรุตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลเมื่อวันที่ 14 มี.ค.