ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐระบุ ยังไม่มีการปรับเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 บาท เป็น 3,000 บาท

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: ปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจาก 600 เป็น 3,000 บาท

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาสร้างความเข้าใจผิด** ปัจจุบันยังไม่มีการปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 28-29 เม.ย. 2569 ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊กและยูทูบแชร์ภาพ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคไทยภักดี พร้อมข้อความระบุว่า “สําเร็จ! ปรับเบี้ยผู้สูงอายุ 600 ➝ 3,000 บาท ผมโคตรภูมิใจ ทําเพื่อพี่น้องคนไทยสําเร็จแล้ว! ร่วมสนับสนุน ปรับเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 เป็น 3,000 บาท พี่น้องไม่ต้องห่วง มติ ส.ส. ผ่านแน่นอน” (ลิงก์บันทึก)

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: วันที่ 29 เม.ย. 2569 ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชนและกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ยืนยันกับโคแฟคว่าขณะนี้ยังไม่มีการปรับเพิ่มเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ข้อมูลจากเว็บไซต์กรมกิจการผู้สูงอายุระบุว่า ปัจจุบันการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นแบบขั้นไดตามช่วงอายุ คือ อายุ 60-69 ปี ได้ 600 บาท อายุ 70-79 ปี ได้ 700 บาท อายุ 80-89 ปี ได้ 800 บาท และอายุ 90 ปีขึ้นไปได้ 1,000 บาท

โคแฟคตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่านับตั้งแต่ สส. ชุดที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 เริ่มเปิดประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 15 มี.ค. จนถึงกำหนดการประชุมล่าสุดวันที่ 30 เม.ย. ยังไม่มีวาระการประชุมว่าด้วยการขอปรับขึ้นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 

นอกจากนี้โคแฟคยังไม่พบหลักฐานว่าข้อความดังกล่าวเป็นคำพูดของ นพ.วรงค์ แต่คาดว่าเป็นข้อความที่สรุปมาจากคำปราศรัยของ นพ.วรงค์ในการประชุมใหญ่พรรคไทยภักดีเมื่อวันที่่ 26 เม.ย. 2569 

ในคลิปคำปราศรัยที่เผยแพร่บนเพจเฟซบุ๊กของพรรคไทยภักดี นพ.วรงค์เสนอให้นำเงินงบประมาณ สวัสดิการของสมาชิกรัฐสภามาจ่ายเป็นบำนาญ 3,000 บาทให้ผู้สูงอายุทุกคนแทน 

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.ระบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวในที่ประชุมใหญ่ของพรรรคเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2569 (ภาพ: เพจเฟซบุ๊กพรรคไทยภักดี)

“ผมเชื่อว่าถ้าเราจัดการโกงได้ ปราบการทุจริตคอร์รัปชันได้ ประเทศชาติจะเจริญ ประชาชนจะอยู่ดีกินดี และพี่น้องผู้สูงอายุจะได้รับบำนาญ 3,000 บาททุกคน และที่สำคัญที่สุด บำนาญ สส. สว. ต้องด่ามัน อายประชาชนบ้างไหม เอาเงินพวกนี้มาจ่ายบำนาญผู้สูงอายุดีไหม ถ้าผู้สูงอายุต้องการบำนาญต้องช่วยกันด่าพวกมันใช่ไหม”

สรุปได้ว่าการจ่ายบำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาทเป็นเพียงข้อเสนอของ นพ.วรงค์ที่เห็นว่าควรยกเลิกสวัสดิการของ สส.-สว. และมุ่งปราบปรามการทุจริตเพื่อให้รัฐมีงบประมาณมากขึ้นในการจ่ายบำนาญให้ผู้สูงอายุ ดังนั้นข้อความที่อ้างว่าปรับเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 บาท เป็น 3,000 บาท สำเร็จแล้ว จึงเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและสร้างความเข้าใจผิด