‘วันแรงงาน’69’ ปัญหาแรงงานข้ามชาติ-แรงงานไทยยังอยู่ในวังวนของอคติและข่าวลวง

เวียนมาอีกครั้งกับ ‘วันแรงงาน’ 1 พฤษภาคมของทุกปี ซี่งจุดเริ่มต้นมาจากการต่อสู้ของแรงงานในสหรัฐอเมริกาช่วงศตวรรษที่ 19 (ปี 2343 – 2442) เพื่อเรียกร้องการกำหนดช่วงเวลาการทำงานและค่าจ้างที่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม สำหรับวันแรงงานในสหรัฐฯ จะเป็นวันจันทร์แรกของเดือนกันยายน ต่างจากอีกหลายประเทศรวมถึงไทยซึ่งถือวันที่ 1 พฤษภาคม และจากอดีตถึงปัจจุบัน แรงงานยังคงมีเรื่องให้ต้องต่อสู้เรียกร้องคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ท่ามกลางหลากหลายปัญหา รวมถึง ‘ข่าวลวง’ และ ‘อคติ’ ที่เป็นภารกิจของโคแฟคในการสร้างความรู้ความเข้าใจ

‘แรงงานข้ามชาติ’ ยังคงถูกมองอย่างมีอคติเหมารวม โดยเฉพาะช่วงความขัดแย้งไทย – กัมพูชา : ดังที่ อรรวี แตงมีแสง แอดมินเพจ Natty loves Myanmar ยกตัวอย่างในงานสัมมนาวาระวันตรวจสอบข่าวลวงโลก 2569 International Fact Checking Day 2026 Lost in information: When Disinformation becomes a global risk. เมื่อข้อมูลลวงกลายเป็นความเสี่ยงโลก เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 ซึ่งโคแฟคเป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน เช่น แรงงานข้ามชาติแย่งงานคนไทย หรือแรงงานข้ามชาติเป็นภาระต่อระบบสาธารณสุขของไทย

สำหรับประเด็นแรงงานข้ามชาติแย่งงานคนไทย อรรวี กล่าวว่า ในความเป็นจริงแรงงานข้ามชาติมาทำงานที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ทำ เป็นงานกลุ่ม 3D คือ สกปรก (Dirty) อันตราย (Dangerous) และยากลำบาก (Difficult) ซึ่งความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน (ล่าสุดที่หาได้และข้อมูลมีความสมบูรณ์คือ ณ เดือนมีนาคม 2568) พบว่า มีชาวต่างชาติทำงานในประเทศไทย 3,391,217 คน เป็นชาวเมียนมามากที่สุด 2,266,373 คน รองลงมาคือชาวกัมพูชา 494,572 คน และอันดับ 3 ชาวลาว 336,578คน

ทั้งนี้ ช่องทางเข้ามาทำงานตามกฎหมายของแรงงานกลุ่มนี้มากที่สุด คือ กลุ่มมติ ครม. 7 ก.พ. 2566 (มาตรา 63/2) รวม 1,567,267 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวเมียนมา 1,325,348 คน อันดับ 1 กิจการก่อสร้าง 215,345 คน อันดับ 2 กิจการเกษตรและปศุสัตว์ 157,662 คน อันดับ 3 กิจการให้บริการต่างๆ ยกเว้นกิจการรับเหมาฯ 143,158 คน ส่วนชาวกัมพูชา 179,591 คน อันดับ 1 กิจการก่อสร้าง 68,504 คน อันดับ 2 กิจการเกษตรและปศุสัตว์ 20,185 คน อันดับ 3 อันดับ 3 กิจการให้บริการต่างๆ ยกเว้นกิจการรับเหมาฯ 15,878 คน และชาวลาว 61,440 คน อันดับ 1 กิจการเกษตรและปศุสัตว์ 11,420 คน อันดับ 2 กิจการผลิตหรือจําหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม 10,848 คน อันดับ 3 งานบ้าน 9,897 คน

รองลงมา คือ กลุ่มมติ ครม. 3 ต.ค. 2566 (มาตรา 63/2) รวม 813,869 คน เป็นชาวเมียนมา676,515 คน อันดับ 1 กิจการก่อสร้าง 203,508 คน อันดับ 2 กิจการให้บริการต่างๆ ยกเว้นกิจการรับเหมาฯ 80,617 คน อันดับ 3 กิจการเกษตรและปศุสัตว์ 60,624 คน ชาวกัมพูชา103,442 คน อันดับ 1 กิจการก่อสร้าง 57,657 คน อันดับ 2 กิจการเกษตรและปศุสัตว์ 9,205 คน อันดับ 3 กิจการให้บริการต่างๆ ยกเว้นกิจการรับเหมาฯ 7,952 คน และชาวลาว 31,170 คน อันดับ 1 กิจการผลิตหรือจําหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม 6,712 คน อันดับ 2 กิจการเกษตรและปศุสัตว์ 6,064 คน อันดับ 3 กิจการก่อสร้าง 4,532 คน

และอันดับ 3 กลุ่มนำเข้าตาม MOU (มาตรา59) 687,414 คน แบ่งเป็นชาวเมียนมา 259,288 คน อันดับ 1 กิจการก่อสร้าง 47,010 คน อันดับ 2 กิจการต่อเนื่องการเกษตร 45,916 คน อันดับ 3 กิจการผลิตหรือจําหน่ายผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ฯ 26,792 คน ชาวกัมพูชา 184,158 คน อันดับ 1 กิจการก่อสร้าง 50,942 คน อันดับ 2 กิจการต่อเนื่องการเกษตร 32,310 คน อันดับ 3 กิจการให้บริการต่างๆ ยกเว้นกิจการรับเหมาฯ 13,633 คน และชาวลาว 243,968 คน อันดับ 1 กิจการผลิตหรือจําหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม 65,574 คน อันดับ 2 กิจการให้บริการต่างๆ ยกเว้นกิจการรับเหมาฯ 30,696 คน อันดับ 3 กิจการเกษตรและปศุสัตว์ 29,779 คน

(หมายเหตุ: จากการสืบค้น ณ วันที่ 28 เม.ย. 2569 แม้ข้อมูลจำนวนชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย จากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน จะมีถึงเดือนพฤศจิกายน 2568 แต่พบว่าเป็นข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ โดยจำนวนคนต่างด้าวตามมาตรา 63/2 (มติ ครม. 24 ก.ย. 2567 และ 4 ก.พ. 2568) แม้จะระบุจำนวนแรงงานชาวเมียนมาไว้ที่ 1,829,379 คน แต่ไม่ได้จำแนกว่าในจำนวนนี้ทำงานอะไรบ้าง จึงยังไม่สามารถนำมาใช้อ้างอิงได้)

ภาพที่ 1 : อาชีพสงวน 4 ประเภท (ห้ามชาวต่างชาติทำเด็ดขาด หรืออนุญาตให้ทำได้ภายใต้เงื่อนไข) 
ที่มา : สำนักงานแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร

ขณะที่ ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ซึ่งออกมาเมื่อปี 2563 แบ่งประเภทงานที่ถูกควบคุม (ห้ามทำหรือทำได้ภายใต้เงื่อนไข) ไว้ 4 บัญชี ประกอบด้วย บัญชีที่ 1 (ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด) จำนวน 27 อาชีพ คือ  (1) งานแกะสลักไม้ (2) งานขับขี่ยานยนต์หรืองานขับขี่ยานพาหนะที่ไม่ใช้เครื่องจักรหรือเครื่องกลในประเทศ ยกเว้น งานขับขี่เครื่องบินระหว่างประเทศ หรืองานขับรถยก (Forklift) (3) งานขายทอดตลาด(4) งานเจียระไนหรือขัดเพชรหรือพลอย (5) งานตัดผม งานดัดผม หรืองานเสริมสวย (6) งานทอผ้าด้วยมือ

(7) งานทอเสื่อ หรืองานทำเครื่องใช้ด้วยกก หวาย ปอ ฟาง ไม้ไผ่ เยื่อไม้ไผ่ พืชหญ้า ขนไก่ ก้านทางมะพร้าว เส้นใย ลวด หรือวัสดุอื่น (8) งานทำกระดาษสาด้วยมือ (9) งานทำเครื่องเขิน (10) งานทำเครื่องดนตรีไทย (11) งานทำเครื่องถม (12) งานทำเครื่องทอง เครื่องเงิน หรือเครื่องนาก (13) งานทำเครื่องลงหิน (14) งานทำตุ๊กตาไทย (15) งานทำบาตร (16) งานทำผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมด้วยมือ(17) งานทำพระพุทธรูป (18) งานทำร่มกระดาษหรือผ้า (19) งานนายหน้า หรืองานตัวแทน ยกเว้นงานนายหน้าหรืองานตัวแทนในธุรกิจการค้าหรือการลงทุนระหว่างประเทศ

(20) งานนวดไทย (21) งานมวนบุหรี่ด้วยมือ (22) งานมัคคุเทศก์หรืองานจัดนำเที่ยว (23) งานเร่ขายสินค้า (24) งานเรียงตัวพิมพ์อักษรไทยด้วยมือ (25) งานสาวหรือบิดเกลียวไหมด้วยมือ (26) งานเสมียนพนักงานหรือเลขานุการ และ (27) งานให้บริการทางกฎหมายหรืออรรถคดี ยกเว้นงานดังต่อไปนี้ (ก) งานปฏิบัติหน้าที่อนุญาโตตุลาการ (ข) งานให้ความช่วยเหลือหรือทำการแทนในการดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการ ในกรณีที่กฎหมายซึ่งใช้บังคับแก่ข้อพิพาทที่พิจารณาโดยอนุญาโตตุลาการนั้นมิใช่กฎหมายไทย

บัญชีที่ 2 (งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยมีเงื่อนไขให้คนต่างด้าวทำงานได้ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือพันธกรณีที่ประเทศไทยมีความผูกพันภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย)” จำนวน 3 อาชีพ คือ (1) งานควบคุม ตรวจสอบ ปฏิบัติงาน หรือให้บริการทางบัญชี ยกเว้นงานดังต่อไปนี้ (ก) งานตรวจสอบภายในเป็นครั้งคราว (ข) งานตามข้อตกลงระหว่างประเทศหรือพันธกรณีที่ประเทศไทยมีความผูกพัน โดยที่สภาวิชาชีพเป็นผู้ให้การรับรองคุณสมบัติ

(2) งานในวิชาชีพวิศวกรรม สาขาวิศวกรรมโยธาที่เกี่ยวกับงานให้คำปรึกษา งานวางโครงการ งานออกแบบและคำนวณ งานควบคุมการก่อสร้าง หรือการผลิต งานพิจารณาตรวจสอบ งานอำนวยการใช้ จัดระบบ วิจัย ทดสอบ ยกเว้นเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามข้อตกลง ยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพของอาเซียน (MRA) รวมทั้งข้อตกลงระหว่างประเทศอื่นที่เกี่ยวกับการ ให้บริการวิศวกรรมข้ามแดน หรือผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร

และ (3) งานในวิชาชีพสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานศึกษาโครงการ งานออกแบบ งานบริหาร และอำนวยการก่อสร้าง งานตรวจสอบ หรืองานให้คำปรึกษา ยกเว้นเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม และวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพของอาเซียนด้านบริการสถาปัตยกรรม (MRA) รวมทั้งข้อตกลงระหว่างประเทศอื่นที่เกี่ยวกับการให้บริการสถาปนิกข้ามแดนจากสภาสถาปนิก หรือผู้ได้รับ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิก

บัญชีที่ 3 (งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยมีเงื่อนไขให้คนต่างด้าวทำงานฝีมือหรือกึ่งฝีมือนั้นได้ก็แต่เฉพาะงานที่มีนายจ้าง)” มีจำนวน 8 อาชีพ คือ (1) งานกสิกรรม งานเลี้ยงสัตว์ งานป่าไม้ หรืองานประมง (2) งานช่างก่ออิฐ งานช่างไม้ หรืองานช่างก่อสร้างอาคาร (3) งานทำที่นอนหรือผ้าห่มนวม (4) งานทำมีด (5) งานทำรองเท้า (6) งานทำหมวก (7) งานประดิษฐ์เครื่องแต่งกาย และ (8) งานปั้นหรือทำเครื่องปั้นดินเผา

และ บัญชี 4 (งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยมีเงื่อนไขให้คนต่างด้าวทำงานนั้นได้ก็แต่เฉพาะงานที่มีนายจ้าง และได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ)” มีจำนวน 2 อาชีพ คือ (1) งานกรรมกร กับ (2) งานขายของหน้าร้าน

อย่างไรก็ตามแรงงานต่างชาติลักลอบเข้ามาทำงานหรือทำงานที่กฎหมายห้าม ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นปัญหาที่ต้องร่วมกันแก้ไข ระหว่างรัฐไทยกับประเทศต้นทางและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในประเทศ เช่นเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย และผู้ประกอบการธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องใช้แรงงานต่างชาติ ไม่ใช้การตีตราว่าเป็นความผิดของแรงงานต่างชาติฝ่ายเดียว ในหลายกรณีที่เกิดขึ้น การที่สื่อมวลชนนิยมพาดหัวข่าวด้วยคำว่าจับต่างชาติ (หรือต่างด้าว) แย่งอาชีพ – แย่งงานคนไทย ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ตอกย้ำอคติเหมารวม

นอกจากอคติแบบเหมารวมที่เกิดขึ้นทั่วไปแล้ว ในช่วงที่เริ่มมีสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย – กัมพูชา แรงงานกัมพูชาที่ทำงานในประเทศไทยยังเผชิญแรงกดดัน มีการยั่วยุในสื่อสังคมออนไลน์ของคนไทยบางส่วนให้ไปทำร้ายแรงงานเหล่านี้ จนถึงขั้นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องออกมาปราม ‘อย่าหัวร้อน’ เตือนว่าการลงไม้ลงมือทำร้ายร่างกายถือว่าเข้าข่ายทำผิดกฎหมายและให้ระมัดระวังในการใช้ถ้อยคำบนพื้นที่ออนไลน์ 

ภาพที่ 2 : จำนวนแรงงานต่างด้าวและผู้ติดตามที่เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมหรือซื้อประกันสุขภาพ 
ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ , สำนักงานประกันสังคม , กองทุนประกันสุขภาพคนต่างด้าวและแรงงานต่างด้าว

ส่วนประเด็นแรงงานข้ามชาติเป็นภาระต่อระบบสาธารณสุขของไทย ในความเป็นจริง หากเป็นแรงงานที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ดังข้อมูลจากรายงาน Thailand Indicators 2568 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม พบว่า ในปี 2567 มีชาวต่างชาติเป็นผู้ประกันตนจำนวน 1,521,270 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวเมียนมามากที่สุด 1,132,377 คน รองลงมาคือชาวกัมพูชา 173,154 คน และอันดับ 3 ชาวลาว 79,870 คน 

เช่นเดียวกับข้อมูลจาก กองทุนประกันสุขภาพคนต่างด้าวและแรงงานต่างด้าว กองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปี 2568 มีคนขึ้นทะเบียนบัตรประกันสุขภาพของกองทุนฯ  จำนวน 713,462 คน แบ่งเป็นแรงงานหรือผู้ติดตามที่มีอายุเกิน 7 ปี 654,534 คน ผู้ติดตามอายุไม่เกิน 7 ปี 50,824 คน และคนต่างด้าวทั่วไป 8,104 คน สัดส่วนชาวต่างชาติที่ขึ้นทะเบียนบัตรประกันสุขภาพ พบว่าเป็นชาวเมียนมามากที่สุด ร้อยละ 44.2 ตามด้วยชาวลาว ร้อยละ 30.5 และชาวกัมพูชา ร้อยละ 22.8 

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ามีชาวต่างชาติทั้งที่ทำงานและเป็นผู้ติดตามบางส่วนไม่เข้าระบบประกันสังคมหรือซื้อประกันสุขภาพจริง โดยจากการเปิดเผยของ สุรสักย์ ธไนศวรรยางค์กูร ที่ปรึกษาแผนงานสุขภาพประชากรข้ามชาติ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)  ในงานเสวนา “ปลดล็อกสุขภาพประชากรข้ามชาติ สู่นวัตกรรมและข้อเสนอแนะเพื่อหลักประกันสุขภาพที่ครอบคลุมและยั่งยืน” วันที่ 16 ก.พ. 2569 ตามรายงานของ Hfocus ว่า ยังมีแรงงานข้ามชาติที่แม้จะทำงานอย่างถูกกฎหมายแต่ไม่มีหลักประกันสุขภาพใดๆ อีกราว 1 ล้านคน 

ทั้งนี้ มีตัวอย่างจากโรงพยาบาลในจังหวัดที่มีแรงงานข้ามชาติจำนวนมาก เช่น สมุทรสาคร ชลบุรี หรือบุรีรัมย์ ซึ่งพบว่ามีรายได้กองทุนหมุนเวียนดีขึ้นจากการขายบัตรประกันสุขภาพและการอยู่ในระบบประกันสังคม ชี้ให้เห็นว่าหากระบบถูกออกแบบมาดีจะสามารถเสริมความมั่นคงทางการเงินสถานพยาบาลได้ แต่หากคนทำงานยังอยู่นอกระบบประกันสุขภาพ จะมีความเสี่ยงทั้งกับตัวแรงงานเองและสังคมรอบข้าง เช่น โรคติดต่อ 

ภาพที่ 3 โปสเตอร์เตือนภัยระวังถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ 
ที่มา : ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน GCC

– ถูกหลอกทำงานต่างประเทศ’ ยังเป็นเรื่องน่าห่วงสำหรับแรงงานไทย : หลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานต่างๆ ในประเทศไทยยังคงออกคำเตือนสม่ำเสมอเรื่องโฆษณาชวนเชื่อ ‘งานสบายรายได้ดี’หากหลงเชื่อระวังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพโดยเฉพาะแหล่งงานในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ วันที่ 17 ต.ค. 2568 มูลนิธิอิมมานูเอล พาตัวแทนผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขอให้ช่วยเหลือผู้เสียหาย 128 ราย ที่ถูกหลอกโดยอ้างว่ามีงานทั่วๆ ไป ตั้งแต่คนครัว ขนส่ง แอดมิน ฯลฯ แต่อ้างว่าให้ไปทำงานที่ จ.สระแก้ว เพราะสำนักงานในกรุงเทพฯ ไม่มีตำแหน่งว่าง ก่อนถูกพาข้ามแดนไปยังประเทศกัมพูชาแล้วถูกบังคับให้เข้าร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ – สแกมเมอร์

หรือรายงานจากสำนักข่าวช่อง 7 HD วันที่ 9 มี.ค. 2569 กรรณิกา โมเล้น หัวหน้าฝ่ายรับแจ้งเหตุและประสานงาน ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิกระจกเงารับแจ้งคนหายจำนวน 119 คน เป็นชาย 73 คน และหญิง 46 คน ในจำนวนนี้เป็นเยาวชน อายุน้อยที่สุด 15 ปี และผู้สูงอายุ อายุมากที่สุด 65 ปี ที่ถูกหลอกไปทำงานหรือเปิดบัญชีที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

ปัญหาสำคัญที่ยังมีคนตกเป็นเหยื่อของแก๊งสแกมเมอร์ ก็คือยังมีเหยื่อที่เข้าไม่ถึงข้อมูลวิธีการหลอกลวงอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ทราบรูปแบบการหลอกลวง จึงหลงเชื่อไปสมัครงาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ที่ก็เคยมีผู้สูงอายุ 65-66 ปี ถูกหลอกพาไปกัมพูชา เพื่อให้ไปสแกนหน้าบัญชีม้าให้แก๊งสแกมเมอร์ ผู้สูงอายุบางคนเข้าใจว่าเป็นงานให้เช่าบัญชีธนาคาร เข้าใจว่าไม่ได้เสียหาย แต่ในทางข้อกฎหมายคือมีความผิดเพราะนำไปใช้หลอกผู้เสียหายคนอื่น เมื่อไปถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ก็ไม่สามารถกลับตัวได้ทัน กรรณิกา กล่าว 

นอกจากประเทศเพื่อนบ้าน ยังมีการหลอกลวงให้ไปทำงานในประเทศอื่นๆ เช่น ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. 2568 – 28 เม.ย. 2569 เมื่อค้นหาด้วยคำว่า ‘ต่างประเทศ’ ในระบบของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่า มีการแจ้งเตือนคำโฆษณาที่เข้าข่ายหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศ โดยเป็นการชักชวนไปออสเตรเลียมากที่สุด 44 ข่าว รองลงมาคือ อิสราเอล 2 ข่าว เกาหลีใต้ 1 ข่าว นอกจากนั้นยังมีการเตือนบริษัทหรือตัวแทนจัดหางานต่างประเทศที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายอีก 7 ข่าว

ภาพที่ 4 : โปสเตอร์โปรโมทสารคดี ‘Blood Berries หมากไม้’ 
ที่มา : House Samyan

รวมถึงที่เป็นคดีใหญ่ต้องติดตาม คือกรณีแรงงานไทยถูกชักชวนไปทำงานเก็บผลไม้ที่ประเทศฟินแลนด์ แต่เมื่อไปถึงกลับถูกยึดหนังสือเดินทางและหักค่าใช้จ่ายต่างๆ สูงเกินจริงและต้องกลายเป็นหนี้ ซึ่งทางการฟินแลนด์ได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแล้ว ขณะที่ทางการไทยโดย DSI เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2569 ได้นำสำนวนคดีพิเศษที่ 57/2561 ส่งพนักงานอัยการ เพื่อให้สั่งฟ้องผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติ 1 ราย และชาวไทย 3 ราย ในข้อหาค้ามนุษย์ โดยเรื่องราวของคดีนี้สามารถไปหาชมกันได้กับสารคดี ‘Blood Berries หมากไม้’ ที่จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ House Samyan กรุงเทพฯ ในวันที่ 30 เม.ย. 2569

จะเห็นได้ว่าตลอดรอบปีที่ผ่านมา ผู้ใช้แรงงานก็ยังคงต้องต่อสู้ดิ้นรนท่ามกลางสารพัดปัญหา โดยหากเป็นแรงงานข้ามชาติจะเป็นเรื่องของอคติแบบเหมารวม ขณะที่แรงงานไทยยังเผชิญความเสี่ยงถูกหลอกว่ามีงานรายได้สูงให้ทำในต่างประเทศ ยังไม่นับเรื่องของ ราคาพลังงาน’ จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกับค่าครองชีพ ที่ยังไม่รู้ว่าจะคลี่คลายลงเมื่อใด หรือการจ้างงานรูปแบบใหม่ๆ ในยุคดิจิทัลอย่าง แรงงานแพลตฟอร์ม ที่รับงานผ่านแอปพลิเคชั่น ที่ยังมีข้อถกเถียงเรื่องสถานะระหว่าง ลูกจ้าง กับ แรงงานอิสระ มาหลายปี และยังไม่มีบทสรุปจนนำไปสู่การออกแนวปฏิบัติเพื่อคุ้มครองสิทธิอย่างเหมาะสมได้!!!

-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-

อ้างอิง

https://www.britannica.com/topic/May-Day-international-observance (May Day : สารานุกรม Britannica)

https://www.doe.go.th/prd/alien/statistic/param/site/152/cat/82/sub/0/pull/category/view/list-label (ข้อมูลสถิติการทำงานของคนต่างด้าว : สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน)

https://www.doe.go.th/prd/assets/upload/files/legal_th/68c9bf9be8ce0073681f327e8455e35f.pdf(ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ)

https://blog.cofact.org/th/checkingday690402/ (‘วันตรวจสอบข่าวลวงโลก’69’ สร้างปัญญารวมหมู่รับมือข้อมูลบิดเบือนยุคAI : Cofact 22 เม.ย. 2569)

https://www.naewna.com/local/902125 (ตร.เตือนคนไทยอย่าหัวร้อนทำร้ายคนกัมพูชามีความผิดตามกม. : แนวหน้า 25 ก.ค. 2568)

https://www.nso.go.th/public/e-book/Indicators-ASEAN/Thailand-Indicators-2568/(Thailand Indicators 2568: สำนักงานสถิติแห่งชาติ, หน้า 48 – 49)

https://fwf.moph.go.th/ (กองทุนประกันสุขภาพคนต่างด้าวและแรงงานต่างด้าว กองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข,Dashboard การขึ้นทะเบียนกองทุนประกันสุขภาพคนต่างด้าวและแรงงานต่างด้าว)

https://datastudio.google.com/reporting/be85e95a-6163-41cd-9c9f-cbe2b6b0d33c/page/p_mdpzl4s4zd (ข้อมูลคนขึ้นทะเบียนบัตรประกันสุขภาพของกองทุนประกันสุขภาพคนต่างด้าวและแรงงานต่างด้าว พ.ศ. 2568 (เดือนมกราคม พ.ศ. 2568 – เดือนธันวาคม พ.ศ. 2568), กองทุนประกันสุขภาพคนต่างด้าวและแรงงานต่างด้าว กองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข)

https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/1781125/?bid=1 (บก.ตม.1 บุกจับสาวผิวสีชาวคองโกคาร้านเสริมสวยขณะทำผมให้ลูกค้าต่างชาติ ดำเนินคดีฐานประกอบอาชีพต้องห้ามแย่งงานคนไทย: NBT 9 ก.พ. 2569)

https://www.amarintv.com/news/crime/516385 (ตม.กาญจนบุรีเอาจริง! บุกจับเมียนมา แอบเปิดร้านเสริมสวยครบวงจร: อมรินทร์ทีวี 9 มิ.ย. 2568)

https://www.hfocus.org/content/2026/02/37109 (เวทีชี้ “สุขภาพแรงงานข้ามชาติ” ยังรั่วไหล เสนอแก้ ม.5–ดันระบบเดียว ปิดช่องคนทำงานนอกหลักประกัน: Hfocus 19 ก.พ. 2569)

https://www.dsi.go.th/th/Detail/40e34b321d68be668332fe0396f62c68 (รัฐมนตรียุติธรรมสั่งการ DSI สืบสวนกรณีมูลนิธิอิมมานูเอลนำผู้เสียหายเข้าร้องเรียน ผู้เสียหายกว่า 128 ราย ถูกหลอกสมัครงานออนไลน์ปลายทางถูกส่งไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบัญชีม้าในกัมพูชา: DSI 17 ต.ค. 2568)

https://news.ch7.com/detail/860482 (สถิติคนหายพุ่ง เอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์หลอกพาไปทำงาน:Ch7HD 9 มี.ค. 2569)

https://www.dsi.go.th/th/Detail/7fcd22a2f9216be3f2710911a6412cac (DSI ส่งสำนวนคดีแรงงานเก็บผลไม้ป่าเบอร์รี่ในฟินแลนด์ เอกสารกว่า 7,000 แผ่น เห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาไทย – ต่างชาติ ฐานค้ามนุษย์ รวม 4 ราย: DSI 9 มี.ค. 2569)

https://www.instagram.com/p/DXoXrB4DYTX/ (‘Blood Berries l หมากไม้’ เริ่ม 30 เมษายนนี้ที่ House สามย่าน: house_samyan)

https://www.thaipbs.or.th/news/content/504184 (ม็อบแรงงาน บุกทำเนียบฯ ร้อง “นายกฯ” แก้วิกฤตน้ำมันแพง: ThaiPBS 2 เม.ย. 2569)