รับมือข่าวลวงยุค AI เมื่อข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องเข้าใจ “ศรัทธา” และค้นหา “ความจริงร่วม” ของสังคม
11 มิถุนายน 2569 – รายการ Cofact Live Talk โดย สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งภาคีโคแฟค (ประเทศไทย) ชวนแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ “F-AI-TH: Faith × AI × Thailand and Humanity” ณ เจดีย์ คาเฟ่ แอนด์ บาร์ ริมคลองมหานาค ใกล้วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และมูลนิธิสถาบันการจัดการวิถีพุทธเพื่อสุขและสันติ (IBHAP) โดยเผยแพร่ผ่านเพจของ Cofact จัดขึ้นช่วงเดียวกับกิจกรรม “Dialogue in Action: Strengthening Youth Leadership for Climate Action in Southeast Asia” โดยมูลนิธิ IBHAP ร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และภาคีเครือข่ายหลายองค์กร โดยใช้คำว่า “FAITH” หรือ “ศรัทธา” ที่สอดแทรกคำว่า “AI” หรือปัญญาประดิษฐ์ไว้ภายใน เพื่อสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับคุณค่าความเป็นมนุษย์

ในเวทีสนทนาเน้นย้ำผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลต่อดุลยภาพทางสิ่งแวดล้อม ความเป็นมนุษย์และสันติภาพดิจิทัล รวมถึงมีการประกาศปฏิญญาพหุศาสนาและพหุภาคีกรุงเทพมหานคร ในประเด็นภูมิอากาศและสันติภาพดิจิทัลเพื่อผู้คน เพื่อโลกของเรา ซึ่งปัญหาข่าวลวง – ข้อมูลบิดเบือนในยุค AI เป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังประสบ ขณะที่ในมุมศรัทธาทางศาสนาก็มีประเด็นถกเถียงมากมาย อย่างในศาสนาพุทธมีศีลที่ระบุว่าพึงละเว้นจากการพูดโกหกหรือเผยแพร่ข้อมูลเท็จ แต่ในยุคปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) หากแชร์เนื้อหาที่ประดิษฐ์ขึ้นนี้แล้วจะผิดหรือไม่ แต่สุดท้ายก็คงเป็นเรื่องของเจตนา หรืออย่างศาสนาอื่นๆ ที่ฝั่งหนึ่งพูดกันว่าต่อไปคนจะเชื่อ AI มากกว่าพระเจ้า แต่อีกฝั่งมองว่าไม่เห็นเป็นอะไร ข้อถกเถียงเหล่านี้ท้าทายแก่นแท้ (Core) หรือจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์เช่นกัน
“สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ระบุว่า ข้อมูลลวงที่มาจากปัญญาประดิษฐ์เป็นความเสี่ยงที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก ในช่วง 2 – 3 ปีนี้ แต่อีก 5 ปีข้างหน้า เรื่องที่จะเป็นเรื่องใหญ่ของโลกคือเรื่องของวิกฤติภูมิอากาศ(Climate Crisis) หรือสภาพอากาศที่เราเริ่มสัมผัสอยู่แล้วว่ามีความปรวนแปร มีความเปลี่ยนแปลง อย่างที่เกิดขึ้นเดี๋ยวก็ฝนตก แดดออกหิมะตก ในยุโรปก็ร้อนมากมาย มันเป็นปัญหาที่มนุษย์จะอยู่ยากขึ้นจริงๆ” สุภิญญากล่าว
สำหรับประเด็นสิ่งแวดล้อมสังคมกำลังเผชิญ “สงครามข้อมูลข่าวสาร” อย่างต่อเนื่อง อย่างกรณีปัญหาฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทย ซึ่งมีการถกเถียงกันว่าใครคือผู้ก่อมลพิษที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเผาในพื้นที่เกษตร การเผาป่า อุตสาหกรรมเกษตร หรือมลพิษข้ามพรมแดน แม้กระทั่งภาคประชาสังคมเองก็ยังต่อสู้กันทางความคิดในเรื่องนี้ ข้อมูลข่าวสารในประเด็นสิ่งแวดล้อมมีความละเอียดอ่อนจนยากที่ฟันธงว่าอะไรจริงหรือเท็จได้ชัดเจน เช่นเดียวกับอีกหลายประเด็นที่โคแฟคเคยเผยแพร่รายงานการตรวจสอบแล้วพบว่าเจอปรากฏการณ์ ‘ทัวร์ลง’ ตั้งคำถามว่าเป็นฝ่ายนั้นฝ่ายนี้หรือไม่ เช่น แรงงานข้ามชาติ ความเกลียดชังคนต่างศาสนา การเมือง เมื่อเทียบกับประเด็นอย่างเรื่องสุขภาพหรือวิทยาศาสตร์ที่สามารถชี้ชัดข้อเท็จจริงได้

“กรณีความเชื่อด้านสุขภาพ เช่น ความเชื่อว่ามะนาวโซดาสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ แม้จะไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ แต่เมื่อบริโภคแล้วทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสดชื่นและมีความสุขขึ้น เมื่อเรื่องราวถูกเล่าต่อกันไปเรื่อยๆ ก็กลายเป็นความเข้าใจผิดว่ามะนาวโซดาสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ในทางกลับกันความไม่ศรัทธาก็มีผล เช่น ในขณะที่หน่วยงานทางการแพทย์รณรงค์ให้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ในสื่อสังคมออนไลน์กลับมีการเผยแพร่ข่าวว่าวัคซีนมีความน่ากลัว เรื่องนี้เข้าใจได้เพราะหลายคนก็ไม่ศรัทธาในวัคซีนและมองว่าวัคซีนเพิ่มความเสี่ยงอันตราย แต่ผู้คนจำนวนหนึ่งยังคงเชื่อเพราะประสบการณ์ส่วนตัวหรือความศรัทธาในทางเลือกการรักษาบางรูปแบบ” สุภิญญาเพิ่มเติมข้อมูล
ทั้งนี้ บทสรุปจากการทำงานของนักตรวจสอบข้อเท็จจริงซึ่งต้องรับฟังข้อมูลรอบด้าน พบว่า ‘การรับมือกับข่าวลวง – ข้อมูลบิดเบือน ไม่อาจทำได้โดยอาศัยข้อเท็จจริงอย่างเดียว เพราะยังมีเรื่องอารมณ์ความรู้สึกด้วย’ ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกเรียกด้วยคำที่ใหญ่ขึ้น คือ ศรัทธา โดยแผนการทำงานในระยะต่อไปของโคแฟค จะเริ่มจับประเด็นสงครามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับสภาพอากาศมากขึ้น อย่างที่ผ่านมาโคแฟคก็ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย เช่น เพจ Natty Love Myanmar ในประเด็นแรงงานข้ามชาติ หรือ โพควา โปรดักชั่น ในประเด็นกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่สังคมมีความขัดแย้ง แต่สุดท้ายแล้วก็จะกลับมาสู่แนวคิดของโคแฟค คือการหา ‘ความจริงร่วม’ ผ่านการมีพื้นที่พูดคุยนำข้อเท็จจริงมาโต้แย้งกัน และหลายเรื่องไม่สามารถฟันธงได้ว่าถูกหรือผิด 100% แต่มีความซับซ้อน ยิ่งไปกว่านั้นข้อมูลข่าวสารที่โต้แย้งกันก็ไม่ได้เกิดขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ (Organic) เพียงอย่างเดียว อย่างที่เห็นว่ามีหลายคำที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข่าวสารแบบจัดตั้ง เช่น ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operation : IO) ปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างความเข้าใจผิด (Coordinated Inauthentic Behavior : CIB)
“ในฐานะผู้บริโภคสื่อหรือผู้รับสารต้องตระหนักรู้ว่าสิ่งที่เราเห็นในโลกออนไลน์ยุค AI มันไม่ได้จริงทั้งหมด นอกจากเราจะต้องรู้เท่าทันแล้วมากขึ้นในยุค AI แล้ว แพลตฟอร์มดิจิทัลและผู้พัฒนา AI ก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยเช่นกัน และเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา โคแฟคและภาคีได้ยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อเสนอให้มีการกำกับดูแลบริการเนื้อหาที่เผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ต (OTT) อย่างเหมาะสมและปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ซึ่งตรงกับวัน Tell the Truth Day โคแฟคเตรียมจัดเวทีเสวนาว่าด้วยธรรมาภิบาลแพลตฟอร์มในยุค AI หลังผลการศึกษาจากหลายประเทศชี้ให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์กำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและพฤติกรรมการรับรู้ข้อมูลของผู้คนทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ” สุภิญญากล่าว
-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-








Skip to the content
