ตรวจสอบข่าวลวงประเด็นสุขภาพ

ข้อความ

ดูทั้งหมด >>
1 คนสงสัย
วันนี้ผมอยากมาเตือนเพื่อนๆ คือว่าผมต้องสูญเสียพี่ที่สนิทมากๆ ไปคนหนึ่งอย่างกะทันหัน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นแกยังแข็งแรงดีทุกอย่าง ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก ภายในเวลาแค่ 48 ชั่วโมง จากคนที่แข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว กับต้องจากไปอย่างกะทันหัน ย้อนกลับไปเมื่อวันศุกร์ที่แล้วพี่คนนี้แกเห็นนกเขาตกลงจากต้นไม้ ซึ่งนกตัวนี้มันดูผอมๆ ไม่มีแรงบิน แกเลยจับมาดู แกสงสารมันแกเลยเอาไปเลี้ยง เลี้ยงได้ 3 วันมันก็แข็งแรงแกเลยปล่อยไป หลังจากนั้นแกรู้สึกว่าเหมือนจะไม่สบายเลยไปซื้อยามาทาน พอวันอังคารตอนบ่าย แกรู้สึกเหนื่อยๆ อ่อนเพลีย แกเลยนอนพัก แฟนแกสังเกตุว่า หน้าตาพี่เขาทำไมอยู่ดีๆก็หมองคล้ำ คือแบบหน้าตาเปลี่ยนสีเร็วมาก เลยต้องพาไปโรงพยาบาล พอพาไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าแกมีภาวะ ติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง และหลังจากนั้นอาการทรุดลงเร็วมาก ทั้งความดันต่ำ ชีพจรตก น้ำตาลต่ำ เกร็ดเลือดต่ำ ตอนที่ผมไปเยี่ยมเมื่อวาน ผมมองผ่านกระจกเข้าไป สังเกตุหน้าตาพี่เขาดำมากๆ ดำเหมือนว่ามีปานดำขนาดใหญ่ อยู่บนใบหน้าของแก ทั้งที่แกเป็นคนขาวมาก และระหว่างนั้นหมอก็กำลังเร่งส่งเพาะเชื้อ และตรวจหาเชื้อว่ามันคือเชื้อตัวไหน ซึ่งหมอได้บอกกับพวกเราว่าเชื้อตัวนี้มันรุนแรงมากๆ และผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก พอมาวันนี้แกทรุดหนักจากร่างกายที่ไม่รับยาน่าจะมาจากเชื้อตัวนี้มันไปทำให้อวัยวะในร่างกายทำงานผิดปกติและสุดท้ายวันนี้ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตแกไว้ได้ ผลตรวจจากแพทย์ทำให้พวกเราตกใจมาก เพราะสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อที่มาจาก นกเขา ที่พี่แกไปจับดูก่อนหน้านั้น เชื้อนี้มีชื่อว่า Chlamydia psittaci เป็นเชื้อแบคทีเรียที่แฝงอยู่ในตัวนก รวมถึงนกเขา นกพิราบ หรือนกกระจอกตามธรรมชาติ ทั้งในขน สารคัดหลั่ง และมูลนก เพียงแค่เราใช้มือเปล่าไปจับ สัมผัส แล้วมาหยิบจับอาหาร ขยี้ตา หรือแค่สูดดมฝุ่นละอองจากตัวมันเข้าไป เชื้อก็สามารถเข้าสู่ปอดและซึมเข้ากระแสเลือด ทำให้อวัยวะล้มเหลวได้อย่างรวดเร็ว ผมเลยอยากใช้พื้นที่ตรงนี้ เตือนสติทุกคนและคนที่เรารักครับ 1. อย่าจับนกธรรมชาติหรือนกป่วยด้วยมือเปล่าเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นนกเขา นกพิราบ หรือนกชนิดไหนก็ตาม 2. หากจำเป็นต้องช่วยเหลือนกให้ใส่หน้ากากอนามัย และใช้ผ้าหนาๆ หรือใส่ถุงมือจับเสมอ 3. ถ้าต้องทำความสะอาดขี้นกทอย่าใช้แปรงแห้งขัดจนฝุ่นฟุ้ง ให้ใช้น้ำฉีดให้เปียกก่อนเสมอ และใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน 4. หากเคยสัมผัสนก แล้วมีอาการไข้สูง ไอ หายใจลำบาก หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์ และ ต้องแจ้งประวัติการสัมผัสนกกับหมอทันที เพื่อให้หมอจ่ายยาได้ตรงจุดตั้งแต่นาทีแรก
สุขภาพ ผู้บริโภคเฝ้าระวัง
0 ความคิดเห็น
ไม่ระบุชื่อ  •  4 วัน ที่แล้ว
1 คนสงสัย
สาธารณสุขเชียงใหม่ยัน ผู้ป่วยเอดส์ในเชียงใหม่ สะสมทะลุ 23,000 คน
สุขภาพ ภาคเหนือ
meter
1 ความคิดเห็น
ไม่ระบุชื่อ  •  5 วัน ที่แล้ว
1 คนสงสัย
ข่าวจริงหรือปลอม ! แต่ระมัดระวังไว้ก็ดี (สวมหน้ากากอนามัย!) (fire) โควิด-19 กลับมาแล้ว! คราวนี้อาจไม่ทำให้ มีไข้ แต่ระวัง อาการ 5 ข้อต่อไปนี้ จำอาการไข้และไอที่ระบาดเมื่อสามปีก่อนตอนที่โควิด-19 ปรากฏตัวครั้งแรกได้ไหม? คราวนี้ไวรัสมีรูปแบบใหม่ คุณสามารถติดเชื้อได้โดยไม่มีไข้ ข้อมูลผู้ป่วยนอกล่าสุดแสดงให้เห็นว่าหลายคนมีอุณหภูมิร่างกายปกติหลังจากติดเชื้อ แต่สภาพของพวกเขากลับแย่ลงอย่างกะทันหัน อาการ 5 ข้อต่อไปนี้ ที่ดูเหมือนไม่สำคัญ อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าไวรัสกำลังจะมาถึง: (fire)สิ่งแรก ที่ต้องระวังคืออาการเวียนศีรษะอย่างต่อเนื่อง ตื่นนอนตอนเช้าแล้วรู้สึกเวียนศีรษะ หรือรู้สึกหน้ามืดขณะทำงาน—อาการเวียนศีรษะนี้แตกต่างจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ มันเป็นสัญญาณว่าไวรัสกำลังโจมตีระบบประสาท เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ป่วยจำนวนมากตรวจพบเชื้อเนื่องจากอาการเวียนศีรษะ ทำให้การรักษาที่เหมาะสมล่าช้า (fire)อาการที่สอง คืออาการที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร ท้องเสียฉับพลัน เบื่ออาหาร คลื่นไส้ และอาเจียน— อย่ารีบด่วนโทษว่าเป็นเพราะอาหารไม่สะอาด ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กำลังโจมตี เยื่อบุลำไส้ และอาจเริ่มต้นในระบบย่อยอาหารได้เร็วที่สุด หากมีคนรอบข้างติดเชื้อและมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ให้ระมัดระวังทันที (fire)สัญญาณที่สาม คืออาการที่คอ เสียงแหบฉับพลัน รู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในลำคอ แม้จะดื่มน้ำมากแค่ไหนก็ไม่ดีขึ้น อาการคอแห้ง คันคอแบบนี้แตกต่างจากหวัด มันไม่ทำให้เกิดอาการแดง บวม หรือเจ็บ แต่เป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นของไวรัสที่เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ (fire)อาการที่สี่ คืออาการปวดเมื่อยตามร่างกาย แม้ไม่ได้ออกกำลังกาย คุณก็อาจรู้สึกปวดหลัง ปวดแขนและขา ราวกับถูกทำร้าย อาการปวดเมื่อยเหล่านี้คือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกำลังต่อสู้กับไวรัส อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นความเหนื่อยล้าธรรมดา (fire)ลักษณะที่ห้า เป็นสิ่งที่มองข้าม ได้ง่ายที่สุด คุณอาจไม่รับรสอาหาร ไม่ได้กลิ่นอะไรเลย แม้แต่กาแฟก็ไม่มีรสขม ถึงแม้ว่าการสูญเสียรสชาติอย่างสมบูรณ์จะพบได้น้อยลงในตอนนี้ แต่ถ้าอาหารมีรสชาติจืดชืด โปรดระวัง ทำไมฤดูกาลนี้ จึงอันตรายเป็นพิเศษ? เพราะไวรัสได้เรียนรู้ที่จะซ่อนตัว การไม่มีไข้ทำให้ผู้คนลดความระมัดระวังลง ทำให้พวกเขายังคงไปทำงานและรับประทานอาหารนอกบ้านทั้งๆ ที่มีไวรัสอยู่ และแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นมากขึ้น ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ แม้แต่เพียงอาการเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบในระยะยาวได้ บางคนรู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียแม้กระทั่งสามเดือนหลังจากหายป่วยแล้ว คุณควรทำอย่างไรในสถานการณ์เหล่านี้? อย่าตื่นตระหนก แต่ก็อย่ารอช้า บันทึกการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของคุณ ทุกวัน และทำสามสิ่งต่อไปนี้พร้อมกัน: 1. ลดการออกไปข้างนอกและการติดต่อกับผู้อื่น 2. ระบายอากาศในบ้านของคุณวันละสามครั้ง 3. กินไข่มากขึ้นและดื่มนมมากขึ้นเพื่อเสริมโปรตีน หากมีอาการทั้งสามอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ให้ไปตรวจหาแอนติเจนทันที การระบาดใหญ่ครั้งนี้สอนเราว่าการต่อสู้กับไวรัสไม่สามารถพึ่งพาเพียงแค่เทอร์โมมิเตอร์ได้ สัญญาณเล็กๆ น้อยๆ ที่ร่างกายเราส่งออกมานั้น มักเป็นสัญญาณเตือนภัยด้านสุขภาพ แชร์สิ่งนี้กับครอบครัวและเพื่อนๆ เพื่อเตือนพวกเขาว่า การตรวจพบและตอบสนองตั้งแต่เนิ่นๆ นั้นสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องสุขภาพของเรา
สุขภาพ โควิด 2019 วัคซีนโควิด
meter
1 ความคิดเห็น
ไม่ระบุชื่อ  •  2 สัปดาห์ ที่แล้ว
1 คนสงสัย
สธ.เปิดรับสมัคร อาสาพยาบาลชุมชน รุ่นแรก 7,256 อัตรา ทั่วประเทศ
ข่าวการเมือง สุขภาพ
meter
1 ความคิดเห็น
ไม่ระบุชื่อ  •  3 สัปดาห์ ที่แล้ว
1 คนสงสัย
🚨 แชร์ด่วน! ส่งต่อให้ผู้สูงอายุในบ้านด่วนจ้า!! 🚨 💡 รู้หรือไม่? สูงวัยทาน "ข้าวไรซ์เบอร์รี่-ข้าวกล้อง" ทุกวัน เสี่ยงไตเสื่อม-หัวใจโตโดยไม่รู้ตัว!! หลายบ้านรักสุขภาพ สรรหาข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวกล้อง ให้คุณตาคุณยายทานเพราะคิดว่าดี แต่ สมาคมแพทย์โรคไตและผู้เชี่ยวชาญ ออกมาเตือนแล้วว่า "ไม่จริงเสมอไป!" สำหรับผู้สูงอายุวัย 70 ปีขึ้นไป ที่ระบบไตเริ่มทำงานช้าลงตามวัยจ้า! 🛑 🌾 ทำไมสูงวัยต้องกลับมาทาน "ข้าวขาว"? ในจมูกข้าวและรำข้าวของข้าวไรซ์เบอร์รี่/ข้าวกล้อง มีแร่ธาตุที่เรียกว่า "ฟอสฟอรัส" สูงมากๆ เมื่อไตของผู้สูงอายุเริ่มกรองได้น้อยลง แร่ธาตุตัวนี้จะสะสมในเลือด ทำให้ กระดูกพรุน เปราะหักง่าย และหลอดเลือดหัวใจแข็งตัว คุณหมอจึงแนะนำว่า สูงวัยควรทาน "ข้าวขาวขัดสี" (เช่น ข้าวหอมมะลิ) ดีที่สุด! เพราะฟอสฟอรัสต่ำมาก ช่วยเซฟไต ไม่ให้ไตต้องทำงานหนักเกินไปจ้า 🌾✨ ❌ เช็กด่วน! 8 ผลไม้และผักสุดฮิต..ที่สูงวัย "ต้องเลี่ยง" หรือกินให้น้อยที่สุด ถ้าไม่อยากฟอสฟอรัส-โพแทสเซียมพุ่งรุนแรง! 💛 ทุเรียน / ขนุน: หวานจัด โพแทสเซียมสูงปรี๊ด ไตทำงานหนักแน่นอน 🥥 กระท้อน: ฟอสฟอรัสสูง แร่ธาตุสะสมเกินพิกัด ไตขับไม่ทันจ้า 🍌 กล้วยหอม / กล้วยน้ำว้า: แม้จะดีต่อระบบขับถ่าย แต่โพแทสเซียมสูงมาก ต้องคุมปริมาณนะจ๊ะ 🥑 อะโวคาโด: แหล่งไขมันดี แต่แร่ธาตุแน่นอันดับต้นๆ สูงวัยทานเยอะเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ! 🌴 อินทผาลัมสด / อินทผาลัมแห้ง: แร่ธาตุเข้มข้นเกินไปสำหรับไตผู้สูงอายุ ห้ามทานทีละมากๆ เด็ดขาด! 🍇 ลำไย / ลิ้นจี่: น้ำตาลสูงและแร่ธาตุเยอะ สะสมง่าย ไม่ดีต่อแร่ธาตุในเลือดจ้า ⚠️ เตือนภัยข่าวปลอม! ผักใบเขียวจัดๆ บางชนิด เช่น กระเจี๊ยบเขียว ที่ส่งต่อกันว่ากินแทนข้าวได้ สรุปคือ "ห้ามกินแทนข้าวเด็ดขาด" นะคะ! มีโพแทสเซียมสูงมาก กินเยอะไปไตวายเฉียบพลันและอันตรายต่อหัวใจมากๆ จ้า ‼️ ใสๆ ปลอดภัยต่อไต 🍏 ผลไม้ที่หมอแนะนำให้ทานแทน: ชมพู่, แอ๊ปเปิ้ลเขียว, สับปะรด, สาลี่ (ทานสลับกัน มื้อละ 6-8 คำเล็กๆ กำลังดีที่สุด) รักใครให้ส่งต่อ.. ปรับอาหารวันนี้ เพื่อจะได้อยู่กับลูกหลานไปนานๆ สุขภาพแข็งแรง ไตไม่เสื่อมจ้าาา 🙏❤️✨
สุขภาพ
meter
1 ความคิดเห็น
ไม่ระบุชื่อ  •  3 สัปดาห์ ที่แล้ว
1 คนสงสัย
เด็กอายุ 12 ป่วยคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่ สุดท้ายต้องเข้าไอซียูจากภาวะช็อกจากพิษแบคทีเรีย
สุขภาพ
meter
1 ความคิดเห็น
ไม่ระบุชื่อ  •  1 เดือน ที่แล้ว
858
ข้อความ
ประเด็นสุขภาพ
ที่ส่งมาให้ตรวจสอบ
900
ความเห็น
ของสมาชิก

เช็คข่าวลวง
ชวน Add LINE

@cofact
หากคุณสงสัยว่าข้อความที่พบเป็น ข่าวลวง ข่าวลือ หรือ ข้อความหลอก ส่งข้อความนั้นมาให้ Chatbot ของเราช่วยตรวจสอบได้เลย
@cofact
คุณก็สามารถเริ่มตรวจสอบข้อความหรือข่าวนั้นได้ทันที