ก่อนเจาะเลือดต้องงดน้ำเปล่าหรือไม่ ?
กองบรรณาธิการโคแฟค
❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: ก่อนเจาะเลือดจำเป็นต้องงดดื่มน้ำหรือไม่?
✅ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: ก่อนเจาะเลือด คนไข้ดื่มหรือจิบน้ำได้ แต่ต้องเป็นน้ำเปล่าเท่านั้น
📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 22 เม.ย. 2569 นพ.กฤษดา ศิรามพุช แพทย์ชะลอวัย ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ โพสต์ข้อความว่าปัจจุบันยังมีคนไข้หลายรายอดน้ำก่อนเจาะเลือดซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด คนไข้จึงมีอาการขาดน้ำ เส้นเลือดแฟบเจาะได้ยาก และทำให้ผลเลือดที่ได้ไม่น่าเชื่อถือหรือเพี้ยนไป เช่น ค่าการทำงานของไต ค่าความเข้มข้นของเลือด ซึ่งเกิดจากภาวะขาดน้ำ (dehydration)
โพสต์นี้ถูกนำไปเผยแพร่ต่อโดยสื่อมวลชน เช่น ข่าวสด Workpoint23 และมีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยหลายคนยังคงมีความสับสนและไม่แน่ใจว่าต้องงดน้ำก่อนเจาะเลือดหรือไม่
🔎 โคแฟคตรวจสอบ: แพทย์และนักเทคนิคการแพทย์หลายท่าน รวมถึงสถานพยาบาลหลายแห่ง แนะนำว่าการเจาะเลือดควรงดอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ชา กาแฟ น้ำหวาน แต่สามารถดื่มหรือจิบน้ำเปล่าได้
▪️ ผศ.พญ.ปรีชญา วงษ์กระจ่าง ภาควิชาพยาธิวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในคลิปวิดีโอ “สุขภาพดีศิริราช ตอน การเตรียมตัวก่อนทำการเจาะเลือด” ทางช่องยูทูบ siriraj channel (19 ก.พ. 2564) ระบุว่า ผู้ป่วยสามารถดื่มน้ำได้ตามปกติ แต่การตรวจเลือดบางชนิดจะต้องมีการงดอาหาร เช่น การตรวจค่าปริมาณน้ำตาลและไขมันจะต้องงดอาหาร 8-12 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด
▪️บทความ “เตรียมตัวมาเจาะเลือดอย่างไร? จึงจะได้ผลตรวจที่ถูกต้อง” โดย รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย (24 เม.ย. 2565) ระบุว่าให้งดอาหาร งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟและน้ำหวาน แต่สามารถจิบน้ำเปล่าได้
▪️ พญ.วรรษมน ยอแสง อายุรแพทย์ รพ.วิชัยยุทธ ระบุในบทความ “เรื่องน่ารู้ในการตรวจสุขภาพ” (17 พ.ค. 2567) ว่าการเจาะเลือดเพื่อตรวจน้ำตาลในเลือด คนไข้ควรงดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ก่อนเจาะเลือด ส่วนการตรวจไขมันในเลือดควรงดอาหาร 10-12 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด รวมถึงงดดื่ม ชา กาแฟ น้ำหวาน เครื่องดื่มและลูกอม โดยสามารถดื่มได้เฉพาะน้ำเปล่า
