“ประเทศไทยมักประสบปัญหาขาดแคลนเลือดกรุ๊ป A และ AB เป็นประจำ” จริงหรือไม่ ?
กองบรรณาธิการโคแฟค
❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: ประเทศไทยขาดแคลนเลือดกรุ๊ป A และ AB เป็นประจำ เนื่องจากพบได้น้อยในประชากรไทย
📌 ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาจริงเป็นบางส่วน** ข้อมูลจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยระบุว่าคนไทยมีเลือดกรุ๊ป O มากที่สุด ตามด้วย B , A และ AB ตามลำดับ แต่การขาดแคลนเลือดจะเกิดขึ้นในบางช่วงเวลา
📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 22 มิ.ย. 2569 สมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊ก ‘รวมพลคนบริจาคโลหิต’ โพสต์ข้อความในกลุ่มว่า “ประเทศไทยมักประสบปัญหาขาดแคลนเลือดกรุ๊ป A และ AB เป็นประจำ เนื่องจากเป็นกรุ๊ปที่พบได้น้อยในประชากรไทย นอกจากนี้ กลุ่มเลือดพิเศษหายาก (Rh-Negative) ทุกกรุ๊ป (A-, B-, O-, AB-) ก็ขาดแคลนเช่นกัน เพราะพบคนไทยเพียง 3 ใน 1,000 คนเท่านั้น ในขณะที่ กรุ๊ป O มักขาดแคลนเวลาฉุกเฉิน” (ลิงก์บันทึก)
ข้อความดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ประมวลและสรุปโดย AI ของกูเกิลจากการที่ผู้ใช้งานป้อนคำถามว่า “ประเทศไทยเราขาดแคลนเลือดกรุ๊ปอะไร”
🔎 โคแฟคตรวจสอบ: ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ให้ข้อมูลกับโคแฟคเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2569 ว่าการขาดแคลนหมู่โลหิต A, B และ AB “เกิดขึ้นในบางช่วงเวลาเนื่องจากความต้องการของผู้ป่วยในแต่ละหมู่โลหิตไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับโรคหรือภาวะที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับโลหิตในการรักษา” และถึงแม้ว่าประชากรส่วนใหญ่จะมีหมู่โลหิต O แต่ความต้องการหมู่โลหิตนี้ก็สูงเช่นเดียวกันตามสัดส่วนประชากร
“ปัจจุบันการจัดหาโลหิตยังไม่สม่ำเสมอ มีการขาดแคลนโลหิตในบางช่วงเวลาและบางเดือน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ปีใหม่ สงกรานต์ คนส่วนใหญ่เดินทางกลับต่างจังหวัดหรือท่องเที่ยว ส่งผลกระทบทำให้ยอดการบริจาคลดลง ขณะเดียวกันจะมีสถิติอุบัติเหตุสูงและมีความต้องการโลหิตจำนวนมาก” ศูนย์บริการโลหิตฯ ระบุและให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหมู่โลหิตและการบริจาคโลหิตของคนไทย ดังนี้
▪️หมู่โลหิตที่พบในประชากรไทย มีดังนี้
- หมู่โลหิต O ร้อยละ 38
- หมู่โลหิต B ร้อยละ 33
- หมู่โลหิต A ร้อยละ 21
- หมู่โลหิต AB ร้อยละ 8
▪️โลหิตหมู่พิเศษ Rh-negative เป็นหมู่โลหิตหายาก ในคนไทยพบว่ามีหมู่โลหิตนี้เพียงร้อยละ 0.3 หรือ 1,000 คน จะพบเพียง 3 คนเท่านั้น ผู้ป่วยที่มีหมู่โลหิต Rh-negative มีความจำเป็นที่ต้องใช้โลหิต จะต้องได้รับหมู่โลหิต Rh-negative ด้วยกันเท่านั้น จึงมักประสบกับปัญหาโลหิตหมู่พิเศษไม่เพียงพอ และไม่ทันต่อความต้องการของผู้ป่วย
▪️ในแต่ละเดือนโรงพยาบาลทั่วประเทศมีการเบิกใช้โลหิตทุกกรุ๊ปเฉลี่ยวันละ 8,500 ยูนิต แต่สามารถจ่ายโลหิตได้เฉลี่ยวันละ 3,400 ยูนิต หรือเพียงร้อยละ 40 เท่านั้น
▪️ประเทศไทยมีประชากรประมาณ 65 ล้านคน มีผู้บริจาคโลหิตทั่วประเทศ ประมาณ 1.61 ล้านคน คิดเป็นประมาณร้อยละ 2.4 เท่านั้น ขณะที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ว่าแต่ละประเทศควรมีผู้บริจาคโลหิตอย่างน้อยร้อยละ 3 ของจำนวนประชากร หรือประมาณ 1.98 ล้านคนในประเทศไทย
▪️สถิติความถี่การบริจาคโลหิตของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติฯ ปี 2568
- ผู้บริจาค 1 ครั้งต่อปี ร้อยละ 67.26
- ผู้บริจาค 2 ครั้งต่อปี ร้อยละ 18.86
- ผู้บริจาค 3 ครั้งต่อปี ร้อยละ 9.14
- ผู้บริจาค 4 ครั้งต่อปี ร้อยละ 4.35
- ผู้บริจาคมากกว่า 4 ครั้งต่อปี ร้อยละ 0.38
▪️ความถี่ในการบริจาคโลหิตของประชากรยังต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ หากมีผู้บริจาคโลหิตประจำอย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือน หรือปีละ 4 ครั้ง เพิ่มขึ้นจะทำให้มีปริมาณโลหิตเพียงพอสำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั่วประเทศอย่างสม่ำเสมอ
ℹ️ ข้อสังเกตโคแฟค: แม้ว่า AI ของกูเกิลจะอ้างอิงข้อมูลจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ แต่การสรุปเรียบเรียงอาจมีความคลาดเคลื่อนหรือใช้คำที่สร้างความเข้าใจผิดได้ เช่น การใช้คำว่า “ขาดแคลนเลือดกรุ๊ป A และ AB เป็นประจำ” ซึ่งศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติอธิบายว่าการขาดแคลนโลหิตบางหมู่เกิดขึ้นในบางช่วงเวลา ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์และความต้องการของผู้ป่วยแต่ละช่วง และถึงแม้ว่าประชากรส่วนใหญ่จะมีหมู่โลหิต O แต่ความต้องการหมู่โลหิตนี้ก็สูงเช่นเดียวกัน
ดังนั้นข้อมูลที่ AI ประมวลผลหรือสรุปเรียบเรียงมาอาจไม่เพียงพอที่จะได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ผู้ใช้งานควรตรวจสอบที่มาของข้อมูลและค้นหาข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ
Skip to the content
