‘ถามว่าเมื่อข้อมูลเป็นความเสี่ยงโลกแล้วจะทำอย่างไร? คำตอบอย่างหนึ่งคือตั้งสติแล้วตรวจสอบข้อเท็จจริง(Keep Calm and Fact Check)ซึ่งก็เป็นแนวคิดของสสส. ด้วยที่ส่งเสริมเรื่องของระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญาที่จะทำให้ทุกคนตั้งหลักรู้เท่าทันคู่ขนานไปกับความเปลี่ยนแปลง’ สุภิญญากล่าว
อีธาน ตู ผู้ก่อตั้ง Taiwan AI Labsองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ทำงานด้านการวิจัยและพัฒนา AI ฉายภาพ ‘ความไม่เป็นกลางของปัญญาประดิษฐ์ (AI)’ โดยยกตัวอย่าง AI ที่พัฒนาจากบริษัทใน 2 ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งพบว่า AI จะไม่ให้ข้อมูลที่ทำให้ผู้ใช้งานมองประเทศที่มันถูกพัฒนาขึ้นมานั้นดูแย่
‘เทคโนโลยีนี้กำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคที่เน้นความรวดเร็วในการประมวลผลของ AI ไปสู่การพัฒนา AI ที่ไว้ใจได้และกำกับดูแลโดยองค์กรภายในประเทศ (trustworthy and locally-governed AI) เพื่อมุ่งสู่ “AI ที่มีอธิปไตยและธรรมาภิบาล” (Soveign AI and Governance)’อีธาน กล่าว
โนอา โฮริกูชิ ซีอีโอของบริษัท Classroom Adventure เล่าถึงนวัตกรรมเกม Ray’s Blog ซึ่งถูกนำไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนว่าด้วยทักษะการตรวจสอบข่าวลวงและการรู้เท่าทันสื่อให้กับเยาวชนในโรงเรียนหลายร้อยแห่งทั่วญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การเรียนรู้ในห้องเรียนกลายเป็นเรื่องสนุกเสมือนการผจญภัย
2 เมษายน 2569 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครโคแฟค (ประเทศไทย) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิฟรีดิชเนามัน (ประเทศไทย) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) และภาคีร่วมจัดอีก 11 องค์กรจับมือจัดงานสัมมนาวาระวันตรวจสอบข่าวลวงโลก 2569International Fact Checking Day 2026 Lost in information: When Disinformation becomes a global risk เมื่อข้อมูลลวงกลายเป็นความเสี่ยงโลกเพื่อรณรงค์ให้สาธารณชนตื่นตัวต่อสถานการณ์ข้อมูลลวง–บิดเบือนสร้างผลกระทบต่อสังคมไทย
ผศ.ดร.ณภัทร เรืองนภากุล คณะสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชวนทำความเข้าใจปรากฏการณ์ “AI หลอน” คือการที่เมื่อผู้ใช้งานถามเรื่องต่างๆ กับ AI และได้รับคำตอบที่ดูเหมือนน่าเชื่อถือ มีแหล่งอ้างอิงครบถ้วน แต่เมื่อนำไปตรวจสอบย้อนกลับพบว่าแหล่งอ้างอิงนั้นไม่มีอยู่จริง การที่ AI มีอาการหลอนเนื่องจาก AI ถูกพัฒนาให้สร้างสรรค์ข้อมูลเพื่อตอบคำถามผู้ใช้งาน และเรียนรู้ว่าผู้ใช้งานเป็นคนแบบใด เช่น หากเราบอก AI ว่าเราทำงานสอนด้านการสื่อสาร หรือบอกว่าทำงานด้านไอที AI ก็จะเลือกคำตอบที่สอดคล้องกับอาชีพการงานของเราด้วย
Screenshot
“ทางออกของเราที่เราจะรู้เท่าทัน AI คือปัญญารวมหมู่รวมพลังช่วยกันตรวจสอบช่วยกันขับเคลื่อนเพราะจริงๆแล้ว AI ไม่ใช่เป็นสิ่งที่อันตรายหรือมีแต่โทษประโยชน์ก็มีเช่นเดียวกันเพียงแต่พลังของมนุษย์ต้องช่วยกันตรวจสอบรวมถึงการที่มีคนใช้ AI ในการสร้างข่าวลวงเราต้องมีคำถามว่า ‘เอ๊ะ’ ภาพนี้จริงไหม? คลิปวิดีโอนี้จริงไหม? ข้อมูลเหล่านี้จริงไหม? ซึ่งย้ำอีกครั้งว่าการที่คนแชร์เยอะๆไม่ได้หมายความว่าเป็นความจริงเสมอไป” ผศ.ดร.ณภัทร กล่าว
“ในการทำงานมีการอบรมห้องข่าว AI (Newsroom) เพื่อให้เรียนรู้กระบวนการ AI ทั้งระบบโดยผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ประโยชน์โทษและสิ่งที่ต้องระวังจนได้มาซึ่งจริยธรรม AI ในการนำเสนอข่าวแล้วเพื่อใช้กับสมาชิกมีการประกวดตรวจสอบข่าวเป็นครั้งแรกในการประกวดข่าวดิจิทัลเมื่อปีที่แล้วได้รับการสนับสนุนจากโคแฟคเป็นปีแรกในการให้รางวัลนักข่าวในการตรวจสอบข่าวลวงเพื่อเชิดชูและให้กำลังใจกันมีการอบรมข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์เอาหัวข้อการตรวจสอบข้อมูลเข้าไปอบรมการทำข่าว – การเรียนรู้ของนักศึกษาทั่วประเทศหวังว่าเมื่อได้ความรู้แล้วจะนำกลับไปสอนเพื่อนๆในมหาวิทยาลัยและต่อยอดในระดับเยาวชน” จีรพงษ์ กล่าว