– มีข้อกำหนดอะไรในการใช้งาน Sora AI บ้าง? : ทาง Open AI ได้ระบุข้อกำหนดไว้ในหัวข้อ “Launching Sora responsibly” เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2568 ดังนี้ 1.การแยกแยะเนื้อหาที่สร้างโดยAI (Distinguishing AI content) คลิปวิดีโอที่สร้างด้วย Sora จะมีสัญญาณบ่งชี้แหล่งที่มาทั้งที่มองเห็นได้และมองไม่เห็น ในช่วงเปิดตัว วิดีโอทั้งหมดจะมีลายน้ำที่มองเห็นได้ นอกจากนี้ วิดีโอ Sora ทุกเรื่องยังฝังข้อมูลเมตา C2PA ซึ่งเป็นลายเซ็นมาตรฐานอุตสาหกรรม และยังมีเครื่องมือค้นหาภาพและเสียงย้อนกลับภายในองค์กรที่สามารถติดตามวิดีโอไปยัง Sora ได้อย่างแม่นยำสูง โดยต่อยอดจากระบบที่ประสบความสำเร็จจากการสร้างภาพ ChatGPT และ Sora 1
3.มาตรการป้องกันสำหรับวัยรุ่น (Safeguards for teens) Sora มีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับผู้ใช้ที่อายุน้อยกว่า รวมถึงการจำกัดเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ฟีดได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับวัยรุ่น โปรไฟล์ของวัยรุ่นจะไม่ถูกแนะนำให้ผู้ใช้งานที่เป็นผู้ใหญ่ได้เห็น และผู้ใหญ่ไม่สามารถเริ่มต้นส่งข้อความกับวัยรุ่นได้ การควบคุมโดยผู้ปกครองแบบใหม่ใน ChatGPT ช่วยให้ผู้ปกครองจัดการได้ว่าวัยรุ่นสามารถส่งและรับข้อความส่วนตัวได้หรือไม่ รวมถึงเลือกฟีดที่ไม่ปรับแต่งส่วนบุคคลในแอปพลิเคชั่น Sora และโดยค่าเริ่มต้น วัยรุ่นยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนครั้งที่สามารถเลื่อนดูเนื้อหาใน Sora ได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย
ผู้พัฒนาได้ทดสอบระบบเพื่อสำรวจความเสี่ยงใหม่ๆ และเข้มงวดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างภาพมากขึ้น เนื่องจาก Sora มีความสมจริงมากขึ้นและมีการเพิ่มการเคลื่อนไหวและเสียง นอกเหนือจากการสร้างภาพแล้ว ระบบอัตโนมัติจะสแกนเนื้อหาฟีดทั้งหมดเทียบกับนโยบายการใช้งานทั่วโลก และกรองเนื้อหาที่ไม่ปลอดภัยหรือไม่เหมาะสมกับวัยออก ระบบเหล่านี้ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเมื่อผู้พัฒนาได้เรียนรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงใหม่ๆ และเสริมด้วยการตรวจสอบโดยมนุษย์ที่มุ่งเน้นไปที่อันตรายที่มีผลกระทบสูงสุด
5.ระบบรักษาความปลอดภัยด้านเสียง (Audio safeguards) การเพิ่มเสียงลงใน Sora ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และถึงแม้ว่าการป้องกันที่สมบูรณ์แบบนั้นทำได้ยาก แต่ผู้พัฒนายังคงลงทุนอย่างจริงจังในด้านนี้อย่างต่อเนื่อง Sora จะสแกนข้อความถอดเสียงที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อตรวจสอบการละเมิดนโยบายที่อาจเกิดขึ้น และยังบล็อกความพยายามในการสร้างเพลงที่เลียนแบบศิลปินที่ยังมีชีวิตอยู่หรือผลงานที่มีอยู่ ระบบของ Sora ได้รับการออกแบบมาเพื่อตรวจจับและหยุดการกระทำดังกล่าว และเคารพคำขอให้ลบจากผู้สร้างที่เชื่อว่าผลลัพธ์ของ Sora ละเมิดผลงาน
6.การควบคุมและการแก้ไขปัญหาของผู้ใช้ (User control and recourse) ผู้ใช้งานเลือกได้ว่าจะแชร์วิดีโอของตนเองเมื่อใดและอย่างไร และสามารถลบเนื้อหาที่เผยแพร่แล้วได้ทุกเมื่อ วิดีโอจะถูกแชร์ไปยังฟีดก็ต่อเมื่อผู้ใช้งานเลือกที่จะทำเช่นนั้นเท่านั้น ทุกวิดีโอ โปรไฟล์ และความคิดเห็นสามารถถูกรายงานได้หากมีการละเมิด โดยมีขั้นตอนการดำเนินการที่ชัดเจนเมื่อมีการละเมิดนโยบาย ผู้ใช้งานยังสามารถเลือกที่จะบล็อกบัญชีได้ทุกเมื่อ ซึ่งจะป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเห็นโปรไฟล์หรือติดต่อผู้ใช้งานผ่านข้อความโดยตรง
– นอกจาก Sora แล้ว ยังมีเครื่องมือ AI สำหรับสร้างคลิปวิดีโอจากผู้พัฒนารายอื่นๆ อีกหรือไม่?:หากนำคำว่า “video gen ai tools” ไปค้นหาในอินเตอร์เน็ต จะพบการแนะนำเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generation AI) สำหรับทำคลิปวิดีโอจำนวนมาก เช่น Veo โดย Google , Grok Imagine โดยบริษัท xAI ของ อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของ SpaceX , Tesla และแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์อย่าง X หรืออย่าง Canva ที่หลายคนนิยมนำมาทำสไลด์นำเสนอผลงาน รวมถึง Capcut โปรแกรมตัดต่อวิดีโอยอดนิยมของยุคนี้ ก็มีฟังก์ชั่นใช้ AI สร้างคลิปวิดีโอด้วย เป็นต้น
ภาพที่ 3 : ข้อมูลคลาดเคลื่อน (Misinformation) หรือบิดเบือน (Disinformation) อยู่ในอันดับ 2 ของความเสี่ยงระยะสั้น (2 ปี) และอันดับ 4 ของความเสี่ยงระยะยาว (10 ปี) ที่มา : รายงาน Global Risks Report 2026 โดย World Economic Forum
– เครื่องมือ AI สำหรับทำคลิปวิดีโอกับความเสี่ยงข่าวลวงระบาด : แม้จะช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และอำนวยความสะดวกในการนำเสนอผลงาน แต่เครื่องมือเครื่องมือ AI สำหรับทำคลิปวิดีโอที่ใช้งานได้ง่าย สะดวกและเข้าถึงได้ในราคาไม่แพง กำลังกลายเป็นความกังวลในระดับโลกว่าอาจทำให้ปัญหา “ข่าวลวง – ข้อมูลบิดเบือน (Fake News – Disinformation)” ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะนับวันเครื่องมือเหล่านี้สามารถสร้างวิดีโอได้เนียนเราวกับเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
รายงานข่าว Google’s AI video tool amplifies fears of an increase in misinformation โดยสำนักข่าวอัลจาซีราของกาตาร์ วันที่ 26 มิ.ย. 2568 กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับ “Veo3” เครื่องมือ AI สร้างคลิปวิดีโอที่พัฒนาโดย Google ซึ่งสามารถสร้างวิดีโอความยาว 8 วินาทีจากข้อความที่กำหนด ระบบนี้เป็นหนึ่งในระบบที่ครอบคลุมที่สุดที่มีให้ใช้งานในปัจจุบันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สร้างภาพและเสียงที่สมจริงมากจนผู้ชมทั่วไปแทบจะแยกไม่ออก
ขณะที่ทาง Google ชี้แจงว่า Google มุ่งมั่นที่จะพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ และมีนโยบายที่ชัดเจนเพื่อปกป้องผู้ใช้จากอันตรายและควบคุมการใช้เครื่องมือ AI ของบริษัท เนื้อหาใดๆ ที่สร้างขึ้นด้วย Google AI จะมีลายน้ำ SynthID และยังเพิ่มลายน้ำที่มองเห็นได้ในวิดีโอของ Veo ด้วย ทั้งนี้ ในปี 2567 Google เคยเผยแพร่รายงานที่ยอมรับถึงภัยคุกคามจากเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) ว่าจะทำให้ปัญหาข้อมูลเท็จรุนแรงขึ้น เนื่องจากวิธีการเหล่านี้สามารถสร้างเนื้อหาเสียงและภาพที่สมจริงสูง รวมถึงข้อความที่เป็นธรรมชาติและลื่นไหล ในระดับที่ไม่เคยเป็นไปได้มาก่อนหากปราศจากแรงงานคนจำนวนมหาศาล
รายงานข่าว Sora gives deepfakes ‘a publicist and a distribution deal.’ It could change the internet โดยสำนักข่าว NPR สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2568 อ้างคำให้สัมภาษณ์ของ เดซี โซเดอร์เบิร์ก – ริฟกิน (Daisy Soderberg-Rivkin) อดีตผู้จัดการฝ่ายความไว้วางใจและความปลอดภัยของแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์อย่าง TikTok ที่กล่าวว่า Sora น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ของอินเตอร์เน็ต เป็นช่วงเวลาที่ deepfake เปลี่ยนจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวกลายเป็นเรื่องปกติ ซึ่งอาจทำให้ผู้คนห่างเหินจากสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น หรืออย่างน้อยก็ทำลายความเชื่อมั่นในความน่าเชื่อถือของสิ่งที่ผู้คนรับชมทางออนไลน์
อีกทั้งยังพบว่า แม้การใช้ Grok ผ่านบัญชีแพลตฟอร์ม X จะไม่สามารถสร้างภาพโป๊เปลือยของบุคคลจริงได้แล้ว แต่ก็ยังพบวิธีหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้วยการใช้ Grok เวอร์ชัน Stand Alone เพื่อสร้างคลิปวิดีโอสั้นที่แสดงการลบเสื้อผ้าออกจากภาพของบุคคลจริง แล้วนำมาโพสต์ลงบนแพลตฟอร์มสาธารณะของ X ซึ่งผู้ใช้ทั่วโลกสามารถรับชมได้ภายในไม่กี่วินาที
เช่นเดียวกับรายงานข่าวโดย นสพ. The Seattle Times สื่อท้องถิ่นเมืองซีแอทเทิล รัฐวอชิงตันของสหรัฐฯ วันที่ 2 พ.ย. 2568 ระบุว่า แม้ผู้พัฒนา Sora จะตั้งค่าระบบไว้ว่าคลิปวิดีโอที่ใช้เครื่องมือ AI นี้สร้างขึ้นจะปรากฏลายน้ำชัดเจน แต่ในความเป็นจริงผู้ใช้งานสามารถหาวิธีลบลายน้ำออกได้ และข่าวร้ายคือ “คำแนะนำใดๆ เกี่ยวกับวิธีการสังเกตวิดีโอที่สร้างโดย AI นั้นคงใช้ได้ไม่นาน เพราะเทคโนโลยีกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว” โดย ฮานี ฟาริด (Hany Farid) ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ กล่าวว่า พื้นที่สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นแหล่งรวมของปลอมโดยสิ้นเชิง และวิธีหนึ่งที่จะหลีกเลี่ยงได้แน่นอนคือเลิกใช้มัน!!!
▪ ระหว่างปี 2552 ถึง 2557 รับการสนับสนุนทุนจาก มูลนิธิ Open Society (Open Society Foundation) และมูลนิธิ Heinrich Böll และได้รับเงินสนับสนุนหนึ่งครั้งจากบริษัท Google
▪ ตั้งแต่ปี 2557 จนถึง 2567 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณหลักสำหรับการดำเนินงานจากองค์กร Open Society Foundation (OSF), National Endowment for Democracy (NED), Fund for Global Human Rights (FGHR) และ American Jewish World Service (AJWS) และได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับกิจกรรมเฉพาะในแต่ละปีจากมูลนิธิ Heinrich Böll Stiftung Southeast Asia
▪ ปี 2564 ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ สำหรับงานสังเกตการณ์การชุมนุมในปี 2565 ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจาก Forum Asia สำหรับงานสังเกตการณ์การชุมนุม และ Access Now สำหรับการสืบสวนสอบสวนสปายแวร์เพกาซัส และยังได้รับต่อเนื่องมาในปี 2567
▪ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) สำหรับการบันทึกข้อมูลการละเมิดสิทธิ และได้รับเงินสนับสนุนหนึ่งครั้งจากโครงการ Meta Globalgiving
โคแฟคตรวจสอบกับ Blackdot Research บริษัทวิจัยในสิงคโปร์ซึ่งเป็นเครือข่ายตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานข่าวของ The Straits Times ได้ข้อมูลว่าในสิงคโปร์มีโครงการติดตั้งตู้อาหารชุมชนเพื่อนำอาหารส่วนเกินมาแจกจ่ายให้ผู้ยากไร้มาตั้งแต่ปี 2018 โดยเป็นความริเริ่มของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคกิจประชาชน (People’s Action Party-PAP) นอกจากนี้ยังมีตู้แจกจ่ายอาหารส่วนเกินที่ดำเนินการโดยกรรมการชุมชนแต่ละแห่งเองอีกด้วย
ล่าสุดพรรค PAP ได้เปิดตัวตู้อาหารอัจฉริยะในชุมชนนำร่องเมื่อปลายปี 2566 โดยใช้เทคโนโลยีช่วยบริหารจัดการ เช่น การติดตั้งระบบเปิดล็อกตู้สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนรับอาหารที่สามารถนำคิวอาร์โค้ดมาเปิดตู้เพื่อหยิบอาหารได้โดยไม่ต้องไปเข้าคิวรอการแจกจ่ายจากเจ้าหน้าที่ และมีระบบแจ้งเตือนองค์กรที่เข้าร่วมโครงการให้นำอาหารมาเติมเมื่อสต็อกอาหารในตู้ลดลงเหลือน้อยกว่า 30%