การคลอดลูกโดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อนว่าตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ?

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: การคลอดบุตรโดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อนว่าตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **สูตินรีแพทย์กล่าวว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่เป็นไปได้ยากที่จะไม่รู้ตัวเลยจนกว่าจะคลอดบุตร**

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 13 ก.พ. 2569 เพจเฟซบุ๊ก “Catdumb” ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่าสองล้านบัญชี โพสต์ภาพและข่าวจากสำนักข่าวออนไลน์ในออสเตรเลียและอินเดียที่ระบุว่าหญิงชาวอังกฤษวัย 21 ปี รู้สึกปวดท้องรุนแรงจึงเดินทางไปโรงพยาบาลและพบว่าอาการดังกล่าวเป็นการเจ็บท้องคลอด ก่อนที่เธอจะให้กำเนิดลูกสาวน้ำหนักตัว 2.9 กก. ในเวลา 10 ชม. ต่อมา โดยที่เธอไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่ากำลังตั้งครรภ์ เนื้อหาข่าวระบุเพิ่มเติมว่าที่ผ่านมาเธอใช้ยาคุมกำเนิดมาโดยตลอด และใช้ชีวิตปกติรวมทั้งเดินทางท่องเที่ยว ทำกิจกรรมผาดโผนรวมถึงดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: ผศ.พญ. สุภาเพ็ญ เลิศวุฒิวิวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายว่ากรณีการคลอดบุตรโดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อนว่าตั้งครรภ์อย่างเช่นในกรณีนี้ “เป็นไปได้ยากมาก” เนื่องจากมารดาจะรู้สึกว่าลูกดิ้นเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 20 สัปดาห์ หรือถึงแม้จะเป็นการตั้งครรภ์แรกก็จะเริ่มรู้สึกได้ในช่วง 20-22 สัปดาห์ ในช่วงแรกอาจจะมีบางกรณีที่มารดาไม่รับรู้ถึงการดิ้น แต่เมื่ออายุครรภ์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็มีโอกาสต่ำมากที่มารดาจะไม่สามารถรับรู้ถึงการดิ้นของลูกในท้องได้เลย

งานวิจัยที่ศึกษาภาวะตั้งครรภ์ซ่อนเร้นหรือภาวะปฏิเสธการตั้งครรภ์ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2545 ระบุว่ามีโอกาส 1 ใน 500 ที่มารดาจะไม่รู้ตัวในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ และโอกาสจะลดต่ำลงเหลือ 1 ใน 2,500 ที่จะไม่รู้ตัวเลยว่าตั้งครรภ์จนกว่าจะคลอดบุตร ซึ่งข้อมูลนี้สอดคล้องกับความเห็นของผศ.พญ. สุภาเพ็ญ จึงสามารถสรุปได้ว่าการตั้งครรภ์โดยที่ไม่รู้ตัวนั้นเป็นไปได้ แต่การคลอดบุตรโดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อนว่าตั้งครรภ์เลยนั้นมีโอกาสน้อยมาก

สว.อังคณาถูกปลอมประวัติในวิกิพีเดีย ใส่ข้อมูลเท็จว่าเกิดที่กัมพูชา

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: ประวัติ สว.อังคณา นีละไพจิตร ในเว็บไซต์วิกิพีเดียระบุว่าเกิดที่พนมเปญ ประเทศกัมพูชา

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จที่เกิดจากการเข้าไปแก้ไขข้อมูลในวิกิพีเดีย**   

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 9 มี.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “หัวใจเดียวกัน หนึ่งเดียว” โพสต์ภาพอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นภาพที่ถูกดัดแปลงจากภาพจริง และภาพหน้าจอเว็บไซต์วิกิพีเดียที่ระบุว่าอังคณาเกิดที่จังหวัดพนมเปญ กัมพูชา ฝังข้อความว่า “อึ้งทั้งประเทศ ขุดประวัติ สว.อังคณา เกิดที่พนมเปญ เป็นเขมรโดยกำเนิด แล้วใครรองรับให้มาเป็น สว.ไทย” (ลิงก์บันทึก)

โพสต์นี้ถูกแชร์มากกว่า 2,700 ครั้ง และมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกว่า 13,000 ข้อความ ณ วันที่ 10 มี.ค.

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: ประวัติของ สว.อังคณาในวิกิพีเดียถูกปลอมแปลงให้เป็นเท็จมาแล้วหลายครั้งนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาเมื่อเดือน พ.ค. 2568 เป็นต้นมา ข้อมูลที่แก้ไขให้เป็นเท็จมีทั้งสถานที่เกิด ประวัติการศึกษา คู่สมรส ประวัติการทำงาน รวมทั้งใส่ข้อความหยาบคายและดูหมิ่นศาสนา 

จากการตรวจสอบประวัติคำขอแก้ไขในวิกิพีเดียพบว่า ตั้งแต่กลางเดือน ก.พ. 2569 มีการส่งคำขอแก้ไขประวัติอังคณาหลายครั้ง เช่น แก้ไขสถานที่เกิดเป็นจังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา  

แม้ภายหลังจะมีผู้เข้าไปแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง แต่เนื่องจากเว็บไซต์วิกิพีเดียสามารถเข้าไปดูประวัติการแก้ไขย้อนหลังได้ จึงมีผู้บันทึกภาพหน้าจอที่มีข้อมูลเท็จไปเผยแพร่ต่อในโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ทั้งติ๊กตอกและ X ทำให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับ สว. อังคณาในวิกิพีเดียถูกเผยแพร่ไปในวงกว้างและยังคงเข้าถึงได้ในปัจจุบัน

วันที่ 8 มี.ค. 2569 อังคณาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “Angkhana Neelapaijit” เกี่ยวกับการใส่ข้อมูลเท็จในวิกิพีเดียระลอกล่าสุดว่าเธอจะใช้สิทธิทางศาลดำเนินคดีหากผู้ที่เผยแพร่เนื้อหาเท็จเพื่อสร้างความเกลียดชังยังไม่หยุดการกระทำนี้  

ก่อนหน้านี้โคแฟคเคยสัมภาษณ์ สว.อังคณาและสืบค้นประวัติชีวิตและการทำงานที่เผยแพร่โดยทั่วไปซึ่งยืนยันได้ว่า อังคณาเกิดที่เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ได้รับการศึกษาชั้นประถมและมัธยมจากโรงเรียนซางตาครู้สคอนแวนท์ ธนบุรี ต่อมาได้เข้าศึกษาต่อที่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และรับราชการเป็นพยาบาลวิชาชีพที่โรงพยาบาลศิริราช ก่อนจะผันตัวมาเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนหลังจากทนายสมชายผู้เป็นสามีถูกลักพาตัวและถูกบังคับสูญหาย 

อังคณาเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รวมทั้งสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ซึ่งระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องล้วนกำหนดว่าผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้ต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

คลิปงานรำลึกวันประกาศอิสรภาพซีเรียเมื่อปี 68 ถูกอ้างเท็จว่าเป็นการเตรียมรบเต็มรูปแบบในสงครามโลกครั้งที่ 3

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: คลิปทหารซีเรียเตรียมความพร้อมในการรบเต็มรูปแบบ สัญญาณสงครามโลกครั้งที่ 3

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ** เป็นคลิปรำลึกวันประกาศอิสรภาพของซีเรียเมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2568 

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 7 มี.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “Nat Natty” โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 34 วินาที เป็นภาพขบวนทัพของทหารซีเรียพร้อมอาวุธ มีชาวซีเรียยืนโบกธงชาติริมทาง ฝังข้อความในคลิปว่า “มันได้เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ เริ่มแล้วสงครามโลกครั้งที่ 3 ทางทหารซีเรียเตรียมความพร้อมในการรบเต็มรูปแบบ” ณ วันที่ 9 มี.ค. 2569 คลิปดังกล่าวมียอดรับชมกว่า 5.7 หมื่นครั้ง และแชร์มากกว่า 50 ครั้ง 

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: เมื่อค้นหาด้วย Google Lens พบว่า คลิปเดียวกันเคยถูกโพสต์ในช่องยูทูบ “Syrianarabnewsagency” ของสำนักข่าว SANA สื่อของทางการซีเรีย เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2568 โดยเป็นคลิปความยาว 50 วินาที บรรยายใต้คลิปเป็นภาษาอาหรับแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า ภาพบรรยากาศจากขบวนพาเหรดทางทหารที่จัดโดยกระทรวงกลาโหมในเมืองอเลปโป เพื่อรำลึกถึงวันครบรอบการประกาศอิสรภาพ 

สำนักข่าว SANA รายงานเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2568 ว่า งานรำลึกถึงวันครบรอบการประกาศอิสรภาพจัดขึ้นทั่วประเทศซีเรียเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2568

จริงหรือไม่? ปลาย มี.ค.-เม.ย. 69 ส่อร้อนจัด อุณหภูมิจ่อทะลุ 42-43 องศาฯ ดัชนีความร้อนอาจเกิน 50 องศาฯ

  • ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย: อีสานโคแฟค
  • วันที่ตรวจสอบ: 9 มี.ค. 2569

จริงหรือไม่? เงื่อนไขใหม่ ธนาคารกรุงเทพ e-Savings เงินติดบัญชี 2,000 บาท เริ่ม 9 เม.ย.69

  • ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย: อีสานโคแฟค
  • วันที่ตรวจสอบ: 9 มี.ค. 2569

คลิปวิดีโอเกม ARMA 3 ถูกนำมาอ้างเท็จว่าเป็นการสู้รบระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓  เนื้อหาที่ตรวจสอบ: คลิปเครื่องบินรบบินหลบกระสุนปืนต่อสู้อากาศยานในการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน 

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ** เป็นคลิปจากวิดีโอเกม ARMA 3 

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 6 มี.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “Olukas021” โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 1 นาที เป็นคลิปเครื่องบินรบพยายามบินหลบกระสุนจากปืนต่อสู้อากาศยาน ฝังข้อความ “Israel vs Iran” พร้อมอิโมจิธงชาติของสองประเทศ  คลิปนี้มียอดรับชมมากกว่า 2.7 ล้านครั้ง และแชร์ต่อมากกว่า 560 ครั้ง ณ วันที่ 9 มี.ค. 2569 

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: เมื่อค้นหาด้วย Google Lens พบว่า คลิปเดียวกันเคยถูกโพสต์เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2568 ในช่องยูทูบ “Compared Comparison” โดยตั้งชื่อคลิปว่า “F-16 Fighter Jet ALMOST SHOT DOWN! – Military Simulation – ArmA 3” ซึ่ง ArmA 3 นั้นเป็นวิดีโอเกมแนวจำลองการทำสงครามแบบเสมือนจริง (Military Simulation) 

คลิปทหารกัมพูชาร่วมภารกิจสหประชาชาติในแอฟริกากลาง ถูกนำมาอ้างเท็จว่า “เขมรปลอมตัวเป็น UN”

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: คลิปทหารกัมพูชาปลอมตัวเป็นทหารสหประชาชาติ  

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ** เป็นคลิปทหารกัมพูชาที่ไปร่วมภารกิจรักษาสันติภาพในนามสหประชาชาติ ที่ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกากลาง 

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 11 ธ.ค. 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา บัญชีเฟซบุ๊ก “Sittipong Booddapeng” โพสต์คลิปวิดีโอเป็นภาพขบวนพาหนะสีขาวมีตัวย่อองค์การสหประชาชาติ (UN) โดยมีชายในเครื่องแบบทหารสวมหมวกสีฟ้าที่มีตราสัญลักษณ์ UN เดินทางด้วย พร้อมกับฝังข้อความว่า “เขมรปลอมเป็น UN จ้างต่างชาติผิวสีมาร่วมแสดงด้วย” นอกจากนี้ยังมีข้อความภาษาอังกฤษและจีนแปลเป็นไทยได้ตรงกันว่ากัมพูชาลวงโลกแอบอ้างเป็น UN (ลิงก์บันทึก) 

ณ วันที่ 9 มี.ค. 2569 คลิปนี้ยังสามารถเข้าถึงได้ และยังมีการแชร์วนเป็นคลิป Reel แนะนำในหน้าฟีดของเฟซบุ๊กเป็นระยะ ๆ มียอดรับชมมากกว่า 1.5 แสนครั้ง และแชร์มากกว่า 320 ครั้ง 

🔎  โคแฟคตรวจสอบ: จากการค้นหาด้วย Google Lens พบว่า คลิปดังกล่าวเคยถูกโพสต์โดยเพจเฟซบุ๊ก “Cambodian EOD UNIT 98-3” จำนวน 2 คลิป เมื่อวันที่ 31 ต.ค. และ 11 พ.ย. 2568 โดยระบุว่าเป็นการปฏิบัติภารกิจในประเทศสาธารณรัฐแอฟริกากลาง

เพจเฟซบุ๊ก “Cambodian EOD UNIT 98-3” เป็นช่องทางนำเสนอภารกิจของทหารกัมพูชาที่เข้าร่วมกับสหประชาชาติเป็นเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพในประเทศสาธารณรัฐแอฟริกากลาง 

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2568 ว่า กัมพูชาส่งเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพชุดใหม่จำนวน 355 นาย ไปปฏิบัติภารกิจภายใต้องค์การสหประชาชาติในซูดานใต้ สาธารณรัฐแอฟริกากลางและเลบานอน ขณะที่สื่อกัมพูชาก็รายงานความเคลื่อนไหวของทหารหน่วยนี้ด้วย เช่น Khmer Times รายงานเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2568 ว่า ทหารกัมพูชาหน่วย EOD UNIT 98-3 จัดงานฉลองวันปีใหม่ของชาวกัมพูชาขณะประจำการในสาธารณรัฐแอฟริกา  

จริงหรือไม่? เลือกแว่นกันแดดต้อง UV 400 เพื่อป้องกันดวงตาจากรังสี UV

  • ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย: อีสานโคแฟค
  • วันที่ตรวจสอบ: 9 มี.ค. 2569

สรุปข่าวจริง ลวงประจำวันที่ 8 มีนาคม 2569

น้ำมันประเทศไทยจะหมดภายใน 60 วัน จริงหรือ…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/w3ri4jsty72


น้ำพุทราจีนผสมขิง และเห็ดหูหนูดำ เป็นยารักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบ…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/fq5qcco9ovp7


คลิประเบิดลงสถานีโทรทัศน์อิหร่านหลังจากผู้ประกาศข่าวท้าทายให้สหรัฐฯ ทิ้งระเบิด…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/44w9tfgffwnv


คลิปหญิงชาวกัมพูชาขี่รถจักรยานยนต์โดยผูกธงชาติไทยไว้ท้ายรถ ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุล้ม …จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/l9h8uen9e93a


ข่าวลือซากเสือที่ตายจากโรคระบาดถูกนำไปขายต่อ…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/2pxslv8k5nf1r


เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ของกองทัพสหรัฐอเมริกาถูกอิหร่านโจมตีเสียหาย…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/1op77dqcvn6d2


ไทยเซ็นสัญญาอินโดแปซิฟิก สหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานยิงจรวดได้เลย ไม่ต้องขออนุญาต…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/3h20hmaa7ndzr


คลิปชาวอิสราเอลแตกตื่นหาที่หลบภัยการโจมตีของอิหร่าน…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/2zmmsy9jbdora


อิสราเอลหนีตายหลังอิหร่านบอมบ์สนามบิน ที่จริงเป็นเหตุล้อเครื่องบินขัดข้องในสหรัฐฯ…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/2ebt0n0ech1hu


สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต.ตอบโต้ สว.อังคณา ยืนยันไทยไม่ช่วยเขมรดับไฟป่าเด็ดขาด ใครอยากช่วยให้ออกเงินเอง…จริงหรือ?

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/x006u2cbb2fs


3 ร้านทอง ประกาศงดซื้อขายชั่วคราว หลังสหรัฐฯ-อิหร่าน ทำราคาทองผันผวนหนัก

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/d5aalljmoylk


 ไปรษณีย์ไทย ระงับส่งพัสดุ 7 ประเทศอาหรับ ชั่วคราวคราว และดีเลย์อีก 25 ประเทศ

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/hajsi0k6ry0k

กต. ระบุไม่มีความตกลง “สัญญาอินโดแปซิฟิก” และไม่มีความตกลงใดที่ให้สหรัฐฯ ตั้งฐานยิงจรวดในไทย

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: ไทยเซ็นสัญญาอินโดแปซิฟิก สหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานยิงจรวดได้เลย ไม่ต้องขออนุญาต

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ**

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 4 มี.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ดึกสงัด” โพสต์ข้อความเกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันออกกลาง ข้อความส่วนหนึ่งระบุว่า “มีข้อกังวลว่าไทยอาจถูกดึงเข้าเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ หากมหาอำนาจใช้ภูมิภาคนี้เป็นจุดตั้งกำลัง ไทยไปเซ็นสัญญาอินโดแปซิฟิก สหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานยิงจรวดได้เลย ไม่ต้องขออนุญาต” โพสต์นี้ถูกแชร์ไปมากกว่า 700 ครั้ง ณ วันที่ 6 มี.ค.

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: วันที่ 4 มี.ค. ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ชี้แจงระหว่างการแถลงข่าวประจำวันของศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลางว่าข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริงและขัดกับนโยบายของไทย

“ประเทศไทยมีนโยบายที่ชัดเจนว่าอยากจะให้สถานการณ์ต่าง ๆ คลี่คลายโดยเร็ว” รองโฆษก กต. กล่าว

โคแฟคสอบถาม กต.เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างไทย-สหรัฐฯ ได้รับคำยืนยันว่าไม่มีสัญญาหรือความตกลงที่ชื่อว่า “สัญญาอินโดแปซิฟิก” และไทยไม่มีการลงนามในความร่วมมือหรือความตกลงใดที่เปิดช่องให้สหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพหรือตั้งฐานยิงจรวดโดยไม่ต้องขออนุญาต

การตั้งฐานทัพสหรัฐฯ ในไทยเป็นประเด็นที่ถูกหยิบมาโจมตีทางการเมืองในช่วงหลายรัฐบาลที่ผ่านมา แต่มักเป็นการกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานหรือเป็นความเห็นส่วนบุคคล

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2566 โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยในขณะนั้นเปิดเวทีพบปะสื่อไทยเพื่อตอบข้อซักถามต่าง ๆ หนึ่งในนั้นมีคำถามเกี่ยวกับการตั้งฐานทัพในไทย ซึ่งโกเดคยืนยันว่า “[สหรัฐฯ] ไม่มีฐานทัพในประเทศไทย และไม่มีการเจรจาใด ๆ กับรัฐบาลไทยเกี่ยวกับฐานทัพสหรัฐฯ ในไทย”

ภาพเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ในสงครามเวียดนามถูกนำมาอ้างเท็จว่าเป็นเรืออับราฮัมลินคอล์นถูกอิหร่านโจมตี

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ของกองทัพสหรัฐอเมริกาถูกอิหร่านโจมตีเสียหาย 

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ** เป็นภาพเรือ USS Forrestal CVA-59 ที่ได้รับความเสียหายในสงครามเวียดนาม ถ่ายเมื่อปี ค.ศ. 1967  

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 4 มี.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “Chuchart Phaengsara” โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 11 วินาที พร้อมคำบรรยายว่าเป็นภาพเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอสอับราฮัมลินคอล์นของสหรัฐฯ ที่ถูกอิหร่านใช้ขีปนาวุธ 4 ลูกถล่ม คลิปนี้มียอดรับชมมากกว่า 4.5 แสนครั้งและแชร์ต่อมากกว่า 220 ครั้ง ณ วันที่ 5 มี.ค.

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: จากการค้นหาด้วย Google Lens พบว่า ภาพดังกล่าวปรากฏอยู่ในคลังซื้อขายภาพของ Getty Images คำบรรยายภาพระบุว่า “ไม่ระบุวันที่ – ค.ศ.1967: ทีมช่างกำลังซ่อมแซมเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Forrestal CVA-59 ที่ได้รับความเสียหายในเหตุเพลิงไหม้บริเวณอ่าวตังเกี๋ยระหว่างสงครามเวียดนาม” ถ่ายโดย Dick Swanson 

ภาพนี้จึงไม่ใช่ภาพเรือบรรทุกเครื่องบินอับราฮัมลินคอล์น และเป็นภาพที่ถ่ายตั้งแต่เมื่อ 60 ปีที่แล้ว ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางขณะนี้

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐอเมริกา (USCENTCOM) โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก “U.S. Central Command” ว่า “กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) อ้างว่ายิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินอับราฮัมลินคอล์น นี่เป็นเรื่องโกหก” 

“[เรือ] ลินคอล์นไม่ได้ถูกโจมตี ขีปนาวุธไม่ได้เฉียดเข้าใกล้เลยด้วยซ้ำ ลินคอล์นยังคงสนับสนุนปฏิบัติการของกองบัญชาการกลางฯ ในการปกป้องชาวอเมริกันจากภัยคุกคามของอิหร่าน” กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุ

คลิปเหตุชุลมุนในกรุงเทลอาวีฟปี 68 ถูกนำมาอ้างเท็จว่าเป็นภาพชาวอิสราเอลวิ่งหนีการโจมตีของอิหร่าน

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: คลิปชาวอิสราเอลแตกตื่นหาที่หลบภัยการโจมตีของอิหร่าน

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ** เป็นคลิปเหตุชุลมุนในกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอลเมื่อเดือน เม.ย. 2568 ไม่เกี่ยวข้องกับการสถานการณ์ระหว่างประเทศ

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 2 มี.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “Prakaikan Kumtap” (ลิงก์บันทึก) และบัญชี X “มณีแดง” (ลิงก์บันทึก) โพสต์คลิปวิดีโออ้างว่าเป็นภาพเหตุการณ์ที่ชาวอิสราเอลกำลังแตกตื่นวิ่งหนีหาที่หลบภัยจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน

🔎โคแฟคตรวจสอบ: จากการค้นหาด้วย Google Lens พบว่า คลิปดังกล่าวเคยถูกโพสต์เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 โดยเพจเฟซบุ๊ก “Maoz Israel” ซึ่งเป็นองค์กรศาสนาในอิสราเอลระบุว่า เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเมื่อประชาชนที่มาร่วมงานวันวีรชน (Memorial Day) บริเวณจัตุรัสฮาบิมา ในกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอล ส่งผลให้มีการเหยียบกันได้รับบาดเจ็บ 20 ราย

สื่ออิสราเอล Israel Hayom รายงานข่าวเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ระบุว่า เหตุการณ์ชุลมุนนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 29 เม.ย. 2568 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณจัตุรัสฮาบิมา สถานที่จัดงานวันวีรชน ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบบุคคลต้องสงสัยจึงได้เข้าไปตรวจสอบ แต่บุคคลดังกล่าวไม่ให้ความร่วมมือ เจ้าหน้าที่จึงใช้กำลังควบคุมตัว ทำให้ผู้คนบริเวณนั้นแตกตื่นและพากันวิ่งหนีจนเกิดเหยียบกันได้รับบาดเจ็บ ตำรวจยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นความมั่นคง