สรุปข่าวจริง ลวงประจำวันที่ 17 มิถุนายน 2564


จริงหรือไม่…? ฉีดวัคซีน แล้วเหรียญติดแขนได้

ไม่จริง

เพราะ…วัคซีน COVID19 จะไม่ทำให้กลายเป็นแม่เหล็ก เพราะปลอดจากวัสดุโลหะ นอกจากนี้ วัคซีนไม่มีส่วนผสมของไมโครชิพใดๆ ที่จะถูกรบกวนโดยสัญญาณ 5G ได้

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/27w2h7oyewmbi


จริงหรือไม่…? สธ.แถลง กรณีผู้จองวัคซีนผ่านหมอพร้อม ในกทม. ถ้าไม่มีการเลื่อนนัด สามารถไปได้ตามเดิม

จริง

เพราะ…อธิบดีกรมการแพทย์ แถลง หากผู้ใดไม่ได้ถูกเลื่อนนัดฉีดวัคซีนจากทางโรงพยาบาลที่ได้ลงทะเบียนไว้ก็ให้ไปตามนัดหมายเดิม

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/23uckr00ztp1k


จริงหรือไม่…? กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เปิดให้เช็กข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19

จริง

เพราะ…เปิดให้เช็กผ่านเว็บไซต์สำหรับประชาชนไม่ได้ใช้แอป หมอพร้อม และสำหรับเจ้าหน้าที่ที่กำหนดไว้ให้คนที่ฉีดวัคซีนเข้าพื้นที่ได้

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/3f87zyavj1hmk


จริงหรือไม่…? ฉีดวัคซีนแล้วสามารถไปบริจาคโลหิตได้

จริง

เพราะ…ฉีด Sinovac เว้น 1 สัปดาห์ ฉีด AstraZeneca Johnson & Johnson เว้น 4 สัปดาห์ จึงบริจาคได้ กรณีผู้มีอาการข้างเคียงต้องรักษาให้หายก่อน และเว้น1 สัปดาห์ ถึงบริจาคได้

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/pbsc6u46fu7w


จริงหรือไม่…? ยอดฉีดวัคซีนไทยเป็นอันดับ 3 รองจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

ข่าวจริงบางส่วน

เพราะ…ข้อมูลดังกล่าวหมายถึงตัวเลขวัคซีนที่มีการฉีดประเทศไทยเป็นอันดับสามจากการแถลงของกระทรวงอุดมศึกษา

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2vlpifk6t463p


สรุปข่าวจริง ลวงประจำวันที่ 15 มิถุนายน 2564


จริงหรือไม่…? นิวส์ยอร์คไทม์ จัดอันดับวัคซีน อันดับ 1-4 เป็นของจีน แต่ไฟเซอร์ อยู่อันดับที่ 6

ไม่จริง

เพราะ…บทความดังกล่าวไม่ได้มีการจัดอันดับความปลอดภัยของวัคซีนโควิด-19

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/3hhqf5r679qw2


จริงหรือไม่…? ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตหลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 2

ไม่จริง

เพราะ…ผู้เสียชีวิตยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน แพทย์สันนิษฐานว่าระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/mr5etz16g2mu


จริงหรือไม่…? ต้องงดยาก่อนฉีดวัคซีน SINOVAC

ไม่จริง

เพราะ…ยาบางชนิด ไม่ต้องงด ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นไข้ถ้าหายก็ฉีดได้

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/apdk6pukhsgg


จริงหรือไม่…? นายกฯ อนุมัติแล้ว ให้เงินเยียวยาประชาชนคนละ 10,000 บาท ทุกคนทุกอาชีพ ไม่ต้องลงทะเบียน

ไม่จริง

เพราะ…ไม่มีมาตรการเยียวยาประชาชนดังกล่าวแต่อย่างใด

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2fipv6ob3jgkx


จริงหรือไม่…? ทารก ถ้าอายุมากกว่า 6 เดือนแล้วให้หย่านมแม่

ไม่จริง

เพราะ…นมแม่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ควรให้ควบคู่กับอาหารที่มีคุณค่า ตั้งแต่เดือนที่ 6 ไปจนถึงลูกอายุ 2 ขวบ

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/1erydn66ctib2


จริงหรือไม่…? หมูป่วยตาย ด้วยโรคเอดส์หมู อันตราย ห้ามกินไส้กรอก

ไม่จริง

เพราะ…เป็นข่าวเก่าที่วนซ้ำกลับมาแชร์ใหม่

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2lqmbx7mer0k9


จริงหรือไม่…? ผู้ได้รับวัคซีนทั้งหมดจะเสียชีวิตภายใน 2 ปี

ไม่จริง

เพราะ…Luc Montagnier มีความกังวลเกี่ยวกับวัคซีน แต่ไม่ได้พูดประโยคดังกล่าวแต่อย่างใด

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2hou1f7czj1qw


จริงหรือไม่…? มะนาวโซดา รักษามะเร็ง

ไม่จริง

เพราะ…มะนาวโซดาไม่มีข้อบ่งใช้ในการรักษามะเร็ง

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2njd4tktidfpe


จริงหรือไม่…? ประชาชนสิงคโปร์ ออกมาปฏิเสธวัคซีนไฟเซอร์กับโมเดอร์น่า

ไม่จริง

เพราะ…เป็นการแปลที่ผิดพลาด ความจริงแล้วเป็นข่าวเกี่ยวกับ รัฐจะชดเชยให้กับประชาชนสิงคโปร์ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือมีอาการแพ้ไฟเซอร์ โมเดอน่า และสามารถฉีดวัคซีนไซโนแวคแทนได้ที่คลินิคของเอกชน

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/1alq8nz58jqmi


จริงหรือไม่…? ครม.อนุมัติเยียวยาทั่วกัน ได้เดือนละ 5,000 บาทให้ทุกกลุ่ม 3 เดือน

ไม่จริง

เพราะ…ยังไม่พบมาตรการเยียวยาดังกล่าวแต่อย่างใด

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/3uwc3pjne4a1m


จริงหรือไม่…? เลื่อนฉีดวัคซีนผู้จองผ่านไทยร่วมใจ ตั้งแต่ 15 มิ.ย. 64

จริง

เพราะ…โดยจะจัดฉีดวัคซีนให้ทุกคนโดยเร็วที่สุด ทันทีที่ได้รับการจัดสรรวัคซีน จะมี SMS แจ้งให้สามารถเลือกวันและเวลานัดหมายใหม่

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/4vesaq4rpmo4


จริงหรือไม่…? เปิดลงทะเบียน คนละครึ่ง เฟส 3

จริง

เพราะ…เริ่มเปิดลงทะเบียนวันแรกเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผ่านทางเว็บไซต์คนละครึ่งและแอพเป๋าตัง

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/e37lwosnzi6b


จริงหรือไม่…? วัดบางม่วง เผาศพโควิด จนเตาเผาชำรุด

จริง

เพราะ…เจ้าอาวาสประกาศเผาศพโควิดที่ไม่มีที่ไหนรับเผาฟรี เตาเผาชำรุด ต้องเปลี่ยนจากระบบถ่าน เป็นระบบน้ำมัน

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2z5f99zh9yvzu


จริงหรือไม่…? ผลสำรวจเกี่ยวกับความมั่นใจของคนไทยต่อการฉีดวัคซีนโควิด19

จริง

เพราะ…เป็นผลสำรวจจากสวนดุสิตโพล จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,450 คน สำรวจวันที่ 7-10 มิถุนายน 2564 โดยพบว่าการกำหนดให้การฉีดวัคซีน เป็นวาระแห่งชาตินั้นเป็นเรื่องที่ควรดำเนินการโดยเร่งด่วน

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/3pq8rr4gnd7rc


จริงหรือไม่…? ข้าราชการลงทะเบียนคนละครึ่ง เฟส3 ได้

จริง

เพราะ…กระทรวงการคลัง ยืนยัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ข้าราชการเมือง ผู้ได้รับบำนาญ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วม คนละครึ่งเฟส 3 ได้

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/3hhikyqykulwr


จริงหรือไม่…? สถานทูตไทยในสหรัฐฯ เตือนพกยาสมุนไพรต้องมีฉลากภาษาอังกฤษชัดเจน

จริง

เพราะ…ต้องมีฉลากภาษาอังกฤษชัดเจน หลังนักศึกษาไทยพกน้ำมันผสมสารสกัดกัญชาและแคปซูลฟ้าทะลายโจร ถูกควบคุมตัวส่งกลับไทย-เพิกถอนวีซ่า

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2ym60t1no1l7u


จริงหรือไม่…? ฉีดวัคซีนโควิด 19 ก่อนและหลังรับวัคซีนอื่นได้ ใน 2 สัปดาห์

จริง

เพราะ…กรมควบคุมโรค แนะ เว้นระยะระหว่างวัคซีนโควิด 19 และวัคซีนชนิดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาจากการฉีดวัคซีนพร้อมกัน และเพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนการตอบสนองต่อวัคซีนที่ฉีดตามมา

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2aq4n6bg3sbxg


จริงหรือไม่…? มีเว็บปลอม เลียนแบบกระทรวงสาธารณสุข

จริง

เพราะ…มีการทำ URL ให้คล้ายเว็บกระทรวง แต่เปลี่ยนตัวอักษร จาก moph เป็น mqph ถ้าหลงเชื่อกดเข้าไป จะเจอเว็บปลอมที่หลอกให้เรากรอกข้อมูลสำคัญ ชื่อ เบอร์มือถือ และเลขบัตรประชาชน

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/16as0ldgbnwv4


จริงหรือไม่…? JUST IN – CDC จะจัด “การประชุมฉุกเฉิน” เกี่ยวกับรายงานการอักเสบของหัวใจที่หายาก แต่ “สูงเกินคาด” หลังจากการฉีด Pfizer ที่ใช้ mRNA และวัคซีน Moderna

จริง

เพราะ…สำนักข่าวต่างประเทศเสนอตรงกันว่าจะมีการจัดประชุมดังกล่าว

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/3dsvc51i6ywae


จริงหรือไม่…? ปทุมธานีเปิดลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด 19 ของ ซิโนฟาร์ม

ข่าวจริงบางส่วน

เพราะ…นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้เดินทางมาจองวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม ที่สถาบันราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แต่ยังเป็นการมาจองเท่านั้น ยังไม่มีการเปิดให้ประชาชนมาลงทะเบียน

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/95r1pedaoce7


จริงหรือไม่…? พบการอักเสบของหัวใจหลังจากฉีดวัคซีน mRNA ครั้งแรก (Pfizer, Moderna)

ข่าวจริงบางส่วน

เพราะ…จริง แต่มีรายงานไม่กี่ชิ้นที่บ่งชี้อาการดังกล่าว และเป็นอาการเพียงเล็กน้อย

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/1uvt5m6u58bnh


หลังฉีดวัคซีน “แอสตร้าเซเนก้า” ทำไม “หนุ่มสาว” ถึงมีอาการมากกว่าผู้สูงอายุ

กระทรวงสาธารณสุข  เผย  อาการไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัวในกลุ่มคนวัยทำงาน หลังรับวัคซีนแอสตร้าฯ เป็นกลุ่มอาการปกติของวัคซีนแอสตร้าฯ ส่วนใหญ่ร้อยละ 99 หายดีภายใน 2-3 วัน รวมถึงร่างกายวัยหนุ่มสาว มีปฏิกิริยาตอบสนองที่ดีกว่าผู้สูงอายุในการสร้างภูมิคุ้มกัน

มาดูฝั่ง นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ระบุว่า

ภาพรวมการฉีดวัคซีน ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา  เมื่อมีการฉีดวัคซีนมากขึ้น ย่อมเกิดผลข้างเคียงมากขึ้นตามสัดส่วนที่ได้รับการฉีด  ซึ่งบางรายที่เกิดผลข้างเคียงนั้นก็จะต้องไปพิสูจน์ว่าเกิดจากวัคซีนหรือไม่

ขณะที่ กลุ่มวัยทำงาน เมื่อรับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า แล้ว มีอาการไม่พึ่งประสงค์ มากกว่า ผู้สูงอายุที่รับวัคซีน ทาง ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า  จากการรายงาน มี ร้อยละ 30  ส่วนใหญ่มีอาการไข้ หนาวสั่น ชาตามตัว ถือเป็นกลุ่มอาการเดิม ของอาการไม่พึ่งประสงค์หลังรับวัคซีนแอสตร้าฯ ที่เคยออกมาประกาศก่อนหน้านี้ ไม่ใช่กลุ่มอาการใหม่  ส่วนใหญ่ กินยา อาการก็จะดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง  รวมถึงในช่วงอายุ 30-40 ปีขึ้นไป อาจพบอาการลิ้มเลือดได้

ส่วนมีอาการหลังรับวัคซีน ทำให้ภูมิขึ้นง่ายนั้น ปลัดสธ. อธิบาย ว่า วัคซีนแอสตร้าฯ เป็นเทคโนโลยีใหม่  เมื่อฉีดเข้าร่างกาย  ร่างกายจะมีปฏิกิริยากับสารของวัคซีนที่ฉีดเข้าไป  เหมือนมีสิ่งแปลกปลอมเข้าร่างกาย   ซึ่งเป็นไปตามหลักการของการรับวัคซีนทั่วไป ซึ่งเป็นความซับซ้อนของร่างกาย    แต่ไม่ใช่ว่า คนมีอาการมาก ภูมิจะขึ้นเร็วกว่าคนที่ไม่มีอาการ ขณะที่คนไม่มีอาการภูมิก็ขึ้นเหมือนกัน ซึ่งแล้วแต่บุคคล

ทั้งนี้วัคซีนแอสตร้าฯ เข็มแรก จะมีภูมิขึ้นประมาณ ร้อยละ 70-80 % ส่วนเข็ม 2 ภูมิจะขึ้นประมาณ ร้อยละ 10-20

ขณะที่นพ. สมศักดิ์  อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ระบุถึง กรณีที่วัยหนุ่มสาว วัยทำงาน มีอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีด มาก หลังรับวัคซีนแสตร้าเซเนก้า เช่น มีไข้ หนาวสั่น ปวดตัว  ตัวชา   จากข้อมูลรายงาน  การสันนิษฐาน มีด้วยกัน 3 ปัจจัย คือ

  1. เทคโนโลยีของวัคซีนที่ต่างกัน  เช่น ซิโนแวค ที่ทำมาจากเชื้อตาย ที่ผ่านมาก็พบว่ามีอาการไข้ แต่อาจจะไม่มาก ขณะที่วัคซีนแอสตร้าเซเนก้า เป็นเทคโนโลยีไวรัลเวคเตอร์  ซึ่ง อาจจะพบผลข้างเคียงได้มากกว่า
  2. ปฏิกิริยา คนอายุมาก อายุน้อย  เช่น กลุ่มคนวัยทำงาน หนุ่มสาว มีการตอบสนองที่ดีกว่ากลุ่มผู้สูงอายุ จึงทำให้ร่างกายสร้างคุ้มกันได้ดีกว่า
  3. ปัจจัยเฉพาะบุคคล บางคนมีอาการแพ้ บางคนไม่มีอาการแพ้

ซึ่ง ต่างประเทศ ก็มีรายงานพบลักษณะอาการเดียวกันหลังรับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า

หาก ลงทะเบียน หมอพร้อม จะมีติดตามอาการ ถ้ามีอาการผิดปกติสามารถสอบถามไปยังสถานที่ฉีด หรือหากมีอาการมากให้ไปยังสถานพยาบาลทันที

ส่วนอาการตัวชา ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราว แขนขาชา โดยซิโนแวค ก็พบอาการคล้ายกัน ซึ่งมีการตรวจอย่างละเอียด ไม่พบอาการผิดปกติเพิ่มเติม โดยหายเองภายใน2-3 วัน.

ลิงค์ข่าว https://www.tja.or.th/view/tjacofact/1331873

สรุปข่าวจริง ลวงประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2564


จริงหรือไม่…? ผู้ป่วยโควิด หนีออกจากโรงพยาบาลที่อุบลราชธานี

ข่าวจริงบางส่วน

เพราะ…หนีออกไปเพียง 1 ชั่วโมง แล้วกลับมาโรงพยาบาล.

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2o9o3rofjt2bi


จริงหรือไม่…? โควิด-19 ไม่มีอยู่จริงในรูปของไวรัส แต่เป็นแบคทีเรียที่ได้รับรังสีและทำให้มนุษย์เสียชีวิตจากการแข็งตัวของเลือด

ไม่จริง

เพราะ…โลกได้ให้การยอมรับแล้วว่าโควิดเกิดจากโคโรน่าไวรัส.

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/3sp6t4dq7e9c9


จริงหรือไม่…? แป๊บซี่แจกรางวัล จากกองทุน.

ไม่จริง

เพราะ…Pepsithai ชี้ บริษัทฯ ไม่ได้เป็นผู้จัด สนับสนุน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าว แต่อย่างใด

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/3nnnnze1bjitq


จริงหรือไม่…? Phuket Sandbox ปรับเงื่อนไขใหม่ ให้ผู้เดินทางที่เดินทางเข้ามายังจังหวัดภูเก็ต ต้องพักโรงแรมที่ภูเก็ต จาก 7 คืนเป็น 14 คืน.

จริง

เพราะ…กระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าภูเก็ต ต้องกักตัวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต 14 วัน ตามประกาศของกระทรวงการต่างประเทศ.

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/3l2p4r8hep02p


จริงหรือไม่…? ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม เที่ยวเกาะสมุยได้ไม่ต้องกักตัว.

จริง

เพราะ…เป็นการผ่อนคลายสถานการณ์ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้กับเกาะสมุย.

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/3d06xozzq2p3q


จริงหรือไม่…? หญิงตั้งครรภ์ควรฉีดวัคซีน.

จริง

เพราะ…ควนฉีดหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์เป็นต้นไป แนะ ควรฉีด Sinovac .

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/6pxrl6bf83as


จริงหรือไม่…? เชียงใหม่ประกาศปิดสถานบริการ สถานบันเทิง โรงภาพยนตร์ ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต และสถานที่อื่นๆ ต่อ มีผล ตั้งแต่ 9 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป

จริง

เพราะ…เป็นไปตามความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 45/2564 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564.

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2pkc7tdz8aavj


จริงหรือไม่…? อาจเกิดภาวะ VITT หลังฉีดวัคซีนโควิด.

จริง

เพราะ…เป็นอาการที่อาจเกิดได้ 4-30 วันหลังได้รับวัคซีน แนะ หากมีอาการปวดหัว อ่อนแรง หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ชัก ตามัว เห็นภาพซ้อน เหนื่อยง่าย หายใจลำบากหรือติดขัด เจ็บแน่นหน้าอก ปวดท้องหรือปวดหลังรุนแรง ขาบวมแดง หรือ ซีด เย็น ให้เข้ารับการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง.

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/ft52l3qrri58


จริงหรือไม่…? กองปราบปราม” โพสต์เตือนภัย “เราชนะปลอม” หลอกให้กดลิงก์-กรอกข้อมูลส่วนตัว

จริง

เพราะ…โครงการเราชนะ ม่มีนโยบายส่ง SMS ไปยังผู้ร่วมโครงการ แนะ ไม่ควรกดลิงก์ไปที่เว็บไซต์ หรือ กรอกข้อมูลส่วนตัว.

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/12bfjji7y74q6


จริงหรือไม่…? อ.สังขะบุรี จ.กาญจนบุรี ได้รับวัคซีน เพียง 1 ขวด

จริง

เพราะ…ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ชี้ ได้วัคซีนเพียง 1 ขวด เพราะมีผู้ลงทะเบียนไว้ 10 คนเท่านั้น.

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/1naj92ruehcuc


จริงหรือไม่…? การฉีดวัคซีน แอสตร้าแซนนิก้า อาจทำให้มีไข้อ่อนๆ

จริง

เพราะ…แต่อาจเกิดในบางบุคคล เพราะร่างกายมีการตอบสนองต่อวัคซีนแตกต่างกัน

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/1d28p3u7cm01y


สรุปข่าวจริง ลวงประจำวันที่ 8 มิถุนายน 2564


จริงหรือไม่…? กัญชาป้องกันและรักษาโควิดได้

ไม่จริง

เพราะ…ยังไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์ที่ยืนยันว่ากัญชาช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ และกระทรวงสาธารณสุขยังไม่อนุญาตให้ใช้กัญชารักษาโรคโควิด-19

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/d4b4o3hjz3se


จริงหรือไม่…? สมุนไพร ใบเตย ตะไคร้ มะกรูด ขิง ข่า ต้มและนำมาสูดดมป้องกันโควิด

ไม่จริง

เพราะ…ยังไม่มีงานศึกษาวิจัยว่าสมุนไพรไทย ช่วยรักษาอาการป่วยจากโควิดหรือไม่ แต่มีงานวิจัยหลายชิ้นบอกว่าสมุนไพรไทย มีน้ำมันหอมระเหย สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ดีขึ้น

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/aoduj8ddoy2h


จริงหรือไม่…? ต้มน้ำขิง กินทั้งวัน และ กินฟ้าทะลายโจร 3 เวลา ครั้งละ 5 เม็ด ดื่มน้ำมะนาว ผสมน้ำอุ่น เช้าเย็น กินอาหารสมุนไพรไทย รักษาโควิดได้

ไม่จริง

เพราะ…ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์ใดยืนยันว่าการดื่มน้ำมะนาวผสมเกลือช่วยฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/3qrzw8vx9xaa4


จริงหรือไม่…? วัคซีนเข็ม 2 นอกจากจะตรวจความถูกต้องแล้ว ต้องบอกให้เขาลงหมายเลข passport

ไม่จริง

เพราะ…ไม่ต้องใช้เลขพาสปอร์ต แต่หากต้องการขอวัคซีนพาสปอร์ตเพื่อเดินทางข้ามประเทศ สามารถทำได้ในสถานที่กำหนด

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/t3luhc8ya5l9


จริงหรือไม่…? การกระจายวัคซีน มิ.ย.

จริง

เพราะ…กรมควบคุมโรค เผยแผนกระจายวัคซีนโควิด มิ.ย.นี้ 6 ล้านโดส เตรียมจุดฉีดต่างจังหวัด 993 จุด กทม.25 จุด ประกันสังคม 25 จุด มหาวิทยาลัย 11 แห่ง ติดตามข้อมูลในจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนั้นๆ

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/nyc6krvloazq


จริงหรือไม่…? วอล์ล แจกไอศครีม 1 ล้านแท่ง

จริง

เพราะ…แจกที่ศูนย์ให้บริการวัคซีน ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. นี้ ตามข้อความ วอลล์ขอร่วมเป็นส่วนเล็กๆ ของช่วงเวลาแห่งความสุข

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/1ak0sizi1oslr


จริงหรือไม่…? คนละครึ่ง เฟส 3 รับเพิ่ม 16 ล้านสิทธิ์

จริง

เพราะ…ผู้ที่เคยรับสิทธิ์แล้วกดยืนยันรับสิทธิในแอพเป๋าตัง ผู้ที่ยังไม่เคยรับสิทธิ์คนละครึ่ง เปิดลงทะเบียนเพิ่ม 14 มิ.ย. ผ่านแอพเป๋าตัง หรือ เว็บไซต์คนละครึ่ง เวลา 06.00-22.00 น.

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/1if315laa8rll


ระวัง เพจปลอม “มาตรการรัฐ”

คิดให้ดี-ตรวจสอบให้ชัวร์ ก่อนเชื่อเพจปลอมมาตรการรัฐ

ปัจจุบันสื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของการใช้เพื่อการสื่อสารในระดับบุคคล ระดับองค์กร และในระดับของใช้เพื่อสื่อสารในสาธารณะ โดยมีองค์กรมากมายใช้ช่องทางของโซเชียลมีเดียในการสื่อสาร อำนวยความสะดวก เนื่องจากเข้าถึงง่าย สื่อสารได้รวดเร็ว และมีต้นทุนที่ต่ำ โดยเฉพาะอย่างในการใช้สื่อผ่านช่องทางโซเชียลแพล็ตฟอร์ม Facebook

ล่าสุด We Are Social ได้ทำการสำรวจข้อมูลผู้ใช้ Facebook ในประเทศไทย ในเดือน มกราคม 2564 พบว่า คนไทยมีการใช้งาน Facebook ไม่น้อยกว่า 51 ล้านบัญชี หรือคิดเป็น 84.9% ของจำนวนประชากรที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป แน่นอนว่าหลายคนไม่ได้มีแค่บัญชีส่วนตัวเพียงอย่างเดียว แต่มีการสร้างแฟนเพจไว้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะการใช้เป็นช่องทางการสื่อสารให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย 

อย่างในกรณีของการสร้างแฟนเพจที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าวสารโครงการของรัฐ หรือมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาจากหน่วยงานของรัฐบาล จากการสำรวจข้อมูลพบว่า มีผู้ที่สร้างแฟนเพจในลักษณะนี้ค่อนข้างมาก โดยมีทั้งการนำเสนอข้อมูลจากทางรัฐในลักษณะต่าง ๆ ทั้งข้อมูลจริงของรัฐทั้งหมด ข้อมูลบิดเบือนจากข้อเท็จจริง ข้อมูลที่ทำขึ้นใหม่ หรือการนำความคิดเห็นของตัวเองนำเสนอไปในช่องทางนั้น ๆ ทำให้ผู้ที่ค้นหาข้อมูลได้ข้อมูลที่ผิดพลาด และคลาดเคลื่อน

อย่างในกรณีของเพจนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐ โดยเฉพาะการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่น เราไม่ทิ้งกัน เราเที่ยวด้วยกัน เราชนะ คนละครึ่ง และ ม33 เรารักกัน เพื่อมุ่งหวังให้เกิดผลประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ตามมาเป็นการส่วนตัว 

ทั้งนี้ กองบรรณาธิการเฉพาะกิจ TJA&Cofact  ได้สำรวจข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีแฟนเพจในลักษณะที่เกี่ยวข้องกันกับโครงการเหล่านี้จำนวนมาก ทั้งที่ใช้ชื่อโครงการโดยตรง หรือใช้ทั้งชื่อโครงการและสัญลักษณ์โครงการ โดยที่ไม่ใช่การทำมาจากหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบ และบางส่วนได้นำเสนอข้อมูลที่ผิดไปจากความจริงมาก จนทำให้ผู้ที่เข้าไปหลงเชื่อว่า เป็นเพจทางการของรัฐ และเกิดการเข้าใจผิดได้ 

กองบรรณาธิการเฉพาะกิจ TJA&Cofact ยังได้ทำการสอบถามถึงกรณีนี้ไปยัง นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยได้รับการยืนยันว่า เป็นห่วงเรื่องในลักษณะนี้เช่นกัน และตระหนักถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยทางเพจที่จัดทำขึ้นแบบไม่เป็นทางการ หรืออาจเป็นเพจปลอมที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะไม่ได้นำเสนอข้อมูลอย่างถูกต้องตรงจุดที่ทางหน่วยงานนั้นต้องการนำเสนอ หรืออาจบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยที่ผ่านมาทางหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ หรือมาตรการเหล่านี้กออกมาแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบ เช่น กระทรวงการคลัง ที่ได้มีการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการแล้ว

ทั้งนี้ในแนวทางการตรวจสอบข้อมูลที่ดีที่สุด รัฐบาลเองอยากให้ประชาชนที่ต้องการรับทราบข้อมูลของโครงการช่วยเหลือ เยียวยาต่าง ๆ ที่ออกมา ต้องติดตามข้อมูลข่าวสารในช่องทางที่เป็นทางการของหน่วยงานนั้นโดยตรง เช่น กระทรวงการคลัง หรือกระทรวงแรงงาน หรือเพจของรัฐบาล คือ ไทยคู่ฟ้า ที่มีข้อมูลจากหน่วยงานนั้น ๆ มานำเสนออย่างถูกต้องที่สุด หรือถ้าประชาชนมีข้อสงสัย ก็สามารถติดต่อไปยังหน่วยงานโดยตรงได้ผ่านหลากหลายช่องทาง ทั้งออนไลน์ และโทรศัพท์ 

“เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการติดตามข่าวสารโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลที่ออกมาช่วยเหลือ หรือประชาสัมพันธ์ข้อมูล จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ ทั้งเว็บไซต์ หรือ Facebook หรือช่องทางอื่น ๆ ได้ ขณะเดียวกันในด้านการตรวจสอบเว็บไซต์ หรือแฟนเพจปลอมต่าง ๆ ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส ก็กำลังติดตาม และคอยตรวจสอบอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ และรับทราบข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐที่ไม่ถูกต้อง”

ก่อนหน้านี้ทางกระทรวงการคลังเองได้ออกมาแจ้งเตือนประชาชน หลังพบว่ามีผู้แอบอ้าง หรือผู้ที่ทำเว็บไซต์ และจัดทำเพจ เฟซบุ๊กขึ้นมา โดยใช้ชื่อเหมือน หรือใกล้เคียงกับ โครงการของรัฐ  โดยยืนยันว่า ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลข่าวสารและมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ผ่านช่องทางที่เป็นทางการของกระทรวงการคลัง เว็บไซต์ www.mof.go.th หรือในเฟซบุ๊ก สถานีข่าวกระทรวงการคลัง และเว็บไซต์ www.fpo.go.th หรือในเฟซบุ๊ก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง : Fiscal Policy Office

ส่วนที่นอกเหนือไปจากนี้ขอให้ระมัดระวังในการพิจารณาข้อมูล และอย่ากรอกข้อมูลส่วนตัวใด ๆ ลงไปในเว็บไซต์เหล่านั้น

ลิงค์ข่าว https://www.tja.or.th/view/tjacofact/1331647

ผู้แทน WHO แนะบทบาทสื่อมวลชน ในวิกฤตโควิด19

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 64 องค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย (World Health Organization Thailand) จัดเวทีให้ความรู้สื่อมวลชนในประเทศไทย ในหัวข้อ “การกระจายวัคซีนในประเทศไทย” ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับวัคซีน เพื่อสนับสนุนประชาชนและภาครัฐในการควบคุมการระบาดของโรคโควิด 19 โดยเชิญตัวแทนจากองค์การอนามัยโลกและผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขจะมาให้ข้อมูลทางวิชาการ

โดยตอนหนึ่ง นายแพทย์แดเนียล เคอร์เทสซ์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ถามว่า WHO ห่วงการนำเสนอข่าวแบบไหนเกี่ยวกับวัคซีน ที่สื่อมวลชนต้องระวัง รวมทั้งประชาชนต้องระมัดระวังข่าวแบบไหนเช่นกัน

นายแพทย์แดเนียล กล่าวว่า เราเห็นชัดเลยว่า ตั้งแต่ช่วงแรกที่เกิดการระบาด ข้อมูลหลากหลายและสับสนมาก บางทีไม่ใช่แค่ตัวโรคอย่างเดียว แต่วัคซีนอันไหนอย่างไร ดังนั้น การที่เราทำงานร่วมกับสื่อเป็นส่วนที่สำคัญอย่างมาก และก็เป็นกลไกสำคัญในการช่วยควบคุมและป้องกันโรค การส่งเสริมการไปรับวัคซีนของประชาชนด้วย เพราะฉะนั้น สื่อควรจะให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ควรจะให้ประชาชนเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น นอกจากเกิดอะไรขึ้นคือ สามารถประเมินตัวเองได้ว่าอยู่กลุ่มไหน ควรจะไปลงทะเบียนทำอะไรอย่างไร

ทั้งนี้ สื่อเป็นตัวหลักที่ช่วยกระจายข้อมูลที่ถูกต้องและส่งเสริมการไปรับวัคซีน อยากจะกระตุ้นเพื่อนๆ สื่อมวลชนอีกที ไม่ใช่วัคซีนป้องกันชีวิตได้อย่างเดียว การให้ข้อมูลที่ถูกต้องจะป้องกันชีวิตได้ด้วย อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เป็นสิ่งที่ WHO เองก็พูด ทางสื่อ ทางรัฐเองก็พูด ว่า ระหว่างที่เราให้คนฉีดวัคซีนได้มากพออย่าการ์ดตก ไม่ใช่ว่าวัคซีนมาแล้วทุกอย่างจะหายไป เราก็ต้องใส่หน้ากากเหมือนเดิม ล้างมือเหมือนเดิม Social Distancing เหมือนเดิม อย่าคิดว่า เดี๋ยววัคซีนมา คนฉีดแล้ว ทุกอย่างจะหายไป มันไม่ได้เป็นแบบนั้น อยากจะเป็นสิ่งที่ให้สื่อช่วยกระตุ้นด้วยว่า ให้ทุกคนมาฉีดวัคซีน แล้วก็ป้องกันตัวเองเช่นเดิม

นอกจากนี้ นายแพทย์แดเนียล ยังตอบคำถามที่ถามว่า WHO มีแนวทางการจัดการ Fake News ในเรื่องของการระบาดและวัคซีนอย่างไรว่า การจะสู้กับ Fake News จริง ๆ สู้ยากกว่าโรคอีก เพราะมันไม่เห็นว่ามาจากไหน มาได้ยังไง พูดง่ายๆ คือ ต้องให้สื่อกระแสหลักทำรีเสิร์ชให้ดี ๆ เช็กข้อมูลให้ดี ๆ ฟังใครก็ฟังคนที่ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ อย่าไปหยิบตรงนั้นตรงนี้ที่มาจากไหนก็ไม่รู้ เรียกว่าให้ทำ Investigative Journalism หรือการสื่อสารเชิงสอบสวน การหาข่าวเชิงสอบสวน ให้เช็กให้ดี ๆ เพราะว่าทุกคนก็มีบทบาทหน้าที่ เพราะสื่อไม่ใช่แค่ผู้รายงาน แต่ต้องเป็นผู้รายงานสิ่งที่ถูกต้อง เราจะสู้สิ่งที่ผิดได้ ก็คือเอาสิ่งที่ถูกไปให้เยอะกว่านั้น อันนี้จะต้องทำเรื่อย ๆ ไม่ใช่ว่าโรคระบาดอย่างเดียว เรื่องอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน สื่อสิ่งที่ดีออกไปก็จะเป็นการกำจัดสิ่งที่ไม่ดีได้ อีกอย่างคือความเชื่อมั่น จะต้องเชื่อมั่นในหลายๆ ส่วน เชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่บุคลากรการแพทย์

แล้วก็ประเทศไทย คนก็ค่อนข้างเชื่อมั่นบุคลากรทางการแพทย์ค่อนข้างมาก ไปถึง อสม. ต่าง ๆ ระดับนั้นเลย แล้วเราก็เห็นหลายๆ ประเทศ เช่น ภูฏาน ที่รัฐบาลทำให้ประชาชนเชื่อถือ ก็จะทำให้การฉีดวัคซีนทำได้มากขึ้น เพราะเชื่อมั่นสิ่งที่รัฐบาลบอกมาเป็นสิ่งที่ถูกต้อง คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีความเชื่อมั่นกันและกัน จะบริหารจัดการทุกอย่างได้ง่ายขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการโรคด้วย แล้วก็ส่งผลต่อการฉีดวัคซีนได้มากขึ้นด้วย

“ถ้าจะขอร้องสักข้อหนึ่งถึงสื่อมวลชนก็อยากให้อย่าคิดว่าตัวเองไม่สำคัญ สื่อสำคัญมาก ช่วยชีวิตคนอื่นได้ด้วยการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง โดยเฉพาะความมีประสิทธิภาพของวัคซีน ความปลอดภัยของวัคซีน ความจำเป็นในการไปฉีดและรับวัคซีน เป็นสิ่งที่อยากจะขอร้องให้สื่อกระจายให้ประชาชนเข้าใจถูกต้องด้วย”

นายแพทย์ แดเนียล กล่าว

ลิงค์ข่าว https://www.tja.or.th/view/tjacofact/1331685

สรุปข่าวจริง ลวงประจำวันที่ 3 มิถุนายน 2564


จริงหรือไม่…? ผู้รับวัคซีนทั้งหมดจะเสียชีวิตใน 2 ปี

ไม่จริง

เพราะ…Luc Montagnier ไม่ได้พูดประโยคดังกล่าว ไม่มีหลักฐานใดอ้างอิง แม้เขาจะไม่เห็นด้วยกับวัคซีนก็ตาม

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/169hziuu8ddop


จริงหรือไม่…? องค์การอนามัยโลก รับรองวัคซีนซิโนแวค

จริง

เพราะ…ผลิตโดย ซิโนแวค ไบโอเทค สำหรับรายการใช้ในกรณีฉุกเฉิน เพื่อปูทางสู่การใช้วัคซีนตัวที่ 2 ของจีน ในประเทศยากจน

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/xrvv8siq2fgf


จริงหรือไม่…? บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป เปิดลงทะเบียนสำหรับผู้ที่สนใจวัคซีนทางเลือก Moderna

จริง

เพราะ…เป็นการสำรวจความต้องการ โดยให้ลงชื่อและรายละเอียดไว้ก่อน รพ.จะติดต่อกลับอีกครั้งเมื่อวัคซีนพร้อมให้บริการ

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/5ob6bvq3703w


จริงหรือไม่…? WHO ตั้งชื่อใหม่ ของโควิด กลายพันธุ์

จริง

เพราะ…เปลี่ยนมาใช้ตัวอักษรกรีกแทน เพื่อจดจำและออกเสียงง่าย ไม่ต้องตีตราให้เข้าใจผิดว่าเป็นประเทศต้นกำเนิด

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/1y7wun8jrwj5n


จริงหรือไม่…? ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงกับการฉีดวัคซีน

จริง

เพราะ…เป็นคำแนะนำจาก รพ.จุฬาฯ สำหรับผู้เป็นโรคความดันฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการฉีดวัคซีนโควิด

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/3g7j4yq2qkes1


สรุปข่าวจริง ลวงประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2564


จริงหรือไม่…? ซีพีปิดข่าว หมูไก่ติดเชื้อตัวใหม่ และเป็นเอดส์ ห้ามกิน 6 เดือน ติดเชื้อตายใน 9 วัน

ไม่จริง

เพราะ…ยังไม่พบกรณีหมู-ไก่เป็นโรคเอดส์ ในพื้นที่ที่มีการอ้างถึง และในทุกพื้นที่ของประเทศไทย.

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/3mdsir015v5ul


จริงหรือไม่…? เปลือกไข่รักษาโรคเริม งูสวัดได้

ไม่จริง

เพราะ…ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบ พบ ไม่เป็นความจริง ไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่าสามารถรักษาได้

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/g3jj44t68w1y


จริงหรือไม่…? ภาพการเสียชีวิตของนกหลายตัว ในประเทศอินเดีย

ไม่จริง

เพราะ…ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบ ยังไม่ได้รับข้อมูลยืนยันที่แท้จริง ดังนั้นไม่ควรแชร์ต่อ

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/3bhn2y7dy8ch1


จริงหรือไม่…? เพจเราชนะ ของภาครัฐโพสต์​นี้จริงไหม

ไม่จริง

เพราะ…ไม่ใช่เพจของหน่วยงาน

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/2v1guekr7i3fs


จริงหรือไม่…? สธ. กำหนดให้สถานพยาบาลเอกชนให้บริการแก่บุคคลที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์ จากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด -19

จริง

เพราะ…เพื่อเพิ่มสิทธิเบิกจ่ายดูแลผู้ป่วยจากการฉีดวัคซีน

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/g9rcoopp2bw9


จริงหรือไม่…? มูลนิธิพุทธรักษา ระดมทุนจัดหาเครื่องช่วยหายใจเพื่อช่วยต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วย โควิด19

จริง

เพราะ…มูลนิธิพุทธรักษา ร่วมกับ LIFEiS และ มูลนิธิอริยวรารมย์ ในโครงการ Pay it Forward

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/3d8anvl87j88l


จริงหรือไม่…? ก.ล.ต. เตือนการทำธุรกรรม DeFi ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

จริง

เพราะ…ตาม พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. และใบอนุญาตจาก รมต.คลัง

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/3ok6qfdolcmob


จริงหรือไม่…? ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ เริ่ม 1 ก.ค.64

จริง

เพราะ…นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เผย แผนเปิดเกาะภูเก็ตยังคงยืนยันในวันที่ 1 ก.ค.64

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/kqq78sa6k9y8


จริงหรือไม่…? ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ สนับสนุนคนอายุ18 ปีขึ้นไปฉีดวัคซีนโควิด19

จริง

เพราะ…เพจ FB ได้เผยแพร่แนวทางเวชปฏิบัติการให้วัคซีนแก่ผู่ใหญ่และผู้ป่วยในโรงพยาบาล

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/1rz133qu3owqf


จริงหรือไม่…? แอปพลิเคชั่น หมอพร้อมหยุดให้บริการ

จริง

เพราะ…แจ้งหยุดเปิดจองคิวฉีดวัคซีนโควิดชั่วคราว ตั้งแต่ 31 พ.ค.เป็นต้นไป ตามนโยบาย ศบค. แต่ยังปจ้งความประสงค์ได้ตามช่องทางอื่นๆ

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/34vqt4v56rx0t

วงเสวนาแนะทางออก‘ขัดแย้งออนไลน์’ เปิดพื้นที่ปลอดภัย-ฟังเพื่อเชื่อมต่อกันให้มากขึ้น

วงเสวนาแนะทางออก‘ขัดแย้งออนไลน์’เปิดพื้นที่ปลอดภัย-ฟังเพื่อเชื่อมต่อกันให้มากขึ้น

บ่ายวันที่ 28 พ.ค. 2564 โคแฟค (ประเทศไทย) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันเชนจ์ฟิวชั่น Centre for Humanitarian Dialogue (“hd) มูลนิธิฟรีดริช เนามัน และมูลนิธิสถาบันการจัดการวิถีพุทธเพื่อสุขและสันติ (สกพ. IBHAP) จัดงาน (ออนไลน์) เสวนานักคิดดิจิทัลครั้งที่ 16 กาลามสูตรในยุคดิจิทัล: เส้นแบ่งบางๆระหว่างความจริงและความเชื่อ Digital Thinkers Forum #16 “How to draw a thin line between facts & faith in digital age? โดยหนึ่งในนั้นคือการเสวนาหัวข้อ “เราจะไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในโลกไซเบอร์ (Cybermediation) ได้หรือไม่” ในช่วงท้ายของงานดังกล่าว

น.ส.ธีรดา ศุภะพงษ์ ผู้แทนประเทศไทย Centre for Humanitarian Dialogue (HD) กล่าวว่า คำว่า “ไกล่เกลี่ย (Mediation)” เป็นคำที่ใช้กันในหลายวงการ ทั้งการเจรจาสร้างสันติภาพ การเจรจาทางคดีความในกระบวนการยุติธรรม ฯลฯ ทั้งที่เป็นและไม่เป็นทางการ โดยมีฝ่ายที่ 3 มาเป็นคนกลางรับฟังและหาทางออก นำมาสู่ข้อตกลงที่คู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายต้องปฏิบัติตาม 

ซึ่งคนที่จะทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยได้นั้นต้องมีคุณสมบัติคือความเข้าใจว่า การที่คนแต่ละคนที่จะทำอะไรบางอย่างนั้นทำไปด้วยมุมมอง ฐานคิดหรือความเชื่ออย่างไร หรือมีผลประโยชน์ต่อเรื่องราวนั้นอย่างไร และจะสานผลประโยชน์ระหว่าง 2 ฝ่ายที่มีจุดยืนแตกต่างกันได้อย่างไร หรือก็คือมองหาจุดร่วมของทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนคำว่า “การไกล่เกลี่ยทางไซเบอร์ (Cybermediation)” นั้นเกิดขึ้นในการประชุมปี 2561 ของ UN Department of Political Affairs , Diplo Foundation , SwissPeace  และ HD โดยมีคำถามสำคัญคือ 

1.เทคโนโลยีดิจิทัลส่งผลต่องานคลี่คลายความขัดแย้งและการป้องกันความขัดแย้งที่รุนแรงได้อย่างไร กับ 2.ผู้ไกล่เกลี่ยจะใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นประโยชน์ในกระบวนการคลี่คลายความขัดแย้งและการป้องกันความรุนแรงได้อย่างไร ซึ่งโลกยุคใหม่ข้อมูลข่าวสารและมุมมองความเห็นถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็ว อีกทั้งผู้คนยังได้พบเจอกันมากบนพื้นที่ออนไลน์ การที่ผู้คนซึ่งต่อสู้หรือต่อรองผลประโยชน์กันบนพื้นที่ออฟไลน์ (โลกจริง) ขยายวงเข้ามาในพื้นที่ออนไลน์ มีการใช้วาทกรรมหรือใช้เครื่องมืออย่างไรบ้างในการประลองกำลังกัน

“เราสามารถทำได้เพราะมีเสรีภาพในการแสดงออก แต่มีจุดไหนไหม? ที่น่าจะมาดูว่าเส้นแบ่งในการเคารพกันของความแตกต่างทางความคิดมุมมองต่างๆ เสรีภาพในการแสดงออก กับเส้นแบ่งของการที่จะไปละเมิด ไปปลุกเร้าให้เกิดความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นหลังมีการสื่อสารในทำนองนั้นในโลกออนไลน์แล้วอย่างไร ซึ่งอันนี้เป็นความท้าทายใหม่ของคนทำงานด้านไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง การทำงานด้านกระบวนการสันติภาพ ที่มองว่าบริบทใหม่ท้าทายขึ้นกว่าเดิม” น.ส.ธีรดา กล่าว

น.ส.ธีรดา กล่าวต่อไปว่า ในอดีตการไกล่เกลี่ยอาจทำในวงปิด ไปพบกันในพื้นที่ที่เรียกว่าพื้นที่ปลอดภัย แต่ปัจจุบันอาจต้องคำนึงถึงว่า การที่จะหาข้อตกลงกัน หาฉันทามติร่วมกัน อาจต้องเปิดให้มีส่วนร่วมและต้องรับฟังผู้ที่มีส่วนได้-เสียมากขึ้น ส่วนทักษะใหม่ของผู้ไกล่เกลี่ยในยุคดิจิทัล เช่น การใช้เครื่องมือสื่อสังคมออนไลน์ สร้างการสื่อสารสาธารณะให้เกิดแนวคิดหรือพื้นที่ของคนที่อยากหาทางออกร่วมกัน หรือการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เก็บข้อมูลการใช้ถ้อยคำของฝ่ายต่างๆ หรือใช้เทคโนโลยีความจริงเสมือน (VR) จำลองมุมมองของแต่ละฝ่ายให้เข้าใจกัน เป็นต้น

ทั้งนี้ หากจะทำเรื่องการไกล่เกลี่ยทางไซเบอร์ สิ่งที่ต้องคำนึงถึง 1.กระบวนการคลี่คลายความขัดแย้ง 2.ผู้ไกล่เกลี่ย พื้นที่ปลอดภัย องค์กรที่คู่ขัดแย้งไว้วางใจ 3.บริบทแวดล้อม เช่น คนที่อยู่ตรงนั้นมีความรู้สึกเพียงใดว่าจะต้องป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง 4.เครื่องมือประเมินและติดตามสถานการณ์ 5.ความสามารถในการหาข้อเท็จจริง แยกแยะได้ระหว่างข้อเท็จจริง ความเห็นและข่าวลวง และ 6.การสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการหาฉันทามติอย่างสร้างสรรค์ 

ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เดิมทีความคิดอาจอยู่ในสมองหรืออยู่ในคนที่แวดวงใกล้เคียง แต่ปัจจุบันความคิดสามารถเผยแพร่สู่สาธารณะได้ง่าย ซึ่งแม้จะไม่กระทบกับเนื้อตัวร่างกาย แต่จะกระทบกับชื่อเสียง เกียรติยศ อารมณ์ความรู้สึก แต่หากไปถึงขั้นข่าวลวงหรือถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชัง ก็อาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงต่อทรัพย์สินหรือต่อบุคคลอื่น มีการทำร้ายร่างกายถึงขั้นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต หรือผลกระทบทางจิตใจ เช่น บางคนอับอายจนทำร้ายตนเองหรือต้องย้ายถิ่นฐานหนีไป 

ส่วนการจัดการความขัดแย้ง หากเป็นวิธีที่เป็นทางการคือใช้กระบวนการทางกฎหมาย ฟ้องคดีแพ่งหรืออาญาโดยมีปลายทางอยู่ที่คำตัดสินของศาล แต่การเข้าช่องทางแบบเป็นทางการนี้ก็มีค่าใช้จ่ายสูง อีกทั้งคำตัดสินก็ตั้งอยู่บนฐานของกฎหมายที่เขียนไว้ ดังนั้นแม้เรื่องราวจะยุติลงได้ แต่เป็นธรรมหรือไม่นั้นก็เป็นอีกคำถามหนึ่ง จึงเกิดแนวทางกระบวนการยุติธรรมทางเลือกขึ้น โดยการไกล่เกลี่ยเป็นหนึ่งในวิธีเหล่านั้น และเป็นวิธีที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ เช่น การเจรจา ที่คู่ขัดแย้งอาจมีอำนาจต่อรองไม่เท่ากัน หรือการใช้อนุญาโตตุลาการ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก 

ความขัดแย้งบนโลกไซเบอร์นั้นแบ่งได้ 2 ส่วนคือ 1.ความขัดแย้งส่วนบุคคล เช่น มีการใช้ภาพตัดต่อ เผยแพร่คลิป ใช้ถ้อยคำโจมตีกัน ฯลฯ กรณีนี้สามารถไกล่เกลี่ยตามกระบวนการทางกฎหมายได้ กับ 2.ความขัดแย้งในสังคมที่มาจากโลกไซเบอร์ ซึ่งมาจากความแตกต่างของชุดข้อมูลที่ได้รับ ชุดความคิดที่มี ตลอดจนความเชื่อ ความเห็นและการให้คุณค่าที่แตกต่างกัน 

และหลักการที่จะนำไปสู่การไกล่เกลี่ย 1.ความจริง การไกล่เกลี่ยทุกประเภทจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีความจริง 2.ครอบคลุม ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องเข้ามาอยู่ในกระบวนการ ไม่ใช่ตัดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกไป 3.ไว้วางใจ กระบวนการต้องเชื่อถือได้ ซึ่งมาจากการรับฟังและพูดคุยกัน รวมถึงมีคนกลางที่น่าเชื่อถือ แต่ความยากสำหรับกรณีโลกไซเบอร์ คือจะหาความจริงได้หรือไม่ อะไรคือความจริง ความเชื่อและความคิดเห็น 

ผศ.ดร.ปารีณา กล่าวต่อไปว่า โดยพื้นฐานไม่มีใครอยากส่งต่อความเท็จหรือข่าวลวงถ้าไม่ใช่พวกมิจฉาชีพ ส่วนใหญ่ที่ส่งต่อเพราะเชื่อว่าเป็นความจริง แต่เพราะยุคนี้ต้องเร็วต้องฉับไวบวกกับทุกคนผลิตเนื้อหาได้ ในอดีคกว่าหนังสือพิมพ์จะออกสักฉบับหนึ่งต้องผ่านกระบวนการหลายขั้น แต่ยุคนี้ด้วยความที่ต้องไวและทำรูปแบบให้โดนใจ ความคลาดเคลื่อนก็เกิดขึ้นได้ แต่ข้อมูลเมื่อมันเข้าไปในโลกไซเบอร์แล้วโอกาสที่จะหายไปนั้นยากมาก 

แต่กระบวนการตรวจสอบจึงเป็นประเด็นท้ทาย เพราะเมื่อหันไปดูภาครัฐก็ไม่มั่นใจว่าจะเชื่อถือได้หรือไม่ ซึ่งรัฐควรมีวัฒนธรรมการเปิดเผย โปร่งใสและตรงไปตรงมาในการให้ข้อมูล รวมถึงต้องมีเอกภาพ ไม่ใช่หน่วยงานนี้พูดอย่างหนึ่ง ต่อมาอีกหน่วยงานก็มาบอกว่าหน่วยงานนั้นพูดไม่ถูกต้อง ประชาชนนั้นแยกไม่ออกเพราะทั้ง 2 หน่วยงานเป็นภาครัฐทั้งคู่ แล้วประชาชนก็รู้สึกว่าไม่มีที่พึ่ง ส่วนสื่อก็ต้องระมัดระวัง จะเผยแพร่ข้อมูลโดยใช้มาตรฐานเดียวกับคนทั่วไปไม่ได้ ต้องตรวจสอบมากกว่านั้น และต้องแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงกับความคิดเห็น

ผศ.ดร.ปารีณา ยังยกตัวอย่างความขัดแย้งระหว่างรุ่น ที่ผู้ใหญ่ตั้งคำถามว่าทำไมเด็กต้องออกมาประท้วงเรียกร้อง นั่นเพราะผู้ใหญ่อยู่กับความสุขที่ผ่านมา คือเห็นว่าตนเองรอดแล้ว ในขณะที่เด็กมองว่าตนเองยังไม่รอดและไม่รู้ว่าตนเองจะรอดหรือไม่ จึงต้องการพื้นที่มากกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นผู้ใหญ่จึงต้องเปิดพื้นที่ให้มากขึ้น ฟังให้มากขึ้น ซึ่งการไกล่เกลี่ยนอกจากจะให้มาเป็นส่วนหนึ่งแล้ว การฟังก็เป็นเรื่องสำคัญ

“หัวใจสำคัญที่สุดของการไกล่เกลี่ยที่ดีคือการฟัง และทำ Dialogue (บทสนทนา) ร่วมกัน พูดคุยกันเพื่อมองหา Concern (ข้อกังวล) มองหา Interest (ประโยชน์) แล้วถ้าเรามีเวทีที่ฟังกันแบบนี้ได้ สุดท้ายแล้วเราอาจจะพบว่าเราต้องการอย่างเดียวกันก็ได้แต่ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน แล้วค่อยมาหาตัว Common Ground (พื้นที่กลาง) บางเรื่องที่แตกต่างกันอาจจะเก็บไว้ก่อน แต่บางเรื่องแก้ไขได้แก้ไขได้ไหม” ผศ.ดร.ปารีณา กล่าว 

ผศ.ดร.ปารีณา ยังกล่าวอีกว่า คนแต่ละรุ่นจะมีวิธีการแสดงออกที่ไม่เหมือนกัน แต่เรามักจะเลือกว่าต้องใช้วิธีการสื่อสารแบบนี้จึงจะฟัง แต่ละคนก็จะอยู่ในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งอยากให้รับฟังกันที่เนื้อหาและสร้างกรอบกติกาขึ้นมา เพราะสิ่งที่เคยยอมรับกันได้หรือยอมรับไม่ได้ในอดีต ปัจจุบันอาจเปลี่ยนไปแล้ว กระบวนการจึงสำคัญมาก จะทำอย่างไรถึงจะมีกระบวนการที่จะรวมทุกคนมาได้แบบเป็นหุ้นส่วนจริงๆ แต่ก็จะต้องมีความปลอดภัย เพราะหากไม่มีความปลอดภัยแล้ว เสรีภาพหรือความคิดสร้างสรรค์ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้

ดร.พิมพ์รภัช ดุษฎีอิสริยกุล ผู้ประสานงานโครงการ Thailand Talk มูลนิธิฟรีดริช เนามัน (FNF) มองว่า ความขัดแย้งในปัจจุบันที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย ไม่ใช่เพียงเพราะความแตกต่างระหว่างรุ่นหรือกลุ่ม แต่ยังเป็นเพราะไม่มีการเชื่อมต่อกัน ดังที่มีการพูดกันเสมอว่าแต่ละคนอยู่ใน Bubble (ฟองสบู่) ของตนเอง ก็จะได้ยินแต่เสียงสะท้อนของตนเองในนั้น นำไปสู่การมีความเชื่อแต่เฉพาะกลุ่มที่ได้ยินในจุดนั้น มองว่าสิ่งนั้นถูกต้องแล้ว 

ดังนั้นต้องมีพื้นที่หรือระบบนิเวศที่ทำให้คนรู้สึกสบายใจที่จะสนทนากัน รวมถึงเพิ่มความสามารถให้ผู้คนกลับมาเชื่อมต่อกัน ซึ่งมีตัวอย่างจากโครงการ My Country Talk ที่เริ่มจากในประเทศเยอรมนี โดยจะมีโปรแกรมที่นำคำถามที่กลายเป็นประเด็นแบ่งแยกคนในสังคม เช่น จะฉีดวัคซีนโควิด-19 หรือไม่ ถ้าจะฉีดควรฉีดยี่ห้อใด เป็นต้น นำไปฝากไว้ตามสื่อต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ เมื่อผู้สนใจมาเห็นและทิ้งคำตอบไม่ว่าทางใด ระบบจะเก็บไว้ กระทั่งเมื่อปิดรับลงทะเบียน ก็จะมีวันที่เชิญคนที่เห็นต่างกันมากๆ มาคุยกัน

“เราบางคนไม่เคยเจอกัน แต่เกลียด ไม่ชอบ เพราะเราไปอยู่ในโลกของเราใบหนึ่งที่เราก็จะได้อย่างนี้ คนนี้คิดไม่เหมือน คนนี้คิดต่างจากเรา คนนี้อย่างนี้ไม่ดี ความจริงของโลกหนึ่งของเรากับความจริงอีกโลกหนึ่งของเขา มันก็คือความจริงของทั้ง 2 ฝ่าย ความจริงที่มีความเชื่อของเขาเองอยู่ในนั้น แล้วก็มันมีความเชื่อบางอย่างที่คล้ายกัน หรือมีความจริงบางชุด มันจะมีความจริงย่อยความเชื่อย่อยที่มันอยู่ในนั้น ซึ่งบางทีถ้าเราได้คุยกันมันเคลียร์ได้ มันอาจจะมองเห็นได้”

ดร.พิมพ์รภัช กล่าว

ดร.พิมพ์รภัช กล่าวต่อไปว่า โปรแกรม My Country Talk ไม่ได้ต้องการให้เปลี่ยนความคิด การที่จะไกล่เกลี่ยได้ต้องมีความสามารถในการเคารพและเข้าใจความจริงหรือความเชื่อของกลุ่มต่างๆ โดยไม่ต้องเปลี่ยน กระบวนการสนทนานอกจากเพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้พูดและฟังกันแล้ว ยังเชื่อว่ามนุษย์มีความพิเศษตรงนี้ถ้าได้เจอกันและคุยกันจริงๆ จะไม่ฆ่ากันตาย ซึ่งความเชื่อนี้ปรากฏให้เห็นในการทำโครงการที่เยอรมนี ถึงขนาดมีคนขับรถข้ามเมืองมาเพื่อจะเจอคนที่เห็นต่างกับตนเองอย่างสุดขั้ว แต่ท้ายที่สุดแม้ทั้ง 2 ฝ่ายจะไม่ได้เปลี่ยนความคิด แต่ก็ยังสัญญาว่าจะมาเจอกันทุกปี

ข้อค้นพบนี้ทำให้ย้อนกลับมามองที่สังคมไทย ว่าตกลงแล้วเป็นเพราะเราไม่เคยคุยกันจริงๆหรือเปล่า นำมาสู่การทำโครงการ Thailand Talk เปิดพื้นที่ให้คนได้มาฟังและพูดคุยกันเพื่อเชื่อมต่อคนเข้าด้วยกัน เพราะตราบใดที่เรายังเป็นมนุษย์อยู่ในสังคมเดียวกัน พื้นที่นี้ก็จะเปิดไว้ให้สำหรับทุกคนสามารถเชื่อมต่อกัน และสร้างความเข้าใจด้วยกันได้

น.ส.สายใจ เลี้ยงพันธุ์สกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลดิจิทัลเพื่อสังคม กล่าวว่า หากมองความขัดแย้งในประเทศไทย จะมี 2 กลุ่มใหญ่ 1.ความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับรัฐบาล กับ 2.ความขัดแย้งระหว่างประชาชนด้วยกันเอง โดยในส่วนของความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับรัฐบาล ที่ผ่านมาจะพบปรากฏการณ์ทั้งการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ-IO) และการใช้ถ้อยคำสร้างความเกลียดชังกันทั้ง 2 ฝ่ายไม่ว่ารัฐบาลหรือประชาชน แต่ความขัดแย้งบนโลกออนไลน์เป็นภาพสะท้อนว่าประชาชนไม่มีพื้นที่พูดถึงความขัดแย้งในโลกจริง

หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจคือปรากฎการณ์ “ทัวร์ลง” ซึ่งฝ่ายผู้เห็นต่างมองว่าในเมื่อโลกจริงพูดไม่ได้ก็ต้องใช้พื้นที่ออนไลน์ เช่น ไปแสดงความเห็นในเพจของรัฐบาล แต่ขณะเดียวกันก็มีคำถามว่า หากประชาชนเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจากการใช้วิธีนี้ แล้วเราจะยอมอยู่ในสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้ด้วยวิธีนี้ หรือใช้วิธีนี้เพื่อไกล่เกลี่ยความขัดแย้งกันจริงๆ หรือ 

ขณะเดียวกัน การปิดกั้นโดยฝ่ายรัฐอาจยิ่งทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น เช่น กรณีประเทศไทยที่เฟซบุ๊กทางการของนายกรัฐมนตรีปิดกั้นไม่ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น ก็พบว่ามีการใช้ถ้อยคำรุนแรงมากขึ้น หรือประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา เมื่อรัฐบาลทหารตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต ประชาชนก็ออกมาจับปืนในโลกจริง ซึ่งก็นำไปสู่ความรุนแรง การปิดกั้นจึงไม่ใช่วิธีการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งทีได้ผล

ในทางกลับกัน ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งมีปัญหาความสับสนด้านข้อมูลเกี่ยวกับโควิด-19 แต่นายกรัฐมนตรีใช้ช่องทางออนไลน์สื่อสารสร้างความเข้าใจกับประชาชน ทำให้ประชาชนหันมาสวมหน้ากากปิดปาก-จมูก และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากโรคระบาด ทั้งนี้ หากเน้นไปที่ความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับรัฐบาล มีข้อเสนอ 3 ข้อ คือ 1.รัฐต้องให้พื้นที่ประชาชนในการเสนอความเห็นต่าง เพราะความขัดแย้งบนโลกออนไลน์เป็นผลมาจากการไม่มีพื้นที่ในโลกจริง

2.ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ในการรับฟังเสียงประชาชน หากมองย้อนไปเมื่อ 100 ปีก่อน รัฐบาลไม่สามารถรู้ได้เลยว่าประชาชนคิดเห็นอย่างไร และ 3.ทั้งรัฐและประชาชนต้องมีกฎกติกาในการใช้สื่อออนไลน์ เหมือนกับการมีกฎจราจรในการใช้รถใช้ถนน แม้ประชาชนจะเห็นว่าต้องใช้วิธีทัวร์ลงกับรัฐ แต่ก็ต้องมีกติกาการใช้สื่อออนไลน์เมื่อมีความเห็นต่างจากรัฐเช่นกัน

“ทั้งด้านประชาชนและรัฐบาล อยากจะให้มองเห็นว่าที่จริงเราอยู่ในโลกที่ว่าเรามีวิธี เรามีเครื่องมือแล้วที่จะทำให้คนได้ฟังกัน แล้วก็มีพื้นที่ ก็คือ Social Media แล้วก็มีเครื่องมือ แต่ว่าจะทำอย่างไรทั้งฝั่งประชาชนและรัฐบาล ที่จะใช้เครื่องมือที่เรามีให้เป็นประโยชน์” น.ส.สายใจ กล่าว

-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-

สรุป 3 ข่าว “งบ-การเงิน” ที่ต้องรู้ทัน

เป็นประจำทุก ๆ ปีเมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่ง มักมีคนหยิบข่าวสารบางเรื่องนำกลับมาฉายซ้ำ วนแล้ว วนอีก โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การคลัง และการงบประมาณ ซึ่งแต่ละครั้งที่หยิบนำมาเล่าใหม่ก็สร้างกระแสสังคมให้ติดตามจนกลายเป็นเรื่องดรามาเสียแทบทุกครั้ง แม้ว่าเรื่องกังกล่าวนั้นเกือบทั้งหมดเป็นข่าวที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง 

กองบรรณาธิการเฉพาะกิจ TJA&Cofact ได้รวบรวมข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่มักถูกหยิบยกมานำเสนอในห้วงเวลาต่าง ๆ เพื่อให้ทุกท่านได้รับทราบเป็นข้อมูลว่า ข่าวในลักษณะนี้ควรตรวจสอบ และพิจารณาข้อมูล ข้อเท็จจริงให้ดีก่อนเชื่อ หรือแชร์ข้อมูลต่อ เพื่อป้องกันไม่ให้หลาย ๆ คนเกิดความสับสน และเข้าใจผิด 

กรณีแรก

คือ เรื่องของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ซึ่งทุก ๆ ปีจะมีคนคอยติดตามอยู่เสมอว่างบประมาณกระทรวงใดจะได้รับมากที่สุด โดยเฉพาะงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับด้านความมั่นคง แทบทุกครั้งมักมีผู้นำหยิบมาเล่นโดยอ้างอิงข้อมูลเพียงบางส่วน เพียงเพื่อหวังการสร้างประเด็นดราม่าให้เกิดขึ้นในสังคม และเป็นข้อมูลโจมตีในเชิงการเมืองของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเสมอ ๆ 

อย่างเช่น ในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ก็มีการนำเสนอข้อมูล เช่น โจมตีการจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงกลาโหมมากกว่ากระทรวงสาธารณสุข หรือการเปิดข้อมูลงบประมาณของกระทรวงหลาโหมที่อ้างว่าตั้งงบประมาณเอาไว้ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งกำลังระบาดอย่างหนักในประเทศไทย 

จากการตรวจสอบข้อมูลกรณีข้างต้นนี้ พบว่า วงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ของกระทรวงกลาโหม อยู่ที่ 203,282 ล้านบาท โดยมีวงเงินปรับลดลงเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2563 ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข มีวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 อยู่ที่ 153,940 ล้านบาท

ทั้งนี้หากพิจารณาข้อมูลจริงของการจัดงบประมาณปี 2565 ซึ่งแยกออกเป็นภารกิจต่าง ๆ จะพบว่า ส่วนใหญ่มีวงเงินปรับลดลงจากปีงบประมาณก่อนเกือบทั้งสิ้น โดยมีการแยกวงเงินออกเป็นกลุ่ม ๆ ตามลักษณะงาน คือ 

  1. การบริหารทั่วไป แบ่งเป็น การบริหารทั่วไปของรัฐ 1,120,424.3 ล้านบาท ลดลง 0.5% จากปี 2564 การป้องกันประเทศ 733,030.8 ล้านบาท ลดลง 4.9% จากปี 2564การรักษาความสงบภายใน 187,572.8 ล้านบาท ลดลง 7.2% จากปี 2564
  2. การเศรษฐกิจ 691,452.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% 
  3. การบริการชุมชนและสังคม แบ่งเป็น การสิ่งแวดล้อม 8,533.8 ล้านบาท ลดลง 47.1% การเคหะและชุมชน 131,707.3 ล้านบาท ลดลง 10.8% การสาธารณสุข 606,699.4 ล้านบาท ลดลง 10.8% การศาสนา วัฒนธรรม และนันทนาการ 18,696.1 ล้านบาท ลดลง 8.5% การศึกษา 456,240.1 ล้านบาท ลดลง 5.5% การสังคมสงเคราะห์ 366,246.5 ล้านบาท ลดลง 19.8%

กรณีนี้อยู่ที่การนำเสนอ หากหยิบตัวเลขเพียงบางตัวเลขมาเล่น หรือนำเสนอสู่สาธารณะโดยไม่เอาข้อมูลทั้งหมดมาอธิบายให้ครบถ้วน อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้ 

สามารถติดตามเอกสารอ้างอิงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ได้ที่นี่ https://www.bb.go.th/topic3.php?gid=860&mid=544


กรณีที่สอง

เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ คือ การนำเสนอโดยอ้างอิงข้อมูลของราชกิจจานุเบกษา ที่เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง รายงานฐานะการเงินประจำสัปดาห์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ทุนสำรองเงินตรา และกิจการธนบัตร เพื่ออนุวัติตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ประกาศรายงานฐานะการเงินประจำสัปดาห์ ของธนาคารแห่งประเทศไทยทุนสำรองเงินตรา และกิจการธนบัตร

โดยระบุ งวดประจำมสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ.2564 งวดประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ.2564 และงวดประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 โดยขาดทุนสะสม 1,069,366,246,596 บาท

ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงการคลัง ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า รายงานดังกล่าวที่ เป็นการแสดงรายการงบการเงินของ ธปท. และเป็นธุรกรรมที่เกิดจากการทำหน้าที่ปกติของธนาคารกลาง ในการดูแลเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจ ไม่ถือเป็นหนี้สาธารณะของประเทศ

นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายสื่อสารและความสัมพันธ์องค์กร ธปท. ชี้แจงว่า รายงานดังกล่าวเป็นการแสดงรายการงบการเงินของแบงก์ชาติและเป็นธุรกรรมที่เกิดจากการทำหน้าที่ปกติของธนาคารกลาง ในการดูแลเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจ เช่น การดูแลอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้ผันผวนมากจนกระทบต่อการดำเนินงานภาคเอกชนและเศรษฐกิจ การดูแลสภาพคล่องในระบบการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ดังนั้น กำไรหรือขาดทุนที่จะปรากฏในงบดุลของธนาคารกลางจึงเป็นเรื่องปกติของการทำหน้าที่ตามพันธกิจ

ดังนั้น ฐานะการเงินของธนาคารกลางเป็นผลจากการทำหน้าที่ตามพันธกิจ ซึ่งในแต่ละปีอาจเกิดกำไรและขาดทุน เช่น จากการตีราคาสินทรัพย์ต่างประเทศเป็นเงินบาท และจากต้นทุนการออกพันธบัตรเพื่อดูดซับสภาพคล่อง ซึ่งตัวเลข 1.069 ล้านล้านบาท เป็นผลการขาดทุนสะสมที่เกิดขึ้นหลายปีไม่ใช่ของปีนี้ปีเดียว

ทั้งนี้ หนี้สินในงบการเงินของแบงก์ชาติ ไม่ถือเป็นหนี้สาธารณะของประเทศ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติเช่นเดียวกันทั่วโลก ตามนิยามของ IMF ที่กำหนดมาตรฐานการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจการเงินเพื่อการเปรียบเทียบและติดตามการทำนโยบายของสมาชิก

พร้อมยังขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

สามารถติดตามเอกสารอ้างอิง ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานฐานะการเงินประจำสัปดาห์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ทุนสำรองเงินตรา และกิจการธนบัตร ได้ที่นี่ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/D/036/T_0002.PDF


กรณีที่สาม

เรียกว่าคลาสสิกที่สุด คือ การประกาศขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ข่าวนี้มีออกมาเป็นประจำทุกปีประมาณเดือนกันยายน ในช่วงเข้าสู่ฤดูการขยายระยะเวลาการลดภาษี VAT เหลือ 7% ออกไปอีก 1 ปี

สำหรับกรณีนี้ หากใครติดตามข่าวสารเป็นประจำจะรู้ได้ทันทีว่า “เป็นเรื่องปกติ” เพราะทุกรัฐบาลจะต่ออายุการลดภาษี VAT เป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยลดผลกระทบทั้งค่าครองชีพ และรักษาการบริโภคภายในประเทศ ช่วยประคับประคองเศรษฐกิจให้ขยายตัวอยู่ได้ในระดับที่เหมาะสม 

โยปัจจุบัน ตามประมวลรัษฎากร ภาษี VAT มีอัตราการจัดเก็บที่ 10% แบ่งเป็น ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจริง 9% และภาษีท้องถิ่นอีก 1% กำหนดเอาไว้ตั้งแต่ปี 2535 แต่ไม่เคยจัดเก็บจริง  เพราะทุก ๆ ปี จะมีการออกออกพระราชกฤษฎีกาลดอัตราภาษี VAT ให้เหลือเพียง 7% แบ่งเป็น ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจริง 6.3% บวกภาษีท้องถิ่น 0.7% มาโดยตลอด จนถึงปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน ณ ขณะนี้ก็มีแนวโน้มจัดเก็บในรูปแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ หากสภาพเศรษฐกิจยังไม่กลับมาขยายตัวได้ดีตามศักยภาพ  โดยเฉพาะช่วงที่ประเทศไทยยังมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างหนัก การจะกลับมาเก็บภาษี VAT ในอัตราปกติ อาจเป็นเรื่องยาก หากรัฐบาลจะตัดสินใจขึ้นช่วงนี้ คงจะซ้ำเติมสภาพเศรษฐกิจและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนมากเลยทีเดียว 

สามารถติดตามข้อมูล และเอกสารอ้างอิง ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ได้ที่นี่

เราจะไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในโลกไซเบอร์ (Cybermediation) ได้หรือไม่

รับชมเสวนาออนไลน์ เราจะไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในโลกไซเบอร์ (Cybermediation) ได้หรือไม่

* ผศ.ดร. ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
* ดร.พิมพ์รภัช ดุษฎีอิสริยกุล ผู้ประสานงานโครงการ Thailand Talk มูลนิธิฟรีดริช เนามัน (FNF)
* ธีรดา ศุภะพงษ์ ผู้แทนประเทศไทย Centre for Humanitarian Dialogue (HD)
* สายใจ เลี้ยงพันธุ์สกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลดิจิทัลเพื่อสังคม
ดำเนินรายการโดย
* สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งโคแฟค (ประเทศไทย)

ขอบคุณที่มา Line 77 ข่าวเด็ด