สรุปจากการสัมมนาออนไลน์ปิดหลักสูตรการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ขอบคุณที่มา เวบส่องสื่อ

สรุปสาระสำคัญบางส่วนจากการสัมมนาออนไลน์ (webinar) ปิดหลักสูตรเรียนออนไลน์ระยะสั้น: การตรวจสอบข้อเท็จจริง “Hands-On Fact-Checking: Online Short Course” สำหรับผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ผู้สื่อข่าว และนักวิชาการสื่อ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างเครือข่ายตรวจสอบข้อเท็จจริงสากล (International Fact-Checking Network) หรือ IFCN ณ Poynter Institute โคแฟค ประเทศไทย (Cofact Thailand) และ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

โดยคุณ Baybars ได้กล่าวในช่วงเริ่มต้นว่า เมื่อพูดถึงว่าอะไรที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ก็จะมีอยู่หลากหลายกรณี เช่น ความคิดเห็น เราไม่สามารถตรวจสอบได้เพราะมันเป็นปัจเจกของแต่ละบุคคล หรือภาพล้อเลียน เสียดสีต่างๆ ซึ่งมันจะไม่มีประโยชน์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง อีกสิ่งหนึ่งก็คืออนาคต เพราะเราไม่มีหลักฐานว่าคำกล่าวเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่?

วิธีการตรวจสอบข้อเท็จจริงหลักๆ จะมีขั้นตอน คือ ค้นหาการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าอันไหนที่ตรวจสอบได้หรือไม่ได้ ซึ่งตามที่ได้กล่าวไปแล้วจะมีบางส่วนที่ตรวจสอบไม่ได้ และหาจุดเด่นที่สำคัญต่อสาธารณชนที่ให้ความสนใจ และยังต้องสร้างความสมดุลให้กับข้อมูลอีกด้วยว่าเป็นหน่วยงานที่เป็นกลาง

หลังจากนั้น เราก็ต้องหาว่าแหล่งข้อมูลที่ไว้ใจได้คืออะไร? อะไรที่เราไม่รู้บ้าง? และเราต้องหาแหล่งว่าอันไหนที่เราหาเพิ่มเติมได้บ้าง หลังจากนั้นคือการแก้ไขหรือทำให้ถูกต้อง โดยการนำคำกล่าวต่างๆ มาทำให้เป็นจริง ซึ่งก่อนที่เราจะเผยแพร่นั้นต้องดูรูปแบบที่เข้าถึงทุกคนได้มากขึ้นได้อย่างไรบ้าง? และการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งต้องดูตามบริบทว่าทำให้มีความเปลี่ยนแปลงในข้อเท็จจริงอย่างไรบ้าง?

ในการตรวจสอบข้อมูลนั้น จำเป็นต้องหาข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง เช่นในตุรกีที่เขาไปหาองค์กรในระดับภูมิภาค เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และสามารถทำให้ข้อมูลกระจ่างได้มากขึ้นด้วย อย่างในประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศอาเซียน 1 ใน 10 ประเทศ ก็สามารถหาข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ของอาเซียนได้ว่ามีข้อมูลตรงไหนที่เป็นประโยชน์สำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้บ้าง

หรือองค์กรต่างๆ ในระดับระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหประชาชาติ หรือองค์การอนามัยโลก หรือสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ที่มีชุดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยที่สามารถนำข้อมูลมาต่อยอดและตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เช่นกัน ซึ่งทำให้สามารถเข้าใจและนำมาตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ในหลายๆ เรื่องด้วยเช่นกัน

แล้วเราก็สามารถตรวจสอบว่าข้อมูลที่สร้างขึ้นมาในโลกออนไลน์จริงหรือไม่? โดยการศึกษาข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ออกมาและสร้างข้อมูลออกมา ซึ่งการสร้างข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้องนี้เกี่ยวข้องกับทุกคน ในฐานะที่ที่ผู้เข้าร่วมเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องนั้น อาจจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลที่ผิดพลาดได้ เพื่อทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีคุณภาพได้ในอนาคตอีกด้วย

ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กิจกรรม “หยุดแชร์” ของสหประชาชาติ เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่จัดขึ้นมาเพื่อให้คนตระหนักในการอ่านและตรวจสอบก่อนแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ซึ่งเรายังต้องเผชิญวิกฤตโรคระบาดนี้เป็นจำนวนมาก โดยดูแหล่งข้อมูลที่เราเจอว่ามาจากไหน และตรวจสอบดูว่าองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเขาได้พูดอะไรที่เกี่ยวข้องไหม? รวมไปถึงการพูดคุยเรื่องนี้ในโลกออนไลน์ เช่น ทวิตเตอร์, เฟสบุ๊ค หรือการถ่ายทอดสดในออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งถ้าได้รับการตรวจสอบว่าข้อมูลไม่ถูกต้องเราก็ต้องรีบไปบอกและแก้ไข ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่วิกฤตทางด้านสุขภาพเท่านั้น แต่เป็นวิกฤตของการเกิดข่าวลวงเช่นกัน

ในปัจจุบันก็มีตัวส่วนเชื่อมต่อใน Browser ต่างๆ ชื่อว่า “InVID” ที่สามารถดึงตัว Keyframe ออกมาจากวีดิโอได้ และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลในวีดิโอนี้เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่? โดยการค้นหาเพิ่มเติมจาก Google Search นั่นเอง นอกเหนือจากนี้เรายังสามารถนำ Keyframe ไปค้นหาได้ด้วยว่าข้อมูลตรงไหนที่เป็นข้อเท็จจริงหรือถูกบิดเบือน โดยการใช้ Google Image Search / Google Search ร่วมกัน

แน่นอนว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย และเป็นเรื่องที่ต้องให้เวลามากพอสมควรที่จะพัฒนางานตรงนี้ รวมไปถึงการหาข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้จริงๆ และการใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นเดียวกันในการค้นหาข้อมูลในวงกว้างต่อไป

และเมื่อช่วงถามตอบก็ได้มีผู้ให้ความสนใจร่วมถามตอบเป็นจำนวนมาก โดยทางส่องสื่อได้หยิบยกคำถามที่น่าสนใจมาสรุปเพื่อให้ผู้ที่พลาดจากการเรียนครั้งนี้ได้มาร่วมเรียนรู้ไปด้วยกันด้วย ซึ่งมีคำาถามดังต่อไปนี้

อะไรบ้างที่ควรตรวจสอบข้อเท็จจริง?
แน่นอนว่าข้อมูลสาธารณะควรถูกตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ ซึ่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงควรที่จะทำกับข้อมูลสาธารณะได้อยู่แล้ว โดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่แล้วและเผยแพร่อยู่แต่เดิมแล้ว แต่การตรวจสอบเชิงข่าวจะได้ในส่วนของเนื้อข่าวไปเขียน การตรวจสอบข้อเท็จจริงก็จะได้ข้อสรุปว่าข้อมูลนี้จริงหรือไม่จริง

การตรวจสอบข้อเท็จจริงกับการถามข้อมูลเพื่อตรวจสอบ ต่างกันอย่างไร? (fact-checking vs verification)
มันมีความต่างกันอยู่ในเชิงภาษาอังกฤษ แต่ส่วนตัวที่ใช้ภาษาตุรกีเป็นภาษาหลัก สองคำนี้จึงไม่ต่างกันเลย ในประเทศไทยก็ไม่แน่ใจว่ามีการใช้คำสองคำนี้มีความต่างมากน้อยแค่ไหน? ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง คือการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ที่เราหยิบขึ้นมาว่าต้นตอมาจากไหนและจริงหรือไม่? ไม่ว่าจะเป็นโควตหรือข้อมูลอื่นๆ เช่นกัน

เกณฑ์ในการที่จะตรวจสอบความจริง สามารถปรับเปลี่ยนตามบริบทได้หรือไม่?
แน่นอนว่าปรับเปลี่ยนตามบริบทได้ โดยปัจจุบัน 102 องค์กรจาก 50 ประเทศทั่วโลกได้รับการรับรองจาก IFCN อยู่แล้ว เขาก็มีการจัดทำเครื่องมือเพื่อปรับไปตามบริบทของแต่ละประเทศ เครื่องมือหลักๆ เราก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่รายละเอียดก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทนั้นๆ แม้กระทั่งข้อมูลที่ไม่เสียค่าเข้าข้อมูล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ รวมไปถึงการเข้าถึงของข้อมูลด้วยเช่นกันว่าจะเข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหน

รวมไปถึงการสนับสนุนทางการเงินที่ต้องโปร่งใสเช่นเดียวกัน คือสิ่งที่เป็นหลักเกณฑ์ในประเทศหนึ่ง อาจไม่สามารถใช้ได้ในอีกประเทศเช่นเดียวกัน ซึ่งแต่ละประเทศก็ต้องมีหลักเกณฑ์สากล แต่สามารถนำไปปรับใช้ตามบริบทได้เช่นกัน

มีวิธีการอะไรที่เป็นระยะสั้นที่ทำให้เราสามารถดำเนินการได้บ้าง?
คือเวลาที่เรามีใบสมัครมาจากหลายๆ ประเทศ แล้วเราก็ดูว่าองค์กรนั้นๆ มีเครือข่ายในภูมิภาคมากน้อยแค่ไหน? ถ้าน้อยกว่า 5 รายก็จะให้ทำงานตรวจสอบข่าวลวงอย่างน้อย 6 เดือน แต่ถ้ามีมากกว่า 5 รายในภูมิภาคก็จะให้ตรวจสอบข่าวลวงอย่างน้อย 12 เดือน หรือในบางช่วงที่ต้องมีการเลือกตั้งหรือในสถานการณ์โรคระบาดก็จะลดเหลือแค่ 3 เดือน เนื่องมาจากการตรวจสอบข่าวลวงมีความสำคัญมากๆ นอกจากนี้เราก็ยังมีความช่วยเหลือและให้ความสะดวกต่างๆ มีข้อมูลที่ให้ไปดำเนินการได้เช่นกัน

เวลาที่คุณยกตัวอย่างว่าสิ่งไหนที่ตรวจสอบได้หรือไม่ได้ มันยังมีข้อมูลอื่นๆ ที่ตรวจสอบได้ และเราก็อยากเห็นกับผู้สื่อข่าวในบ้านเรา
ขอบคุณครับและขออนุญาตขยายความสักนิดนึง จริงๆ แล้วเราสามารถตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ได้ว่าการกล่าวอ้างที่เกิดขึ้น กับข้อมูลเชิงสถิติอื่นๆ มันมีความจริงหรือไม่จริงอย่างไรบ้าง? ไม่จำเป็นต้องใช้การวัดเรทติ้งก็ได้ เพื่อที่ทำให้สาธารณชนเห็นว่าข้อมูลนี้ควรเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ในฐานะของผู้สื่อข่าวก็ต้องนำข้อมูลสถิติมากางเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจได้เช่นกัน

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา อะไรที่เป็นความท้าทายในการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ความท้าทายที่สำคัญคือการเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ จากการทำงานเป็นผู้ตรวจสอบข่าวลวงก่อนมาทำงานกับ IFCN 5 ปี ผมพบว่าสิ่งที่ท้าทายที่สุดคือการหาแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ซึ่งบางข้อมูลที่เราพบอาจจะเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นปัจจุบัน เราต้องหาข้อมูลที่เป็นปัจจุบันให้ได้มากที่สุด และพอค้นพบแล้วเราก็ต้องตั้งข้อสงสัยเสมอว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่? การเก็บข้อมูลต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน? แล้วก็เมื่อไม่นานมานี้การตรวจสอบความถูกต้อง เราจะปกป้องตนเองจากการถูกรังควานได้อย่างไร?

มีกรณีศึกษาที่หักล้างข้อมูลโควิด-19 ที่น่าสนใจบ้างไหม?
ช่วงก่อนหน้านี้ตนเองได้ทำงานที่ฟอริด้า สหรัฐอเมริกา โดยทำงานที่บ้าน แล้วเราก็ได้รับข้อมูลจากไต้หวันซึ่งนำข้อมูลมาจับเก็บที่เรา เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มชายอายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งทำให้หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของฟอริด้านำไปตีพิมพ์ข่าวที่บิดเบือน ซึ่งข้อมูลส่วนหนึ่งก็นำมาจากข้อมูลจากเว็บไซต์ตรวจสอบข่าวลวงของเรา

หลังจากนั้นก็มีการส่งอีเมลมาทางเราว่าอยากนำไปอ้างอิงได้ไหม? และนำข้อมูลไปหักล้างกับวัคซีนอื่นๆ รวมไปถึงอยากสัมภาษณ์เรา ซึ่งข้อมูลเรื่องนี้เป็นข้อมูลสำคัญในการหักล้างข้อมูล และเป็นผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ ปัจจุบันข้อมูลจากโลกออนไลน์ก็ขาดการตรวจสอบที่ดีในการนำเสนอข้อมูลนั้นๆ

มีการโน้มน้าวเจ้าของแพลตฟอร์มที่จะทำให้คนไม่ส่งข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงไปบ้างไหม?
ตอบว่าใช่และไม่ครับ คือมันมีแพลตฟอร์มสองรูปแบบ คือสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งจะแตกต่างกับแอพพลิเคชันส่งข้อความ โดยแอพพลิเคชันส่งข้อความจะมีการใส่รหัสเอาไว้ไม่ให้เราสามารถตรวจสอบได้ ในขณะเดียวกันสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ เราไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าสู่ระบบก็สามารถนำข้อมูลมาตรวจสอบได้เลย ดังนั้นไม่ง่ายเลยในการตรวจสอบข้อมูลในแอพพลิเคชันส่งข้อความ เพราะมีเรื่องของความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่เราต้องพึงระมัดระวังด้วย

พูดถึงประสบการณ์ของประเทศไทยในการตรวจสอบข่าวลวงว่าในผู้สูงวัยเป็นแหล่งของผู้ส่งต่อข้อมูลที่สร้างความเข้าใจผิด ในตุรกีเป็นเช่นนั้นหรือไม่?
ใช่ครับ ในสหรัฐอมเริกาและยุโรปมีการสำรวจว่าผู้สูงวัยที่อายุมากกว่า 65 ปีมีการส่งข้อมูลที่สร้างความเข้าใจผิดได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เปิดรับข้อมูลที่ทำให้เขาเข้าใจมากขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งต้องอาศัยการใช้ทักษะและข้อมูลที่เขาเข้าใจได้มากขึ้นด้วย ในกรณีที่สำคัญๆ คือ มิจฉาชีพที่มีการโอนเงินต่างๆ จำนวนมาก ซึ่งมีเหตุในสหรัฐอยู่บ้าง แม้กระทั่งประเด็นทางสังคม ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่เปราะบางในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกัน แน่นอนว่าเวลาเราแชร์ก็ควรแชร์ด้วยความระมัดระวัง ดังนั้นเราควรที่จะช่วยเขาให้เขามีทักษะในการตรวจสอบข่าวลวง

ในช่วงต่อมาเป็นช่วงของการอภิปรายระหว่างเครือข่ายนักตรวจสอบข่าวลวง โดย คุณพีรพล อนุตรโสตถิ์ ผู้จัดการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท ได้เริ่มพูดถึงการตรวจสอบข่าวลวงว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริง สิ่งสำคัญคือการเข้าถึงข้อมูลสาธารณะ นอกเหนือจากนั้นคือการตั้งคำถามกับข้อมูลสำคัญๆ ก็อาจจะต้องใส่ใจในการหาข้อมูลเชิงลึกและตั้งคำถามให้มากขึ้น อีกส่วนหนึ่งคือการมีอยู่ของข้อมูลสาธารณะ ซึ่งในประเทศไทยกำลังไปเส้นทางนั้น แต่ด้วยหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทำให้ไม่สามารถไปถึงจุดนั้นได้สักที เรามีทั้งหน่วยงานและพระราชบัญญัติ เพียงแต่ในความเป็นจริงในการรวมศูนย์ของข้อมูลศูนย์กลางอาจจะเป็นไปได้ยากพอสมควร

ในช่วงที่ผ่านมา Google พยายามช่วยดูข้อมูลที่ไทยมากๆ ให้สามารถถูกค้นหาเจอได้ ซึ่งการถึงจุดตรงนั้นในการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะมาถึง คือการเปิดข้อมูลสาธารณะซึ่งเป็นจุดสำคัญเป็นอย่างมาก หรือแม้กระทั่งการแปลงไฟล์ PDF ซึ่งตามปกติเราอาจจะใช้แค่แปลงไฟล์ให้เป็น PDF แต่ในราชการไทยกลับใช้วิธีการสแกนรูปภาพเป็นข้อมูลออกมา ซึ่งทำให้ยากขึ้นในการค้นหาข้อมูล

ในส่วนของการมีอยู่ของข้อมูลของภาครัฐ มีหลายส่วนที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลควรเป็นรูปแบบไหน แล้วการรวมข้อมูลจะเป็นอย่างไรต่อไป ซึ่งจะเป็นอย่างไรต้องติดตามต่อไป ในประเทศไทยเรากำลังไปตรงนี้แต่ไม่รู้ว่าจะไปถึงเมื่อไหร่ หรือในบางส่วนคือแพลตฟอร์มต่างๆ ก็นำเทคโนโลยีการแปลงรูปภาพที่มีตัวอักษรมาใช้มากขึ้น ทำให้การตรวจสอบสะดวกขึ้นและง่ายขึ้นเช่นกัน

สิ่งที่เราทำได้เลยก็คือการตั้งคำถามกับการตรวจสอบข้อมูล และการค้นหาตามเว็บไซต์ต่างๆ ให้คนเข้าใจได้ง่ายขึ้นอีกด้วยนั่นเอง ในส่วนของการเคลมรีวิว (Claim Review) นั้นมีกลุ่มที่เขาพูดถึงว่าอาจจะต้องมีการค้นหาแล้วค้นพบว่ารู้จักบทความต่างๆ สามารถโชว์บทความได้ ซึ่งทาง Google เองก็จะต้องรู้จักว่าอันนี้คือหนัง อันนี้คือเพลง เป็นต้น ซึ่งการนำบทความมาลงบนการค้นหาก็จะทำให้คนได้รู้จักได้มากขึ้นว่าข้อมูลนี้ได้รับการตรวจสอบข้อมูลมาได้แล้ว

หลังจากนั้น คุณธนภณ เรามานะชัย จาก Google News Initiative ได้กล่าวต่อถึงการตรวจสอบข่าวลวงในฐานะแพลตฟอร์มอย่าง Google ว่า ต้องบอกว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับ COFACT ซึ่ง GNI ในปีนี้เป็นปีแรกที่เข้ามาทำงานในภาคภาษาไทย แต่เราเกิดขึ้นมา 5 ปี ซึ่งในส่วนของผมเองที่เป็นแพลตฟอร์ม เพราะฉะนั้นแล้วผมจะพูดถึงวิธีการหรือขั้นตอนต่างๆ ในการตรวจสอบได้ ซึ่งตัว Keyframe ไปค้นหาอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอแล้ว ตัวผมอาจจะใช้วิธีการเพิ่มเติม คือวีดิโอในบางทีในลักษณะทางภูมิศาสตร์ว่าเสียง ภาษาถิ่นเป็นอย่างไร ถ้าเราเข้าใจภาษาถิ่นนั้นๆ ได้แล้ว เราก็อาจจะตั้งสมมุติฐานได้แล้วว่ามาจากประเทศหรือส่วนไหนของประเทศนั้นๆ นอกจากนั้นก็มาดูทิวทัศน์ว่ามีความคุ้นหูคุ้นตามากน้อยแค่ไหน? ไม่ใช่แค่ค้นหาตามลักษณะรูปภาพเท่านั้น เราต้องใช้ประสบการณ์ของตนเองในการช่วยค้นหาความจริงได้เช่นกัน

ส่วนเครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น PDF หรือตัวเลขไทย เราต้องยอมรับว่า Google เองเข้าใจตัวเลขไทยบ้างแล้ว และเราก็มีเครื่องมือเปลี่ยนภาพเป็นตัวอักษร ซึ่งหน่วยงานต่างๆ เอา PDF เป็นต้นฉบับ Upload ขึ้นมา อันนี้ก็จะช่วยในการค้นหาได้ดีกว่ามากๆ ซึ่งสิ่งสำคัญในการลงข้อมูลที่ตรวจสอบความจริง คือการทำงานร่วมกันระหว่างผู้เผยแพร่คอนเทนต์ การสร้างความรู้ และการตรวจสอบความจริงที่ต้องไปด้วยกัน ข้อมูลที่อ้างอิงต้องเชื่อถือได้และค้นหาได้ง่าย เนื้อหาการตรวจสอบข่าวลวงต้องเข้าถึงง่ายและทำให้สร้างความรู้ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ช่วงท้ายสุด Baybars Orsek ผู้อำนวยการเครือข่ายองค์กรตรวจสอบข่าวสากล / Director of International Fact-Checking Network (IFCN) ได้กล่าวปิดท้ายงานว่า แน่นอนว่าการทำให้ประชาชนเข้าใจง่ายที่สุด คือเราต้องดูว่าคอนเทนต์แบบไหนที่ต้องเอาข้อมูลมาใช้ เราอาจจะต้องดูหลายแหล่งว่าแหล่งข้อมูลไหนที่เหมาะสม หรือแม้กระทั่ง Google ที่เป็นแหล่งข้อมูลที่น่าค้นหา เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ตรวจสอบข่าวลวงมักจะใช้บ่อยๆ เพราะฉะนั้นคือเราควรที่จะไปถึงข้อมูลข่าวสารสำคัญๆ นั้นได้อย่างไร? และต้องมีการหากลุ่มเป้าหมายว่าเป็นคนกลุ่มไหน ให้ข้อมูลแบบไหนที่จะดีมาก เพราะว่าสุดท้ายคุณไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลทุกชิ้นในโลกนี้ได้หรอก เราต้องให้ข้อมูลและให้ประชาชนได้เข้าใจว่าควรตั้งคำถามกับทุกสิ่งที่เลือกรับเข้ามานั่นเอง

กฤตนัน ดิษฐบรรจง( EDITORIAL DIRECTOR )
บรรณาธิการบริหาร THE MODERNIST STUDIO : ชอบดูทีวี สนใจเรื่องราวของสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะสื่อทีวีและวิทยุ ชอบเขียนบทความ เป็นเด็กค่าย #YWC16

สรุปข่าวจริง ลวงประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2564


จริงหรือไม่…? กองประชาสัมพันธ์ กทม. อัพเดต Timeline สถานที่เสี่ยง COVID-19 จำนวน 36 สถานที่

ไม่จริง

เพราะ…เป็นข่าวเก่า ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2564

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/3g2b80mz2zhhn


จริงหรือไม่…? สารคณบดี จากโรงพยาบาลรามาธิดี ม.มหิดล

จริง

เพราะ…คณบดีคณะ​แพทย์ รพ.รามาฯ ออกสารให้กำลังใจ อจ.หมอชี้ แม้สถานการณ์เกินรับไหว ต้องสู้ต่อไป

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/impi6fzx87jk


จริงหรือไม่…? ยอดผู้ติดเชื้อโควิด และเสียชีวิตในอินเดียลดลงอย่างในระยะ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

จริง

เพราะ…ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดของรัฐต่างๆ ซึ่งยังคงต้องเฝ้าระวังต่อไป

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/vbrkydmpbrcv


จริงหรือไม่…? วิจัยกรุงศรีได้ re-estimate ประมาณการติดเชื้อโควิค 19 ของไทยอีกครั้งโดยใช้ข้อมูลล่าสุดจนถึงวันที่ 28 มิย 64

จริง

เพราะ…อาจจะยืดเยื้อถึงเดือน ต.ค. แม้ยอดผู้ติดเชื้อจะลดลง แต่อาจพบการติดเชื้อที่ล้อไปกับบราซิลและอิตาลี

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/16aq3wxme446x


จริงหรือไม่…? ดาวฤกษ์ ProximaCentauri ลุกจ้า รุนแรงกว่าดวงอาทิตย์

จริง

เพราะ…แม้อุณหภูมิพื้นผิวร้อนน้อยกว่าดวงอาทิตย์แต่สามารถปลดปล่อยพลังงานได้สูงกว่าการลุกจ้าบนดวงอาทิตย์ถึง 100 เท่า

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/35kr8t76fcjkj


จริงหรือไม่…? มาตรการการเดินทางของ 10 จังหวัดในพื้นที่ ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

จริง

เพราะ…มาตรการสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาประจวบคีรีขันธ์ ต้องรายงานตัว/กักตัว สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/zc89p18f2edz


จริงหรือไม่…? ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ประกาศ 5 จุดยืนต่อรัฐบาล กรณีวัคซีนป้องกัน โควิด19

จริง

เพราะ…ขอให้เร่งจัดหาวัคซีนอย่างเพียงพอ ทั้งปริมาณและคุณภาพ พร้อมขอให้จัดสรรวัคซีนอย่างเป็นระบบชัดเจนและโปร่งใส

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2nwjcdqv6jt19


จริงหรือไม่…? อย. แจ้งเตือนเฝ้าระวังการเก็บรักษาวัคซีน ซิโนแวค

จริง

เพราะ…พบลักษณะสารละลายของวัคซีนรวมตัวเป็นเจลใสติดในขวด และไม่หายไปหลังเขย่า คาดเกิดจากการจัดเก็บ-ขนส่งไม่ควบคุมอุณหภูมิตามกำหนด ถ้าเจอขอให้ระงับการฉีดทันที

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/1sjgqu9kzx348


จริงหรือไม่…? อย.สั่งระงับวัคซีน ซิโนแวคพบฉีดและเป็นเจลใส

ข่าวจริงบางส่วน

เพราะ…ระงับเฉพาะบางรุ่นที่เป็นเจลใสเท่านั้น

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2fbwmniww6cez


จริงหรือไม่…? หน้ากากผ้าไม่ปลอดภัย

ข่าวจริงบางส่วน

เพราะ…หน้ากากผ้าไม่มีลวดปรับให้แนบกับจมูก อาจทำให้หลุด และเกิดความเสี่ยงได้

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/17zvrt32fqhcr


สรุปผลการวิจัย 1 ปีโคแฟค “บทเรียนและข้อเสนอแนะการแก้ปัญหาข่าวลวงอย่างยั่งยืน”

สรุปผลการวิจัย 1 ปีโคแฟค
“บทเรียนและข้อเสนอแนะการแก้ปัญหาข่าวลวงอย่างยั่งยืน” โดย

  • ดร.รดี ธนารักษ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิถต์/ภาคีโคแฟค ภาคเหนือ
  • ผศ.ดร.ณภัทร เรืองนภากุล คณะสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้/ภาคีโคแฟค ภาคเหนือ

ดาวน์โหลดที่นี่

https://drive.google.com/file/d/11mJcsEw1zYxBds6wb1CGVMDWuoQ4zSWO/view?usp=drivesdk

นำเสนอในงานเสวนานักคิดดิจิทัล ครั้งที่ 17
How to รับมือปัญหาข้อมูลสับสน/ข่าวสารลวงหลอก
บทเรียนไทยและเทศ

Digital Thinkers Forum #17
How to counter ‘information disorder’ wisely?

วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2564
ถ่ายทอดสดผ่านเพจ Cofact โคแฟค, Fnf Thailand และ Ubon Connect

รับชมวิดีโอย้อนหลัง คลิก!

https://www.facebook.com/CofactThailand/videos/603842363921351/

เปิดตัวโคแฟค ทำไมความจริงร่วมจึงสำคัญ

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2563 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ธนาคารจิตอาสา มูลนิธิฟรีดิช เนามัน และภาคีเครือข่ายป้องกันและตรวจสอบข่าวลวง จัดงานเสวนานักคิดดิจิทัลครั้งที่ 11 เปิดตัวโคแฟค “ทำไมความจริงร่วมจึงสำคัญ” พร้อมปฐมนิเทศจิตอาสาพัฒนาทักษะด้านเท่าทันสื่อและสุขภาวะทางปัญญารุ่นแรก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3m4oHKT

ขอบคุณที่มา สสส.

สรุปข่าวจริง ลวงประจำวันที่ 29 มิถุนายน 2564


จริงหรือไม่…? Luc Montagnier บอกว่าฉีดวัคซีน covid จะตายใน 2 ปี

ไม่จริง

เพราะ…ออกมาแสดงความกังวลจริง แต่ไม่เคยบอกว่าฉีดแล้วจะตายใน 2 ปี

อ่านต่อได้ที่ https://cofact.org/article/399yui87hcwj5


จริงหรือไม่…? 4 จังหวัดภาคใต้ประกาศปิดล็อกแคมป์แรงงานเป็นเวลา 1 เดือน

จริง

พราะ…เป็นไปตาม มาตรา 9 พ.ร.ก. ฉุกเฉิน (ฉบับที่ 25) บังคับใช้ต้ังแต่วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/1h3mg7eva9np3


ริงหรือไม่…? ผู้ประกันตนมาตรา 33 เข้ารับวัคซีนโควิด-19 ไม่รับ Walk In

จริง

เพราะ…สำนักงานประกันสังคมแจ้ง ต้องลงทะเบียน e-service แล้วมาตามนัดเท่านั้น ไม่รับ walk-in เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอน และลดความแออัด หากมีข้อสงสัย ติดต่อสายด่วน 1506 กด 7 เวลา 08.00 – 17.00 น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/14imk14dw6a5x


สรุปข่าวจริง ลวงประจำวันที่ 26 มิถุนายน 2564


จริงหรือไม่…? โตโยต้า จัดกิจกรรมฉลองครบ 80 ปี

ไม่จริง

เพราะ…เว็บดังกล่าวเป็นเว็บปลอม

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/xki9bj7y4omb


จริงหรือไม่…? หอมแดง ทุบสามารถนำมาใช้ป้องกันและรักษาโควิด19 ได้

ไม่จริง

เพราะ…ไม่ได้ใช้ทั้งป้องกันและรักษา แต่สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ หากมีข้อมูลไม่ครบถ้วน ก็อาจจะเกิดอันตรายกับผู้ใช้ได้

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/nf6942fe1bph


จริงหรือไม่…? อกหักทำให้รู้สึกเจ็บปวด

ข่าวจริงบางส่วน

เพราะ…เกี่ยวกับข้องกับสารเคมี หรือ ฮอร์โมนในร่างกายที่ผลิตออกมายามมีความสุข และมีความทุกข์ เมื่อฮอร์โมนต่ำจะทำให้รู้สึกหดหู่ ซึมเศร้าได้

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2t82jwdns0xdc


Digital Thinkers Forum #17 : How to รับมือปัญหาข้อมูลสับสน/ข่าวสารลวงหลอก บทเรียนไทยและเทศ

ชวนร่วม เวทีเสวนานักคิดดิจิทัล ครั้งที่ 17

How to รับมือปัญหาข้อมูลสับสน/ข่าวสารลวงหลอก บทเรียนไทยและเทศ

Digital Thinkers Forum #17 How to counter ‘information disorder’ wisely?

วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2564  เวลา 9.00 – 12.00 น.

การประชุมระบบ Zoom และถ่ายทอดสดผ่านเพจ Cofact โคแฟค/ Fnf Thailand/ Ubon Connect

9.00 น.            กล่าวต้อนรับและเปิดงานโดยองค์กรร่วมจัด 

  • ดร.จิรพร วิทยศักดิ์พันธุ์         กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุน

สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 

  • ผศ.ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์     ที่ปรึกษาโคแฟค (ประเทศไทย) 

9.30 – 10.00 น.        นำเสนอผลการวิจัย 1 ปีโคแฟค 

                        บทเรียนและข้อเสนอแนะการแก้ปัญหาข่าวลวงอย่างยั่งยืน โดย  

  • ดร.รดี ธนารักษ์          รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิถต์/

ภาคีโคแฟค ภาคเหนือ

  • ผศ.ดร.ณภัทร เรืองนภากุล     คณะสารสนเทศและการสื่อสาร 

มหาวิทยาลัยแม่โจ้/ภาคีโคแฟค ภาคเหนือ

10.00 – 12.00 น.    เสวนานักคิดดิจิทัล ฮาวทูรับมือข้อมูลสับสน/ข่าวสารลวงหลอกให้ถูกทาง 

  • ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต รณะนันท์      คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
  • คุณเทพชัย หย่อง          ที่ปรึกษา Thai PBS
  • ดร.พิชญ์วดี กิตติปัญญางาม     ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหาร Arkki ประเทศไทย 
  • พ.ต.ท.(หญิง) เพรียบพร้อม เมฆิยานนท์     รองผู้กำกับ กลุ่มงานต่อต้านการล่วง

ละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต 

บก.ตอท.บช.สอท. 

                      ดำเนินรายการโดย คุณสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง โคแฟค (ประเทศไทย)

                                             คุณรณพงศ์ คำนวณทิพย์ ผู้ก่อตั้ง Media Oxygen

                                ———————————————-

กำหนดการสัมมนาออนไลน์

การอบรมหลักสูตรระยะสั้นแบบเรียนด้วยตนเองว่าด้วยการตรวจสอบข้อเท็จจริง

วันพุธที่ 30 มิถุนายน 2564 เวลา 13.00 – 15.00 น.

13.00 – 13.05 น.    กล่าวต้อนรับโดย คุณสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง โคแฟค (ประเทศไทย)

13.05 – 13.15 น.     กล่าวเปิดงานโดย คุณไมเคิล ฮีธ 

อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย 

13.15 – 13.45 น.     ฟังบรรยายโดย คุณ Baybars Orsek

ผู้อำนวยการเครือข่ายตรวจสอบข้อเท็จจริงสากล (IFCN) ณ Poynter Institute

13.45 – 14.15 น.    พูดคุย – ถามตอบ (Q&A) กับผู้อำนวยการเครือข่ายตรวจสอบข้อเท็จจริงสากล   ดำเนินรายการโดย ดร.เจษฎา ศาลาทอง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

14.15 – 14.45 น.    ร่วมอภิปราย โดย เครือข่ายนักตรวจสอบข้อเท็จจริง 

  • คุณพีรพล อนุตรโสตถิ์     ผู้จัดการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท
  • คุณธนภณ เรามานะชัย     Google News Initiative

14.45 – 15.00 น.    สรุปการสัมมนา

*********

Live Webinar Agenda

Final webinar Hands-On Fact-Checking: Online Short Course

Wednesday 30 June 2021, 1.00 – 3.00 p.m.

1.00 – 1.05 p.m.     Welcome by Supinya Klangnarong, Co-founder COFACT Thailand 

1.05 – 1.15 p.m.     Opening Remarks by Charge d’Affaires Michael Health, U.S. Embassy Bangkok 

1.15 – 1.45 p.m.    Presentation by Baybars Orsek, Director of International Fact-Checking 

Network (IFCN), Poynter Institute

1.45 – 2.15 p.m.     Q&A Session moderated by Dr. Jessada Salathong, Faculty of 

Communication Arts, Chulalongkorn University 

2.15 – 2.45 p.m.     Discussion Session led by 

  • Peerapon Anutarasoat     Manager of Sure and Share Center, MCOT
  • Tanapon Raomanachai     Google News Initiative

2.45 – 3.00 p.m.     Conclusion

***************

สรุปข่าวจริง ลวงประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2564


จริงหรือไม่…? ตรวจการติดเชื้อ โควิด19 ง่ายๆ ด้วยตัวเอง โดยการกลั้นหายใจ เช็กอาการไอ-แน่นหน้าอก

ไม่จริง

เพราะ…ยังไม่มีผลวิจัยทางการแพทย์ที่ออกมายืนยันว่า วิธีกลั้นหายใจสามารถใช้เช็กการติดเชื้อโควิด-19 ได้ รวมถึงขณะนี้การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ยังไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/36367ip4w0poh


จริงหรือไม่…? ไข้หูดับ ไม่ระวัง อาจถึงตาย

จริง

เพราะ…เป็นเชื้อ สเตรปโตคอคคัส ซูอิส ภาวะเยื่อหุ้มสมอง ติดเชื้อในกระแสเลือดและการสูญเสียการได้ยิน ติดต่อจากสัตว์สู่คน จากการทานเนื้อสัตว์ดิบและการสัมผัสสัตว์ป่วยทำให้เชื้อเข้าทางแผลตามร่างกาย

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/1tzx9j2tmett8


จริงหรือไม่…? ภาพแสงปริศนา คล้องจองกับเสียงที่เกิดขึ้นในภาคเหนือเป็นภาพเก่าเมื่อ 5 ปี ที่แล้ว

จริง

เพราะ…สปริงนิวส์ ตรวจสอบพบ ภาพดังกล่าวเคยถูกเผยแพร่ไปแล้วตั้งแต่ปี 2015 ไม่ใช่ภาพที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่วนเรื่องเสียงอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/88gpyexwox96


จริงหรือไม่…? หมอพิษณุโลกเตือนอย่ากินหมูสุกๆ ดิบๆ หลังพบหญิงวัย 49 ปี เสียชีวิตจากโรคไข้หูดับ

จริง

เพราะ…ประวัติผู้ป่วยโรคไข้หูดับส่วนใหญ่พบสัมผัสหมูหรือเนื้อหมูที่ติดเชื้อ อาการส่วนใหญ่ที่พบ คือ การติดเชื้อในกระแสเลือด ภาวะเยื่อหุ้มสมองอับเสบ และภาวะช็อค

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/3pu7h4rtvgau0


จริงหรือไม่…? เตือนการเล่นแอปพลิเคชั่นเปลี่ยนใบหน้าอาจถูกแฮกข้อมูล

ข่าวจริงบางส่วน

เพราะ…ไม่ควรให้ข้อมูลส่วนตัวควบคู่กับใบหน้า เพราะอาจเปิดช่องทางการนำข้อมูลไปสร้างความเสียหายได้

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/3heaf8ze7xcja


จริงหรือไม่…? พบเสียงปริศนา ดังสนั่นได้ยินจากหลายพื้นที่ในภาคเหนือ

ข่าวจริงบางส่วน

เพราะ…สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กำลังตรวจสอบเรื่องเสียง เบื้องต้นคาดว่าเป็น ดาวตกชนิดระเบิด (Bolide)

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2xboy1wot3jfx


จริงหรือไม่…? อย่าให้รูปถ่ายคุณหรือครอบครัวที่ถ่ายเพื่อทำการ์ตูนล้อเลียนภาพเหมือนคุณกับแอพVoila App

ข่าวจริงบางส่วน

เพราะ…แม้แอปแจ้งว่ารูปภาพของผู้ใช้จะถูกลบภายใน 24 ถึง 48 ชม. แต่ระบบยังคงรวบรวมข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลเกี่ยวกับผู้ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ให้กับบริษัทในเครือ

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/3mbf5tly9hgwl


Cofact Vocabulary

เงื่อนไข “เปิดประเทศ” รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ นำร่อง “ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์”

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กาลโหม ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์นายกรัฐมนตรี “ตั้งเป้าประเทศไทยต้องเปิดประเทศภายใน 120 วัน” และนำแนวทางการเปิดประเทศเข้าหารือในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ก่อนมีมติเห็นชอบไปเป็นที่เรียบร้อย

กองบรรณาธิการเฉพาะกิจ TJA&Cofact ได้รวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เสนอเข้าสู่ที่ประชุม ศบค. ซึ่งกำหนดแผนการเปิดประเทศในปี 2564 ไว้เป็นระยะ ๆ ไล่เรียงไปจากพื้นที่ที่มีความพร้อม และเงื่อนไข ข้อปฏิบัติต่าง ๆ โดยเริ่มต้นจากจังหวัดภูเก็ต เป็นลำดับแรก ซึ่งจะนำร่องเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2564 เป็นต้นไป ผ่านมาตรการที่ชื่อว่า “ภูเก็ต แซนด์บ๊อกซ์” (Phuket Sandbox)

เรื่องนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดทำข้อเสนอให้ที่ประชุม ศบค. เห็นชอบในหลักการ โดยกำหนดระยะเวลาไว้ในช่วงไตรมาสที่ 3 (ก.ค. – ก.ย.2564) เป็นระยะแรกเริ่มต้นจาก Phuket Sandbox ในวันที่ 1 ก.ค.2564 ซึ่งเป็นการเปิดพื้นที่ทั้งเกาะให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบเดินทางเข้ามาได้

ส่วนพื้นที่ต่อไป คือ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะเปิดตามมาในอีกไม่นานนัก โดยประเมินผลการจัดทำ Phuket Sandbox ในระยะหนึ่ง หากไม่มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นจนน่ากังวล ในวันที่ 15 ก.ค. 2564 ทั้ง 3 เกาะแห่งนี้จะจัดทำทำเป็น “Sealed routes” หรือกำหนดเส้นทางเฉพาะที่นักท่องเที่ยวสามารเดินทางไปได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

จากนั้นในเดือน ส.ค.นี้ จะขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ  ที่มีลักษณะเป็นเกาะเช่นเดียวกัน คือ เกาะพีพี เกาะไหง และไร่เล ของจังหวัดกระบี่ และเขาหลัก และเกาะยาว ในจังหวัดพังงา

ขณะที่ในเดือน ก.ย.2564 จะมีพื้นที่อื่น ๆ อีก 3 แห่ง คือ จังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุม อำเภอเมือง แม่ริม แม่แตง และดอยเต่า จังหวัดชลบุรี ครอบคลุม เมืองพัทยา ใน 2 อำเภอ คือ บางละมุง และสัตหีบ และจังหวัดบุรีรัมย์ ครอบคลุมอำเภอเมือง และสนามช้างอารีนา เพื่อรับการแข่งขันโมโตจีพี

ส่วนพื้นที่สุดท้ายคือในช่วงเดือน ต.ค.นี้ จะเปิดกรุงเทพฯ ชะอำ และหัวหิน อีก 3 พื้นที่เพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อไป โดยทุกพื้นที่ ททท. จะต้องจัดทำข้อกำหนดกลาง​มาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure : SOP) นำเสนอกระทรวงสาธารณสุข และการประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19 (ศปก.ศบค.) พิจารณาด้วย

เรามาดูเงื่อนไขของการเข้ามาในประเทศสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกันบ้าง โดยยึดตามมติของที่ประชุม ศบค. ที่ออกเงื่อนไขมาค่อนข้างรัดกุมและมีขั้นตอนค่อนข้างมาก ซึ่งเราจะขอหยิบยกมาในกรณีของ Phuket Sandbox เริ่มตั้งแต่ก่อนเข้ามา นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามกฎเหล็ก 8 ข้อ ดังนี้

  1. นักท่องเที่ยวต้องเดินทางมาจากกลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำ และปานกลาง ซึ่งเป็นไปตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข กำหนด
  2. นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องพำนักอยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ และปานกลาง อย่างน้อย 21 วันก่อนเดินทาง ทั้งนี้เพื่อป้องกันนักท่องเที่ยวแอบเดินทางมาจากประเทศอื่น แล้วมาขึ้นเครื่องบินในประเทศที่กำหนดไว้ก่อนจะบินตรงมาประเทศไทย
  3. คนไทย และต่างชาติ ที่มีถิ่นพำนักในไทย ต้องเดินทางกลับมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ และปานกลางเท่านั้น
  4. การได้รับวัคซีนที่ได้รับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ WHO ครบ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประเภทของวัคซีน เช่น ซิโนแวค 2 เข็ม โดยการฉีดวัคซีนมานั้น จะต้องฉีดแล้วอย่างน้อยเป็นเวลา 14 วัน และต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน (Vaccine Certificate) ถูกต้องตามมาตรฐาน
  5. กรณีที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ให้เดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองได้
  6. กรณีที่นักท่องเที่ยวเคยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต้องได้รับวัคซีนครบตามกำหนด อย่างน้อย 14 วัน ถึงจะเดินทางมาได้
  7. มีการตรวจโควิด-19 (COVID-19 Free) ภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อนำมายืนยันก่อนเดินทาง
  8. มีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมโควิด-19 วงเงินคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ

เมื่อเตรียมตัวพร้อมภายใต้ 8 เงื่อนไขนี้แล้ว ก็ให้นักท่องเที่ยวยื่นเอกสาร และรับใบอนุญาตเดินทางเข้าประเทศ (Certificate of Entry : COE) โดยการขอ COE ให้จองตั๋วเครื่องบินก่อน แล้วจองโรงแรม SHA+ หรือ SHA แล้วยืนยันผลการอนุมัติพร้อมเอกสาร COE และลงทะเบียนผ่านทาง www.entrythailand .go.th จากนั้นจึงเดินทางเข้ามาในประเทศไทย และต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่ ศบค. ประกาศเอาไว้

ทั้งนี้เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาถึงประเทศไทย และมาถึงสนามบินภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อย ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อที่สนามบินทันที และนักท่องเที่ยวต้องติดตั้งแอปพลิเคชันหมอชนะ ภาษาอังกฤษ และเดินทางเข้าที่พัก ที่มีมาตรฐาน SHA+ ตามที่ ททท. กำหนด ด้วยพาหนะที่จัดไว้ โดยในระหว่างนี้ต้องรอผลตรวจอยู่ในห้องพักเท่านั้น หากผลตรวจไม่พบเชื้อ ก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตได้

ในระหว่างนี้นักท่องเที่ยวจะต้องอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอย่างน้อย 14 คืน แต่ถ้านักท่องเที่ยวต้องการเดินทางกลับก่อน 14 วัน สามารถทำได้ โดยต้องเดินทางด้วยเที่ยวบินตรงออกนอกราชอาณาจักร มาแวะที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ ส่วนผู้ที่ยังอยู่พักตามกำหนด จะมีการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ตามระยะเวลาที่เข้าพัก อีก 2 ครั้ง คือในวันที่ 6-7 และวันที่ 12-13 หากไม่พบก็เดินทางไปเที่ยวพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศไทยได้ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้รับเอกสารหลักฐานการควบคุมโรค นำไปแสดงกับจังหวัดปลายทางว่าผ่านการตรวจหาเชื้อ และทำตามข้อกำหนดต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ขั้นตอนจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และททท. จะนำรายละเอียดให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเพื่อให้ทันเปิดรับวันที่ 1 ก.ค.นี้ โดยในระยะแรกจังหวัดภูเก็ตจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ ศบค. ซึ่งแบ่งเป็นโซนสีเหลือง หรือเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง เบื้องต้นในเดือนแรก จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาบางส่วน และเชื่อว่าในเดือนต่อ ๆ ไปจะทยอยมาเพิ่มมากขึ้น

ลิงก์ข่าว https://www.tja.or.th/view/tjacofact/1332090

สรุปข่าวจริง ลวงประจำวันที่ 22 มิถุนายน 2564


จริงหรือไม่…? ศาลฎีกา ยกเลิกการฉีดวัคซีนสากลในสหรัฐอเมริกา

ไม่จริง

เพราะ…ข้อมูลดังกล่าวมาจากกลุ่มต่อต้านวัคซีน ที่เสนอทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ ศาลฎีกาสหรัฐ ไม่ได้ยกเลิกการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2tr07o5vhjf6i


จริงหรือไม่…? ตึกอายุรกรรมชาย รพ.ยะลา ตอนนี้ปิดตึกเนื่องจากตรวจพบมีคนไข้โควิด 40 ราย

ไม่จริง

เพราะ…กรณีที่เกิดขึ้นเป็นผู้ป่วยนอก1 ราย ที่เข้ารับการรักษาตัวในตึกอายุรกรรมด้วยโรคทางสมอง ปรากฏว่ามีเชื้อโควิด จึงได้ทำการแยกผู้ป่วยแล้ว

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/19jk36wy6lc2x


จริงหรือไม่…? แจ้งคิวฉีดวัคซีนใหม่ 100,000 โดส

ไม่จริง

เพราะ…เพจเฟซบุ๊ก “ไทยร่วมใจ” เตือนระวัง “ข่าวปลอม” หลังพบผู้แชร์รูปภาพแจ้งคิวการรับวัคซีนใหม่ สำหรับผู้ที่โดนเลื่อน 15-18 มิ.ย. เป็นวันที่ 21-24 มิ.ย. ยืนยัน ไม่เป็นความจริง

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/37h0gbpbqczp6


จริงหรือไม่…? โครงการไทยเข้มแข็งมีจริง

จริง

เพราะ…เป็นโครงการสมัยรัฐบาล พศ.2553-2555

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/thctypjynutx


จริงหรือไม่…? เลื่อนนัดฉีดวัคซีนเข็ม 2 เร็วขึ้น

จริง

เพราะ…ตามประกาศของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ของเข็มที่ 2 จาก 16 สัปดาห์ ขึ้นมาเป็น 12 สัปดาห์

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/ozkwbvyb90kt


จริงหรือไม่…? ช้างบุกห้องครัวกลางดึก

จริง

เพราะ…เหตุเกิดที่บ้านติดกับ ป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แหล่งช้างป่า เจ้าของบ้านบอก มาเป็นประจำยังไม่มีหน่วยงานช่วยเหลือ

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2ml8m8p8xwijt


จริงหรือไม่…? EU จัดตั้งให้ประเทศไทย เป็นกลุ่มประเทศที่ปลอดภัยเดินทางเข้าได้โดยไม่ต้องฉีดวัคซีน

จริง

เพราะ…อยู่ในกลุ่ม White List ทั้งนี้ สามารถขอเอกสารรับรองฯ ไม่มีค่าใช้จ่าย กับหน่วยงานท้องถิ่นในประเทศที่เดินทางมาถึง เพื่อใช้สำหรับเดินทางข้ามไปยังประเทศอื่นใน EU

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2q6ct4dv3148y


ริงหรือไม่…? นาซ่า เปิดภาพกรุงเทพยามค่ำคืน

จริง

เพราะ…จากเว็บสำรวจโลกขององค์การนาซ่า เผยภาพจากมุมของนักบินอวกาศให้เห็นแสงแห่งค่ำคืนใน กทม. เผยแพร่ 26 ก.พ.64 และมีเผยแพร่ในสื่อโทรทัศน์ไทย

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2iaipi46o29uw


จริงหรือไม่…? แอพเปลี่ยนหน้าเป็นตัวการ์ตูน เก็บภาพถ่ายของผู้ใช้

ข่าวจริงบางส่วน

เพราะ…แอพ Voila AI Artist เปิดเผยว่าไม่มีการเก็บภาพของผู้ใช้งาน แต่มีข้อสังเกตว่าระบบจะเก็บข้อมูลการใช้งานออนไลน์ และส่งไปให้บ.โฆษณา

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/os00f18vo117


จริงหรือไม่…? ออสเตรเลียคิดค้นวัคซีนโควิดแบบแผ่นแปะ

ข่าวจริงบางส่วน

เพราะ…วัคซีน(ตัวยา)เป็นของ University of Texas ส่วนแผ่นสัมผัสเป็นของ University of Queensland และ Vaxxas

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2unq9rym7fkef


สรุปข่าวจริง ลวงประจำวันที่ 19 มิถุนายน 2564


จริงหรือไม่…? ไทยร่วมใจ แจ้งการรับวัคซีน ตั้งแต่วันที่ 15-18 มิถุนายน 2564

ไม่จริง

เพราะ…เพจไทยร่วมใจ ชี้แจง ข่าวแจ้งการรับวัคซีนใหม่ ไม่เป็นความจริง

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/1cdfpsss1sq4e


จริงหรือไม่…? อดีตนักวิทยาศาสตร์ของ Pfizer ออกมาเตือนอันตรายจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 จะตายทันทีใน 2 สัปดาห์

ไม่จริง

เพราะ…บุคคลดังกล่าวไม่เคยมีตำแหน่งตามที่กล่าวอ้าง และการฉีดวัคซีนสามารถลดอัตราการป่วยหนักและลดการเสียชีวิตได้จริง

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/36qz2visjtptz


จริงหรือไม่…? ดื่มโกโก้ ช่วยบำรุงสมอง

จริง

เพราะ…ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบ พบว่าโกโก้ช่วยให้เซลล์สมองทำงานดีขึ้น ชะลอให้เกิดโรคช้าลง แต่ไม่สามารถรักษาโรคอัลไซเมอร์ได้ ทั้งนี้ควรเป็นโกโก้ร้อยเปอร์เซ็นต์และต้องดูแลรักษาสมองด้วยการพักผ่อนและออกกำลังกายคู่กันไป

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2xxczig6d37eb


จริงหรือไม่…? ศบค.จังหวัดยะลา ออกคำสั่ง ปิดตลาดในเขตอำเภอธารโตทุกแห่ง

จริง

เพราะ…อำเภอธารโตยังคงพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง และกระจายออกเป็นวงกว้าง

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/qshqoz9ea0eo


จริงหรือไม่…? กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เปิดให้เช็กข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับประชาชนทั่วไปที่ ไม่ได้ใช้แอปพลิเคชั่นหมอพร้อม

จริง

เพราะ…เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ไม่ได้ใช้แอพลิเคชั่น โดยเปิดช่องทางเช็กข้อมูลผ่านเว็บไซต์ได้

อ่านต่อได้ที่https://cofact.org/article/2cdre6psih1gq