เพจเฟซบุ๊กโพสต์เนื้อหาบิดเบือนเกี่ยวกับอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ปั่นกระแส “ต่างด้าวแย่งงานคนไทย”

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: อาชีพนายหน้าและล่ามแปลภาษาเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยเท่านั้น 

📌 ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาบิดเบือนและสร้างความเข้าใจผิด** สำนักบริหารแรงงานต่างด้าวชี้แจงว่างานนายหน้าอยู่ในบัญชีงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ แต่งานล่ามแปลภาษาไม่อยู่ในบัญชีนี้ อย่างไรก็ตามคนต่างด้าวที่ทำงานแปลภาษาจะเรียกว่า “ผู้ประสานงานด้านภาษา” ซึ่งไม่ใช่ล่ามอาชีพเพราะไม่สามารถรับรองเอกสารได้ และการรับสมัครและการจ้างงานจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด  

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 15 ก.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊กที่อ้างว่า “ตรวจสอบต่างด้าวที่ทำผิดกฎหมาย” มีผู้ติดตามกว่า 6,000 บัญชี โพสต์คลิปวิดีโอกล่าวหาชาวเมียนมาคนหนึ่งว่าทำงานผิดกฎหมายในไทยคือทำอาชีพนายหน้าและล่าม มีข้อความว่า “อาชีพนายหน้าหรือว่าล่ามแปลภาษา เป็นอาชีพสงวนของคนไทยต่างด้าวพม่ารามัญไม่สามารถทำได้” (ลิงก์บันทึก)   

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: โคแฟคตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กําหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทํา พ.ศ.2563 และ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดประเภทงานให้คนต่างด้าวตามมาตรา 13 (2) แห่ง พ.ร.บ.การทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ทำได้ รวมทั้งสอบถามเจ้าหน้าที่สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กระทรวงแรงงาน ได้ข้อมูลดังนี้

▪️งาน “นายหน้า” อยู่ในบัญชี “งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด” ตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กําหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทํา พ.ศ.2563 ส่วนงาน “ล่ามแปลภาษา” ไม่อยู่ในบัญชีงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำตามประกาศฉบับนี้ซึ่งมีทั้งหมด 40 ประเภท 

▪️ปี 2559 สำนักนายกรัฐมนตรีออกประกาศให้ “งานผู้ประสานงานด้านภาษากัมพูชา ลาวหรือเมียนมา” เป็นงานที่คนต่างด้าวตามมาตรา 13 (2) แห่ง พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ทำได้ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ว่าจ้างต้องประกาศรับสมัครและว่าจ้างคนไทยเข้าทํางานก่อนอย่างน้อย 15 วัน ถ้าไม่มีการว่าจ้างจึงสามารถจ้างคนต่างด้าวเป็นผู้ประสานงานด้านภาษาได้ 1 คน ต่อการจ้างคนต่างด้าว 100 คน เว้นแต่เป็นหน่วยงานรัฐหรือหรือองค์กรที่ทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์ให้จ้างได้ตามความจำเป็น และคนต่างด้าวที่จะทำงานนี้ต้องได้รับการฝึกอบรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน 

ทั้งนี้ คนต่างด้าวตามมาตรา 13 (2) หมายถึงคนต่างด้าวที่เข้ามาหรืออยูในไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง แต่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศเป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับตามกฎหมายวาด้วยคนเข้าเมือง

▪️เจ้าหน้าที่สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน อธิบายว่าโดยความหมายในทางการจ้างงาน “ล่ามแปลภาษา” หมายถึงคนไทยที่สามารถสื่อสาร/แปลระหว่างภาษาต่างประเทศกับภาษาไทยได้ ส่วนคนต่างชาติที่ได้รับการว่าจ้างให้แปลภาษาจะเรียกว่า “ผู้ประสานงานด้านภาษา” ซึ่งต่างจากล่ามอาชีพตรงที่ไม่สามารถรับรองเอกสารได้ และการจ้างต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี

▪️โคแฟคพบว่าหน่วยงานราชการจำนวนมากมีการประกาศรับสมัครผู้ประสานงานด้านภาษา เช่น เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2569 สำนักจัดหางานจังหวัดนนทบุรีรับสมัครผู้ประสานงานด้านภาษาเมียนมา 1 อัตรา เดือน ต.ค. 2568 กรมการจัดหางานรับสมัครผู้ประสานงานด้านภาษาเมียนมา กัมพูชาและอังกฤษอย่างละ 2 อัตรา เป็นต้น

📌 ข้อสรุปโคแฟค: งานนายหน้าเป็นอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำจริง แต่งานล่ามแปลภาษาไม่ได้อยู่ในบัญชีประเภทงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ คนต่างด้าวชาวเมียนมา กัมพูชาและลาวสามารถทำงานแปลภาษาได้แต่เรียกว่า “ผู้ประสานงานด้านภาษา” ซึ่งการรับสมัครและการว่าจ้างจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง “กําหนดประเภทงานให้คนต่างด้าวตามมาตรา 13 (2) แห่ง พ.ร.บ.การทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ทําได้” และลักษณะการทำงานก็แตกต่างจากอาชีพล่ามแปลภาษาเนื่องจากไม่สามารถรับรองเอกสารแปลได้

⚠️ ประเด็น “คนต่างด้าวแย่งงานคนไทย” มักถูกนำมาใช้ยุยงปลุกปั่นความเกลียดชังแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งด้วยข้อกำหนดและกฎหมายแรงงาน/คนเข้าเมืองที่มีความซับซ้อนทำให้ยากที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง หากไม่แน่ใจในข้อมูลจึงไม่ควรแชร์เนื้อหาลักษณะนี้ 

อย่างไรก็ตามประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับประเภทงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำได้จาก “ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ” ซึ่งมีงานทั้งหมด 40 ประเภทแบ่งเป็น 4 บัญชี พร้อมคำอธิบายลักษณะงาน

หมายเหตุ: คำอธิบายเพิ่มเติมจากกรมการจัดหางาน

โคแฟคส่งอีเมลสอบถามข้อมูลจากกรมการจัดหางานเกี่ยวกับการทำงานล่ามแปลภาษาและงานนายหน้าของคนต่างด้าวเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2569 และได้รับอีเมลตอบกลับเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2569 ซึ่งกรมการจัดหางานอธิบายเพิ่มเติมดังนี้

“กระทรวงแรงงานได้มีประกาศ เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ลงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563 โดยข้อ 2 กำหนดให้งานตามที่ระบุไว้ในบัญชีหนึ่งท้ายประกาศ หรืองานที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพต้องมีสัญชาติไทย เป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาดในทุกท้องที่ในราชอาณาจักร โดยบัญชีหนึ่ง ลำดับที่ 19 กำหนดให้งานนายหน้าหรืองานตัวแทน เป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด เว้นแต่งานนายหน้าหรืองานตัวแทนในธุรกิจการค้าหรือการลงทุนระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ประกาศกระทรวงแรงงานดังกล่าวได้กำหนดคำนิยามของงานนายหน้าหรืองานตัวแทนว่า หมายถึง งานเป็นคนกลางติดต่อ ชักชวนให้บุคคลสองฝ่ายได้มีการตกลงกันในเรื่องเกี่ยวกับการประกันภัย การซื้อขายสินค้า การซื้อขายหรือการเช่าและให้เช่าทรัพย์สิน หรือการซื้อขายหรือเข้าร่วมในบริการธุรกิจ โดยได้รับค่านายหน้าเป็นการตอบแทน ทั้งนี้ ยกเว้นงานนายหน้าหรืองานตัวแทนที่เกี่ยวกับธุรกิจการค้าหรือการลงทุนระหว่างประเทศ

ในการพิจารณาว่าการทำงานของคนต่างด้าวเป็นงานที่ห้ามทำตามประกาศกระทรวงแรงงานดังกล่าวหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาจากลักษณะและเนื้อหาของงานที่ปฏิบัติจริงเป็นสำคัญ มิใช่พิจารณาจากชื่อตำแหน่ง ชื่ออาชีพ หรือชื่อเรียกของงานแต่เพียงอย่างเดียว โดยต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและลักษณะการปฏิบัติงานเป็นรายกรณี ทั้งนี้ หากลักษณะการปฏิบัติงานเข้าข่ายงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ แม้จะใช้ชื่อตำแหน่งหรือชื่ออาชีพแตกต่างออกไป ก็ยังคงถือเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำตามประกาศดังกล่าว

กรณีงานล่ามแปลภาษา หากลักษณะการปฏิบัติงานเป็นเพียงการแปลภาษาและการสื่อสารระหว่างบุคคล โดยมิได้มีลักษณะเป็นการทำหน้าที่เป็นคนกลางติดต่อหรือชักชวนให้บุคคลสองฝ่ายได้มีการตกลงกันตามคำนิยามของงานนายหน้าหรืองานตัวแทน ย่อมไม่เข้าลักษณะเป็นงานนายหน้าหรืองานตัวแทนตามประกาศกระทรวงแรงงานฯ แต่หากลักษณะการปฏิบัติงานเป็นการทำหน้าที่เป็นคนกลางติดต่อ ชักชวน หรือดำเนินการให้บุคคลสองฝ่ายได้มีการตกลงกันตามคำนิยามของงานนายหน้าหรืองานตัวแทน แม้จะใช้ชื่อตำแหน่งว่า “ล่ามแปลภาษา” ก็ย่อมเข้าข่ายงานนายหน้าหรืองานตัวแทน ซึ่งเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำตามประกาศกระทรวงแรงงานฯ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ท่านได้แจ้งมา ยังมิได้มีรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะและขอบเขตการปฏิบัติงานของล่ามแปลภาษา จึงยังไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยได้เป็นการเฉพาะว่าการทำงานดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นงานนายหน้าหรืองานตัวแทน หรือเข้าข่ายงานอื่นที่เป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำตามประกาศกระทรวงแรงงานฯ หรือไม่ โดยต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง ลักษณะและเนื้อหาของการปฏิบัติงานเป็นรายกรณี

ทั้งนี้ หากนายจ้างประสงค์จะจ้างคนต่างด้าวทำงานในประเทศไทย นายจ้างต้องดำเนินการให้คนต่างด้าวได้รับอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี และคนต่างด้าวต้องทำงานกับนายจ้างและประเภทงานตามสิทธิที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน หมายเลขโทรศัพท์ 02 245 2476″

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง