ผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์เนื้อหาที่สร้างความเข้าใจผิดว่าการแก้ไข พ.ร.บ.สัญชาติ มาตรา 7 จะทำให้คนต่างด้าวได้สัญชาติไทย
กองบรรณาธิการโคแฟค
❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: รัฐบาลกำลังร่างกฎหมายให้สัญชาติไทยและบัตรประชาชนแก่คนต่างด้าวรวมถึงคนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทยเป็นเวลานาน
❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาบิดเบือนและสร้างความเข้าใจผิด** การแก้ไข พ.ร.บ.สัญชาติ มาตรา 7 ทวิ วรรคสอง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าผู้ได้สัญชาติไทยตามมาตรานี้ได้สัญชาติไทยโดยการเกิด เป็นการแก้ปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติ แต่ไม่รวมแรงงานต่างด้าวหรือผู้หลบหนีเข้าเมือง
📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 14 มิ.ย. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก ‘Rungraphee Phetthong’ โพสต์คลิปวิดีโอพูดหน้ากล้องความยาว 4.47 นาที ฝังข้อความว่า “รัฐบาลกำลังร่างกฎหมายให้ต่างด้าวที่อยู่ในไทยมานานได้สัญชาติไทย บอกว่าเป้นการแก้ปัญหาที่ค้างคามานาน …เขมรที่อยู่ 40 ปีก็เป็นคนไทยหมด พม่าที่อยู่ 20-30 ปี เป็นล้านคนก็มีสิทธิ์เป็นคนไทยได้เช่นกัน มีสิทธิ์ทุกอย่างยกเว้นสมัครตำแหน่งทางการเมือง” (ลิงก์บันทึก)
ผู้โพสต์อ้างว่ารัฐบาลกำลังร่างกฎหมายให้ต่างด้าวได้ใช้สัญชาติไทยและมีบัตรประชาชนไทย โดยจะให้เฉพาะต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยมานาน เช่น ชาวเมียนมาที่ทำงานในประเทศไทยมานาน 30 ปี “จะได้รับสิทธิความเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์” และชาวกัมพูชาที่อยู่ในไทยมา 40 ปี ก็มีสิทธิ์ได้รับสัญชาติไทย สามารถครอบครองที่ดินและโฉนดได้เหมือนคนไทย แต่ไม่มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง
ณ วันที่ 15 มิ.ย. 2569 คลิปนี้มียอดการแชร์กว่า 5,000 ครั้ง และมีผู้เข้ามาให้ความเห็นมากกว่า 6,500 ครั้ง
🔎 โคแฟคตรวจสอบ: ประเด็นการแก้ไขมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง ของ พ.ร.บ. สัญชาติ ถูกนำมาบิดเบือนและสร้างความเข้าใจผิดว่าเป็นการให้สัญชาติคนต่างด้าวและลูกหลานของแรงงานต่างด้าวมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งโคแฟคตรวจสอบข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊กกรมการปกครองและบัณฑิต นามเครือ ผู้อำนวยการส่วนสัญชาติและการทะเบียนและบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง สรุปได้ดังนี้
▪️มาตรา 7 ทวิ วรรคสอง เป็นบทบัญญัติที่เปิดโอกาสให้บุคคลที่เกิดในไทยแต่ไม่เคยได้สัญชาติไทยและไม่มีหลักฐานว่าใช้สัญชาติอื่น สามารถขอมีสัญชาติไทยได้ โดยจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การขอมีสัญชาติไทยตามมติคณะรัฐมนตรี 29 ต.ค. 2567 ซึ่งกำหนดไว้ว่า บุคคลที่สามารถขอสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง ได้แก่ บุตรของชนกลุ่มน้อย และบุตรของบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ได้รับการสำรวจแล้วเท่านั้น “ซึ่งไม่รวมบุตรของแรงงานต่างด้าว ผู้หนีภัยการสู้รบ ผู้หลบหนีเข้าเมืองหรือผู้มีพาสปอร์ต”
▪️ปัญหาการตีความมาตรา 7 ทวิ วรรคสองของ พ.ร.บ. สัญชาติ เกิดขึ้นหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 23/2567 ลงวันที่ 2 ต.ค. 2567 ในกรณีที่มีผู้ร้องเกี่ยวกับการเพิกถอนสัญชาติไทยว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญระบุในตอนหนึ่งของคำวินิจฉัยว่าบุคคลที่ได้สัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง “ไม่เป็นผู้ได้สัญชาติไทยโดยการเกิด”
ในการเลือกตั้งสมาชิกและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) วันที่ 11 ม.ค. 2569 พบว่ามีบุคคลกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้สัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง ของ พ.ร.บ. สัญชาติ ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกและนายก อบต. เนื่องจาก กกต. อ้างอิงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญปี 2567 ที่ระบุว่าบุคคลที่ได้สัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง “ไม่เป็นผู้ได้สัญชาติไทยโดยการเกิด” ขณะที่กฎหมายเลือกตั้งกำหนดว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครองจึงทำหนังสือยืนยันความเห็นต่อ กกต. ว่า บุคคลที่ได้รับสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง “เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด” และให้ความเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีบริบทจำเพาะในคดีนั้น ไม่ควรนำมาขยายผลเสมือนเป็นบทบัญญัติกฎหมายใหม่ที่นำไปสู่การตัดสิทธิทางการเมือง ซึ่งเป็นการตีความเกินขอบเขตคำวินิจฉัยสำนักทะเบียนกลางระบุในหนังสือที่ส่งถึง กกต. ด้วยว่า กรมการปกครองอยู่ระหว่างเสนอแก้ไข พ.ร.บ. สัญชาติ เพื่อกำหนดว่าการได้สัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง “ให้ถือว่าเป็นการได้สัญชาติไทยโดยการเกิด”
▪️ การแก้ไขกฎหมายนี้อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนจากระบบกลางทางกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ law.go.th ในหัวข้อ “โครงการรับฟังความคิดเห็นประกอบการแก้ไขพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508” ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.- 21 มิ.ย. 2569
คำอธิบายถึงความเป็นมาของการเสนอแก้ไขกฎหมายมาตรานี้ระบุว่า การให้สัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 เป็นนโยบายของรัฐที่ต้องการแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ การกำหนดให้สัญชาติไทยแก่บุตรของคนต่างด้าวที่เกิดในราชอาณาจักรและไม่ได้สัญชาติไทย ตามมาตรา 7 ทวิ วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 เป็นนโยบายของรัฐไทยที่ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องสถานะบุคคล ของชนกลุ่มน้อย กลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มผู้อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน ซึ่งถือว่ามีสถานะเป็นคนไร้รัฐไร้สัญชาติ (Stateless persons) ‘โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอมีสัญชาติไทยจะต้องไม่มีสัญชาติของประเทศอื่น’ ส่วนบิดามารดาที่เป็นผู้เข้ามา ในราชอาณาจักรจะให้สถานะคนเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในราชอาณาจักร
▪️คำกล่าวอ้างที่ว่าการแก้ไขกฎหมายนี้จะเปิดช่องให้คนต่างด้าวที่อยู่ในไทยมานานหรือบุตรของแรงงานต่างด้าวในไทยมีสิทธิได้รับสัญชาติไทยนั้นเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เพราะบุตรของแรงงานต่างด้าวที่เกิดในไทย จะได้สัญชาติตามพ่อแม่ หากคนกลุ่มนี้ รวมทั้งบุคคลสัญชาติอื่นที่เกิดและเติบโตในประเทศไทย หรืออยู่ในไทยมานานแล้วประสงค์จะขอสัญชาติไทย ต้องยื่นขอแปลงสัญชาติตามมาตรา 10 หรือ 11 ของ พ.ร.บ.สัญชาติ และต้องมีคุณสมบัติที่จะขอสัญชาติไทยได้ตามที่กฎหมายกำหนด
Skip to the content
