คลิปเตือนภัยห้ามใช้ “ปลั๊กหลอกสายดิน” ชาร์จรถ EV เป็นคำเตือนที่ถูกต้องตามหลักความปลอดภัยทางไฟฟ้า

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓เนื้อหาที่ตรวจสอบ: คลิปเตือนห้ามใช้ ‘หัวแปลงหลอกสายดิน’ ระหว่างชาร์จแบตเตอรีรถยนต์ EV 

✅ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาจริง** ผู้เชี่ยวชาญระบุเป็นคำเตือนที่ถูกต้อง 

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 5 ส.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก ‘น้องอีฟ รถ EV’ โพสต์คลิปวิดีโอที่สร้างจาก AI เตือนภัยการใช้ ‘หัวแปลงหลอกสายดิน’ เพื่อให้รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าหรือรถ EV ชาร์จแบตเตอรีจากไฟบ้านได้ เนื้อหาในคลิประบุว่าผู้ใช้รถ EV บางรายใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่าหัวแปลงหลอกสายดินเพื่อบังคับให้สายชาร์จรถ EV ชาร์จไฟจากสถานที่ที่ไม่มีการเดินสายดินได้ แต่การใช้อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นอันตรายเพราะหากไม่มีสายดิน เมื่อเกิดไฟรั่วกระแสไฟฟ้าจะวิ่งมาที่ตัวรถ อาจเกิดไฟดูดผู้ที่สัมผัสกับตัวรถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ วิธีที่ถูกต้องคือไปชาร์จตามสถานีชาร์จสาธารณะ หรือให้ช่างมาติดตั้งสายดินให้ถูกต้อง 

ข้อความบรรยายในโพสต์ระบุว่า การใช้อุปกรณ์ ‘หัวแปลงหลอกสายดิน’ เพื่อบังคับให้สายชาร์จพกพาของรถ EV ยอมชาร์จไฟจากเต้ารับรุ่นเก่าที่ไม่มีสายดิน เป็นการกระทำที่เป็นอันตราย เพราะสายชาร์จถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบว่าจุดที่ชารจ์มีสายดินหรือไม่ เพราะหากเกิดไฟฟ้ารั่ว สายดินจะพากระแสไฟไหลลงดินได้อย่างปลอดภัย แต่การใช้หัวแปลงหลอกสายดินเป็นการหลอกให้สมองกลรถเข้าใจผิด เมื่อเกิดไฟรั่ว กระแสไฟฟ้าจะไม่มีที่ไปและวิ่งสะสมอยู่บนตัวถังโลหะของรถ หากมีคนในครอบครัวเผลอไปสัมผัสรถ จะถูกไฟดูดอย่างรุนแรง

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: ดร.สุพรรณ ทิพย์ทิพากร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2569 ว่าคำเตือนเรื่องการห้ามใช้ ‘หัวแปลงหรือปลั๊กหลอกสายดิน’ นั้นเป็นคำเตือนที่ถูกต้อง เพราะหัวแปลงดังกล่าวอาจเพียงทำให้ชุดควบคุมของสายชาร์จบางรุ่นยอมจ่ายไฟ แต่ไม่ได้ทำให้เกิดตัวนำป้องกัน (Protective Earth: PE) ที่ต่อเนื่องถึงระบบสายดินของอาคาร หากเกิดฉนวนชำรุดหรือความผิดพร่อง ส่วนโลหะที่สัมผัสได้ของรถหรืออุปกรณ์ชาร์จอาจมีแรงดันสัมผัสอันตราย และอุปกรณ์ป้องกันอาจไม่ปลดวงจรตามเงื่อนไขและเวลาที่ออกแบบไว้

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าแรงดันไฟบ้าน 230 V จะปรากฏที่ตัวถังทันทีทุกกรณี และสายชาร์จรถ EV อาจตรวจไม่พบว่าไม่มีการต่อสายดิน เพราะขึ้นอยู่กับการออกแบบของอุปกรณ์และระบบไฟฟ้าที่นำไปใช้

ดร.สุพรรณย้ำว่าผู้ใช้รถ EV ที่ต้องการติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่รถไว้ที่บ้าน ก่อนติดตั้งบริภัณฑ์จ่ายไฟยานยนต์ไฟฟ้าหรือชุดอุปกรณ์ที่ควบคุมและจ่ายไฟจากระบบติดตั้งถาวรไปยังรถ ควรตรวจสอบโหลดรวม มิเตอร์ เมนเบรกเกอร์ สายเมน ตู้ไฟ ระบบการต่อลงดิน และกำลังชาร์จที่ต้องการ

ดร.สุพรรณมีคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้รถ EV ที่ต้องการติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรีรถไว้ที่บ้าน ดังนี้

  • ก่อนติดตั้งบริภัณฑ์จ่ายไฟยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle Supply Equipment: EVSE) หรือชุดอุปกรณ์ที่ควบคุมและจ่ายไฟจากระบบติดตั้งถาวรไปยังรถ ควรตรวจสอบโหลดรวม มิเตอร์ เมนเบรกเกอร์ สายเมน ตู้ไฟ ระบบการต่อลงดิน และกำลังชาร์จที่ต้องการ จึงไม่ใช่ว่าทุกบ้านต้องใช้มิเตอร์ 30(100) A เปลี่ยนเป็นไฟ 3 เฟส ใช้สาย 6 ตร.มม. หรือกำหนดค่าความต้านทานหลักดินไม่เกิน 5 Ω เสมอไป ตาม MPESTD-001:2563
  • วงจรย่อยที่จ่าย EVSE ต้องแยกจากโหลดอื่น และหนึ่งวงจรย่อยจ่าย EVSE ได้หนึ่งชุด พร้อมตัวนำ PE เครื่องป้องกันกระแสเกิน และ RCD Type B ที่มีพิกัดกระแสเหลือไม่เกิน 30 mA หรือ Type A/Type F ร่วมกับ RDC-DD ที่ตัดวงจรเมื่อมีกระแสผิดพร่อง DC เกิน 6 mA โดยต้องเลือกและประสานกับอุปกรณ์ภายใน EVSE ตามคู่มือผู้ผลิต
  • ขนาดสายต้องรองรับกระแสไม่น้อยกว่า 1.25 เท่าของกระแสด้านเข้าและออกแบบตามสภาพติดตั้งจริง สำหรับ Mode 2 ต้องใช้เต้ารับติดตั้งประจำชนิดมีขั้วสายดิน พิกัดอย่างน้อย 16 A ไม่ใช้ปลั๊กพ่วง เต้ารับเคลื่อนย้ายได้ หรือหัวแปลงหลอกสายดิน และต้องตรวจสอบทดสอบหลังติดตั้ง

“ความปลอดภัยไม่ได้เกิดจากการทำให้อุปกรณ์ยอมเริ่มชาร์จ แต่เกิดจากตัวนำป้องกันที่ต่อเนื่อง วงจรย่อยที่ถูกต้อง อุปกรณ์ป้องกันที่ประสานกัน และการทดสอบหลังติดตั้ง” ดร.สุพรรณกล่าว