ข้อมูลจริง: ทำบุญปล่อยปลา หากเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่น มีความผิดตาม พ.ร.ก.ประมง มีโทษปรับ-จำคุก
กองบรรณาธิการโคแฟค
❓เนื้อหาที่ตรวจสอบ: ทำบุญปล่อยปลาพึงระวังทำผิดกฎหมายมีโทษทั้งจำทั้งปรับ
✅ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาจริง** กรมประมงเตือนปล่อยสัตว์น้ำระวังเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่น กระทบระบบนิเวศ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
📝เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 30 ก.ค. 2569 บัญชีติ๊กตอก ‘ผู้บ่าวทำเกษตร’ โพสต์คลิปวิดีโอเตือนว่าการทำบุญด้วยการปล่อยปลาบางชนิดมีความผิดตามกฎหมายประมงมีโทษปรับ 2 ล้านบาท จำคุก 2 ปี เพราะเข้าข่ายเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่น (alien species) ทำลายระบบนิเวศ
คลิปดังกล่าวยังยกตัวอย่างสัตว์น้ำที่ห้ามปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น ปลาซัคเกอร์ ปลาหมอสีคางดำ ปลาทับทิม ปลานิล ปลาหางนกยูง ปลาดุกอัฟริกัน (บิ๊กอุย) ปลากะพงปากกว้าง กุ้งเครย์ฟิช เต่าญี่ปุ่น เต่าแก้มแดง
ส่วนสัตว์น้ำที่สามารถปล่อยได้ตามแหล่งน้ำที่เหมาะสม เช่น ปลากราย ปลาหมอไทย ปลาดุกอุย ปลาดุกนา (ปล่อยในคลอง หนอง บึง) ปลาไหล ปลาช่อน ปลาบู่ทราย (ปล่อยในแหล่งน้ำตื้น ริมตลิ่ง มีพืชน้ำขึ้น) ปลาตะเพียน ปลาสวาย (ปล่อยในน้ำลึกและกว้าง เช่น แม่นํ้า คลองขนาดใหญ่)
🔎 โคแฟคตรวจสอบ: เนื้อหาดังกล่าวสอดคล้องกับเอกสารประชาสัมพันธ์จากกรมประมง ‘เช็กให้ชัวร์ ! เข้าพรรษานี้ กรมประมงชวนสายบุญปล่อยปลาไทยให้เหมาะสม รักษาสมดุลของระบบนิเวศอย่างยั่งยืน’ ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2569 เตือนประชาชนที่จะทำบุญในช่วงเข้าพรรษาว่าอย่าปล่อยสัตว์น้ำต่างถิ่น สัตว์น้ำลูกผสมและสัตว์น้ำที่ไม่เหมาะสมต่อการปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ทั้งนี้การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์น้ำต่างถิ่นดังนี้
❌ สัตว์น้ำที่เป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่น ห้ามปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ ปลาหมอมายัน ปลาหมอคางดำ ปลาหมอบัตเตอร์ ปลาซัคเกอร์ เต่าญี่ปุ่นหรือเต่าแก้มแดง กุ้งเครย์ฟิช ทั้งจากสายพันธุ์ออสเตรเลียและอเมริกัน ปลากะพงนกยูง (ปลาพีคอกแบส) ปลาดุกแอฟริกา รวมไปถึงปลาลูกผสมอย่าง ปลาดุกบิ๊กอุย ซึ่งเป็นปลาลูกผสมระหว่างปลาดุกแอฟริกันกับปลาดุกอุยของไทย ที่พัฒนาพันธุ์ขึ้นเพื่อการเพาะเลี้ยงและการบริโภค ไม่ใช่ชนิดที่พบได้เองตามธรรมชาติ
✅ สัตว์น้ำที่สามารถปล่อยได้ตามแหล่งน้ำที่เหมาะสม เช่น ปลาตะเพียน ปลากระแห ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อยขาว ปลาโพง (ปลาสุลต่าน) ปลากาดำ ปลายี่สกไทย ปลาหมอไทย ปลาช่อน ปลาบู่ทราย ปลาสลาด ปลากราย ปลาสวาย ปลากดเหลือง ปลากดแก้ว พร้อมทั้งอธิบายเบื้องต้น ดังนี้
-ปลาไหลนา/กบนา อาศัยอยู่ในพื้นที่ชื้นแฉะ มีน้ำไหลเอื่อย ควรปล่อยลงในแม่น้ำ ห้วยหนอง คลองบึง ท้องนา หรือร่องสวน บริเวณที่มีดินเฉอะแฉะ เนื่องจากปลาไหลชอบขุดรูเพื่ออยู่อาศัยในการดำรงชีวิต อีกทั้งพื้นที่ชื้นแฉะยังเป็นที่อยู่ของแมลงซึ่งเป็นอาหารของกบอีกด้วย
-ปลาสวาย/ปลาบึก/ปลาตะเพียน/ปลากาดำ ควรปล่อยลงในแม่น้ำ คลองที่มีระดับน้ำลึกและกระแสน้ำไหลแรง เนื่องจากปลาแต่ละชนิดเมื่อโตเต็มวัย มีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าปลาชนิดอื่นๆ ดังนั้น จึงต้องใช้พื้นที่กว้างในการอยู่อาศัยและเจริญเติบโต
-หอยขม ควรปล่อยลงในคู หนอง คลอง บึง และในนาข้าว ที่เป็นพื้นดินหรือโคลน มีระดับน้ำตั้งแต่ 10 เซนติเมตร-2 เมตร น้ำนิ่งหรือน้ำไหลเอื่อย และบริเวณดังกล่าวควรมีเสา สะพาน ตอไม้ พันธุ์ไม้น้ำ เพื่อให้หอยสามารถยึดเกาะได้
⚠️ กรมประมงไม่สนับสนุนให้ปล่อยปลาดุกลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เนื่องจากการจำแนกความแตกต่างระหว่างปลาดุกพื้นเมืองกับปลาดุกต่างถิ่น หรือปลาดุกลูกผสม อาจทำได้ยากโดยเฉพาะในปลาขนาดเล็ก ซึ่งการปล่อยสัตว์น้ำผิดจะส่งผลผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง
