2 เม.ย. 2569 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โคแฟค (ประเทศไทย) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิ ฟรีดิช เนามัน (ประเทศไทย) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) และภาคีร่วมจัดอีก 11 องค์กร จับมือจัดงานสัมมนาวาระวันตรวจสอบข่าวลวงโลก 2569 International Fact Checking Day 2026 Lost in information: When Disinformation becomes a global risk. เมื่อข้อมูลลวงกลายเป็นความเสี่ยงโลก
สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งภาคีโคแฟค (ประเทศไทย) กล่าวว่า งานวันตรวจสอบข่าวลวงโลกจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สถานการณ์โรคระบาดโควิด – 19 และได้รับการสนับสนุนจากหลากหลายภาคส่วน และในปีนี้ World Economic Forum จัดให้ข้อมูลลวงเป็นความเสี่ยงระดับโลก อันดับ 2
“เราอยากให้ทุกคนตระหนักเรื่องข้อมูลลวงและตั้งสติเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง (Keep Calm and Fact Check) ซึ่งเป็นแนวคิดของสสส. ด้วยที่ส่งเสริมเรื่องของระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญาที่ทำให้ทุกคนตั้งหลักรู้เท่าทันคู่ขนานไปกับความเปลี่ยนแปลง” สุภิญญา กล่าว
“ในยุคที่ปริมาณข้อมูลขยายตัวในอัตราเร่งจนนักตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-checkers) ไม่สามารถไล่ตามได้ทันการเปลี่ยนบทบาทของปัจเจกให้กลายเป็น ‘เซนเซอร์ตรวจสอบ(Individual as a Sensor)’ คือยุทธศาสตร์ที่ทรงพลังที่สุดการมอบทักษะการตรวจสอบเชิงรุกช่วยเปลี่ยนผู้บริโภคที่อ่อนไหวให้กลายเป็นผู้พิทักษ์ความถูกต้องของข้อมูลด้วยตนเอง”
และแม้ชาวญี่ปุ่นยังคงเชื่อถือในสำนักข่าวหลักๆ ค่อนข้างสูง แต่ความไว้วางใจนี้อาจเป็นดาบสองคมหากสื่อหลักถูกแทรกซึมด้วยข้อมูลบิดเบือนที่ดูแนบเนียน ขณะที่พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ Gen Z และ Gen Alpha กำลังละทิ้งการค้นหาผ่าน Google Search แบบเดิมที่ต้องวิเคราะห์จากหลายแหล่งข้อมูล ไปสู่การยอมรับคำตอบสำเร็จรูปจาก AI ซึ่งความเสี่ยงคือ “AI มักจะประมวลผลโดยขาดบริบท” และหากข้อมูลต้นทางถูกบิดเบือน AI ก็จะกลายเป็นเครื่องมือขยายผลความเท็จที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
“เทคโนโลยี AI ทำให้เกิด ‘ความเท่าเทียมในการสร้างความเท็จ (Democratization of Misinformation)’การสร้างเว็บไซต์ปลอมภาพ Deepfake หรือวิดีโอที่แนบเนียนสามารถทำได้ด้วย Prompt เดียวสิ่งนี้จะนำไปสู่การทลายกำแพงความน่าเชื่อถือของเนื้อหาคุณภาพสูงในอนาคตสังคมยุคใหม่จำเป็นต้องมีทักษะ Critical Promptingหรือการป้อนคำสั่งอย่างมีวิจารณญาณเพื่อให้มั่นใจว่าการใช้งาน AI จะไม่เป็นการเติมข้อมูลลวงเข้าระบบโดยไม่ตั้งใจและเป็นการเรียกร้องให้มี ‘ความรับผิดชอบของอัลกอริทึม (Algorithmic Accountability)’ จากผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม”
ก่อนหน้านี้ ภาพเดียวกันนี้เคยถูกนำไปสร้างข่าวลวงในอินเดีย โดย The Times of India รายงานเมื่อ 23 พ.ค. 2018 ว่าขณะที่อินเดียกำลังประสบปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นราคา พบว่ามีประชาชนแชร์ภาพรถติดอย่างหนักบนทางด่วนพร้อมคำบรรยายว่า “ชาวเยอรมันประท้วงรัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันด้วยการจอดรถทิ้งไว้แล้วเดินกลับบ้าน ทำให้รัฐบาลต้องประกาศลดราคาน้ำมันทันที เมื่้อประชาชนฉลาด พวกคนทุจริตก็โกงไม่ได้” ซึ่งเป็นเนื้อหาเท็จเพราะภาพนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศจีนเมื่อปี 2012 ไม่ใช่ในเยอรมนี
🔎 โคแฟคตรวจสอบ: เมื่อค้นหาด้วย Google Lens พบว่าคลิปนี้เป็นภาพเหตุการณ์ที่กองทัพอิสราเอลทิ้งระเบิดสะพาน Qasmiyeh ทางภาคใต้ของเลบานอนเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2569 ซึ่งเผยแพร่โดยสื่อหลายสำนัก เช่น รอยเตอร์ส, SBS ของออสเตรเลีย, TRT World ของตุรกี และ Al Mayadeen News ของเลบานอน
ทั้งนี้ Laotian Times เคยรายงานเมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้วว่ารัฐบาลลาวลงนามในสัญญาซื้อน้ำมันจากบริษัท Sinopec Hong Kong ของจีนเมื่อเดือน พ.ค. 2566 และพิธีส่งมอบน้ำมันล็อตแรกในเดือนต่อมา