‘CEO Fraud’มุกใหม่มิจฉาชีพ!เมื่อ‘คนร้าย’สวมรอยเป็น‘เจ้านายที่เคารพ’
By : บัญชา จันทร์สมบูรณ์

เรียน พนักงานทุกท่าน, เพื่อให้การดำเนินงานในขั้นตอนต่อไปเป็นไปอย่างราบรื่น รบกวนคุณช่วยสร้างกลุ่ม Line (Line Group) ขึ้นมาเพื่อใช้ในการติดต่อประสานงานครับ/ค่ะ , เมื่อสร้างกลุ่มเรียบร้อยแล้ว รบกวนส่ง QR Code หรือลิงก์เชิญเข้ากลุ่ม ตอบกลับมาทางอีเมลฉบับนี้ เพื่อให้ผม/ดิฉัน สแกนเข้าร่วมกลุ่มและเริ่มดำเนินการประสานงานต่าง ๆได้ทันที , ทั้งนี้ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ท่านอื่น ๆรบกวนยังไม่ต้องเชิญเข้ากลุ่มนะครับ/คะ ขอให้รอให้ผม/ดิฉัน เข้าร่วมกลุ่มก่อน , แล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ , กำหนดการ: รบกวนดำเนินการให้แล้วเสร็จทันทีหลังจากได้รับอีเมลฉบับนี้ครับ/ค่ะ , ขอบคุณครับ/ค่ะ’
ข้อความข้างต้นถูกนำมาแจ้งเตือนภัยโดย กนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อํานวยการสํานักสื่อดิจิทัล Thai PBS เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2569 เนื่องจากตรวจพบมิจฉาชีพสร้างอีเมลปลอมแอบอ้างเป็นผู้บริหาร Thai PBS 2 ท่าน คือ โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ และ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ส่งเข้ามา หรือแม้กระทั่ง สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งภาคีโคแฟค (ประเทศไทย) ก็พบว่าตนเองถูกแอบอ้างชื่อส่งอีเมลที่มีข้อความเดียวกันไปยังสภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC) เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา
เรื่องนี้สอดคล้องกับคำเตือนจาก ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2569 ระบุพบกลโกงใหม่ที่เรียกว่า ‘CEO Fraud/Business Email Compromise (BEC)’ โดยมิจฉาชีพจะปลอมอีเมลแอบอ้างเป็นผู้บริหารระดับสูงหรือบริษัทคู่ค้า แล้วส่งข้อความสั่งการให้พนักงานฝ่ายการเงินโอนเงินชำระค่าบริการ หรือเปลี่ยนบัญชีรับเงิน โดยมักใช้คำว่า “ด่วน” หรือ “CEO สั่งเอง” เพื่อสร้างความกดดัน โดยข้อมูลการแจ้งความพบว่า ในเดือน พ.ค. 2569 พบ 3 กรณี มูลค่าความเสียหายรวมกันสูงถึง 93 ล้านบาท มีทั้งการโอนไปบัญชีม้า และโอนสายตรงไปต่างประเทศ
– เมื่อคนร้ายสวมรอยเป็นเจ้านายที่เคารพ : แม้ CEO Fraud หรือ Business Email Compromise อาจเป็นคำใหม่ในสังคมไทย แต่ในต่างประเทศมีการเตือนกันมาเป็นระยะ ๆ อาทิ หน่วยบูรณาการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และการสื่อสารแห่งรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา (NJCCIC) ระบุถึงการฉ้อโกงที่มิจฉาชีพกระทำต่อองค์กรใน 2 รูปแบบ คือ 1.CEO Fraud หมายถึงมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นผู้บริหารที่น่าเชื่อถือเพื่อบงการผู้ใต้บังคับบัญชา กับ 2.Whaling เป็นการหลอกลวงที่มุ่งเป้าไปยังผู้บริหารระดับสูงโดยตรง แต่ทั้ง 2 รูปแบบ มีเป้าหมายเหมือนกันเพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินหรือให้ข้อมูลที่มีความอ่อนไหว
สำหรับการแอบอ้างเป็นผู้บริหารระดับสูง มิจฉาชีพจะเริ่มจากการรวบรวมข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหาร ทั้งจากข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหล หรือข้อมูลที่เปิดเผยเป็นสาธารณะ ตั้งแต่ข้อมูลบนเว็บไซต์ขององค์กร ข่าวประชาสัมพันธ์ ไปจนถึงความเคลื่อนไหวบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ทั้งเรื่องงานและการพักผ่อนส่วนตัว หรือแม้กระทั่งน้ำเสียงและรูปแบบการพูด เมื่อได้ข้อมูลที่มากพอ มิจฉาชีพจะสร้างอีเมลปลอมหรือโทรศัพท์พูดคุยโดยเน้นย้ำถึง ‘สถานการณ์เร่งด่วนและเป็นความลับ’ เพื่อติดต่อกับพนักงานโดยเฉพาะฝ่ายบุคคลหรือฝ่ายการเงิน
‘มิจฉาชีพจะขอให้เป้าหมายบอกข้อมูลที่มีความอ่อนไหว ชำระค่าใบแจ้งหนี้หรือโอนเงิน คนร้ายมักปลอมตัวเป็นผู้บริหารระดับสูงเพื่อแสดงถึงอำนาจและความเร่งด่วน เนื่องจากพนักงานระดับล่างมีแนวโน้มที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ตนมองว่ามีอำนาจ ข้ามขั้นตอนการตรวจสอบมาตรฐาน และดำเนินการตามคำขอหรือกำหนดเวลาเร่งด่วนอย่างรวดเร็วโดยไม่ตั้งคำถาม’บทความของ NJCCIC อธิบาย
NJCCIC ยังย้ำถึง ‘สัญญาณอันตราย (Red Flag)’ ที่ชี้ว่าอีเมลที่ส่งมาหรือเสียงสนทนาที่ได้ยินอาจเป็นฝีมือมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นผู้บริหารองค์กร ดังนี้ 1. อีเมลปลอม (Spoofed E-Mail) ที่อยู่อีเมลหรือชื่อที่แสดงของผู้ส่งอาจถูกปลอมแปลงโดยดูผิวเผินจะคล้ายกับของจริงแต่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย 2. คำขอหรือบริบทที่ผิดปกติ (Unusual Requests or Context) เช่น ดูแตกต่างจากกระบวนการปกติ เกิดขึ้นนอกเวลาปกติ หรือลักษณะทางภาษาไม่เหมือนกับที่คุ้นเคย
3. เน้นว่าเป็นเรื่องด่วน (Extreme Urgency) อ้างว่าสำคัญมากและต้องดำเนินการในทันที 4. เน้นว่าเป็นความลับ (Secrecy) โดยอ้างเหตุผลต่าง ๆนานา เช่น การประชุมลับ สถานการณ์วิกฤติ การควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการ 5. มีคำแนะนำที่ดูเข้มงวด (Strict Instructions) อาจมีข้อกำหนดหรือคำแนะนำเฉพาะเจาะจง เช่น การใช้ผู้ให้บริการรายใหม่ การปรับปรุงข้อมูลธนาคารสำหรับการโอนเงิน หรือการเร่งรัดการชำระเงิน
และ 6. กระตุ้นอารมณ์เพื่อโน้มน้าวให้ดำเนินการ (Emotional Manipulation) คนร้ายที่สวมรอยเป็นผู้บริหารอาจทำเสียงเครียดผิดปกติ รีบร้อน หรือเอาอกเอาใจ เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองได้รับเลือกให้ทำภารกิจพิเศษ พวกเขาอาจแสดงออกถึงอำนาจและการเชื่อฟัง เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานจะไม่ทำให้เจ้านายผิดหวัง และจะโน้มน้าวให้พนักงานละเว้นขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยมาตรฐานโดยการละเมิดความลับหรือนโยบายขององค์กร โดยอ้างว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน ที่น่าห่วงคือ ‘เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้มิจฉาชีพสามารถสวมรอยได้ง่ายและแนบเนียนขึ้น’ เช่น ทำคลิปวิดีโอปลอมภาพและเสียง (Deepfake) ร่างอีเมลหรือจดหมายที่คล้ายกับผู้บริหารเป็นผู้เขียนจริงๆ

ที่มา : cheapsslsecurity.com
– เล็งเป้าใหญ่ได้เหยื่อชิ้นโต : ข้อมูลจาก McAfee บริษัทผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์และระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ระบุว่า การหลอกลวงแอบอ้างเป็นผู้บริหารระดับสูงกำลังแพร่หลายมากขึ้น เนื่องจากเป็นการหลอกลวงที่ทำกำไรได้อย่างมหาศาลสำหรับอาชญากรไซเบอร์ และทำได้ง่ายในโลกดิจิทัลปัจจุบัน นอกจากนี้ การที่องค์กรพึ่งพารูปแบบการทำงานระยะไกลและแบบผสมผสาน (Remote & Hybrid Working) ได้สร้างช่องโหว่ใหม่ ๆ โดยไม่ตั้งใจให้มิจฉาชีพมีโอกาสก่อเหตุ
‘ตัวอย่างเช่น วิธีการตรวจสอบแบบรวดเร็วและไม่เป็นทางการแบบเก่า ๆ เช่น การเดินไปที่โต๊ะทำงานของเพื่อนร่วมงาน ไม่สามารถทำได้เสมอไปอีกต่อไป ทำให้การส่งอีเมลหลอกลวงแอบอ้างเป็นผู้บริหารที่ฟังดูเร่งด่วนประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้นโดยไม่ถูกตั้งคำถาม’ บทความของ McAfee ระบุ
บทความของ McAfee แนะนำคนที่ทำงานในตำแหน่งหรือฝ่ายดังต่อไปนี้ ต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ 1. ฝ่ายบัญชี – การเงิน (Account & Finance) : นี่คือเป้าหมายที่มิจฉาชีพเลือกโจมตีบ่อยที่สุด เนื่องจากสามารถเข้าถึงเงินทุนขององค์กรโดยตรงและมีอำนาจในการชำระหรือโอนเงิน โดยคนร้ายจะแอบอ้างเป็นผู้บริหารระดับสูงเพื่อใช้ประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ในการดำเนินการตามคำขอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการกล่าวอ้างว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน
2. ฝ่ายบุคคล (HR) : หากมิจฉาชีพเล็งเป้าหมายฝ่ายบัญชีเพื่อประสงค์ต่อเงินโดยตรง การเล็งฝ่ายบุคคลก็เพื่อประสงค์ต่อข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานในองค์กรซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน มิจฉาชีพมักแอบอ้างเป็นผู้บริหารเพื่อขอข้อมูลพนักงานที่สำคัญ เช่น รายชื่อการจ่ายเงินเดือน แบบฟอร์มภาษี และข้อมูลอื่นๆ ที่สามารถนำไปใช้ในการฉ้อโกงต่อไปได้
3. ผู้ช่วยของผู้บริหาร (Executive and Administrative Assistants) : บุคคลเหล่านี้ทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูง และมักได้รับมอบหมายให้จัดการเรื่องโลจิสติกส์และการเงินในนามของผู้บริหาร เช่น การจองการเดินทางหรือการจัดซื้ออุปกรณ์ มิจฉาชีพมักออกอุบายด้วยการขอให้ซื้อบัตรของขวัญ (Gift Card) หรือให้จัดการการชำระเงินจำนวนเล็กน้อยที่ดูเหมือนถูกต้องตามกฎหมาย แต่แท้จริงแล้วเป็นการฉ้อโกง
และ 4. พนักงานใหม่หรือผู้ที่เพิ่งเข้ามาทำงานไม่นาน (New or Junior Employees) : พนักงานใหม่ ๆ อาจไม่คุ้นเคยกับขั้นตอนการชำระเงินขององค์กรมากนัก และกระตือรือร้นที่จะแสดงให้เห็นว่าตนเองพร้อมปฏิบัติงานอย่างรวดเร็ว คนร้ายจึงฉวยโอกาสจากความไม่ชำนาญนี้ โดยหวังว่าพนักงานใหม่จะดำเนินการตามคำขอที่เป็นการฉ้อโกงโดยไม่ตั้งคำถามถึงความถูกต้อง
‘หนึ่งในกรณีอื้อฉาวของ CEO Fraud เกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2567 ตามการเปิดเผยของตำรวจฮ่องกง คนร้ายได้ใช้เทคนิค Deepfake ปลอมเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) เข้ามาประชุมทางออนไลน์ แล้วหลอกพนักงานฝ่ายการเงินให้โอนเงิน 25 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 900 ล้านบาท) ที่น่าตกใจคือนอกจาก CFO ปลอมแล้ว หน้าจออื่น ๆ ที่ดูเหมือนเป็นเพื่อนร่วมงานมาประชุมด้วยกันก็ล้วนเป็นของปลอมที่ถูกสร้างด้วย Deepfake ทั้งสิ้น การโจมตีที่ซับซ้อนนี้เริ่มต้นด้วยอีเมลที่น่าสงสัย แต่ได้รับความน่าเชื่อถือผ่านการประชุมทางวิดีโอที่สมจริงอย่างมาก แสดงให้เห็นถึงการยกระดับกลยุทธ์การหลอกลวงที่น่ากลัวยิ่งขึ้น’ บทความของ McAfee ยกตัวอย่างที่อ้างจากรายงานข่าวของ CNN

ที่มา : เพจเฟซบุ๊ก ‘กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ (25 พ.ค. 2569)
– จะลดความเสี่ยงตกเป็นเหยื่อกลอุบาย CEO Fraud ได้อย่างไร? : ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนะนำว่า 1. อย่ารีบโอนเพราะคำว่าด่วน 2.ตรวจสอบอีเมลทุกตัวอักษรว่าถูกต้องหรือไม่ 3.ห้ามโอนเงินจากคำสั่งในอีเมลเพียงอย่างเดียว 4.ต้องตรวจสอบบริษัทคู่ค้าผ่านโทรศัพท์เดิมที่เคยติดต่อกัน และ 5.หากจะโอนเงินต้องมีผู้ร่วมตรวจสอบ 2 คนขึ้นไป
ขณะที่คำแนะนำจาก NJCCIC มีดังนี้ 1.ฝึกอบรมพนักงานอย่างสม่ำเสมอให้รู้จักสังเกตและรายงานสัญญาณของการฉ้อโกงโดยแอบอ้างเป็นผู้บริหารโดยเน้นที่ปัจจัยกระตุ้นทางอารมณ์ คำขอที่เร่งด่วนและผิดปกติ นอกจากนี้ ควรมีการฝึกซ้อมจำลองการโจมตีผ่านหลายช่องทาง ((อีเมล SMS เสียง QRCode) ด้วย 2.ใช้เครื่องมือค้นหาต่าง ๆ เพื่อระบุว่าข้อมูลใดที่เผยแพร่สู่สาธารณะทางออนไลน์เป็นข้อมูลที่มีความเสี่ยงถูกมิจฉาชีพนำมาใช้โจมตีเพื่อลดความเสี่ยงด้วยการลดร่องรอยดิจิทัล(Digital Footprint)
3.ตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวอยู่เสมอ ทั้งที่ใช้ในบัญชีแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ตลอดจนอุปกรณ์ที่ใช้งาน 4.ใช้เครื่องมือรักษาความปลอดภัยขั้นสูงเพื่อตรวจจับความผิดปกติ เช่น เครื่องมือตรวจจับอีเมลที่สามารถตรวจจับโดเมนที่คล้ายคลึงกัน เวลาการติดต่อสื่อสารที่ผิดปกติ หรือเครื่องมือตรวจจับเสียงปลอมที่สร้างโดย Deepfake
5.บังคับใช้โปรโตคอลการตรวจสอบความถูกต้องของอีเมลที่มีประสิทธิภาพ (SPF, DMARC และ DKIM) ด้วยนโยบาย ‘ปฏิเสธ’ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงโดเมนแบบง่าย ๆ 6.กำหนดรหัสลับภายในองค์กรซึ่งมีเพียงผู้บริหารเท่านั้นที่ทราบ เพื่อให้พนักงานที่ทำงานในตำแหน่งที่มีความเสี่ยงได้ใช้ตรวจสอบคำขอที่มีความสำคัญสูง 7.บังคับใช้มาตรการตรวจสอบหลายขั้นตอน หากเป็นการขอโอนเงินจำนวนมาก ๆ หรือขอข้อมูลที่มีความอ่อนไหว
8.หากพนักงานหลงเชื่อโอนเงินไปแล้ว ให้รีบแจ้งผู้บังคับบัญชา ฝ่ายไอทีในองค์กร สถาบันการเงินและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด เพราะหากไม่สามารถสกัดกั้นธุรกรรมที่ถูกฉ้อโกงได้อย่างรวดเร็ว (ข้อมูลของสหรัฐฯ หรือภายใน 48 ชั่วโมงนับจากการโอนเงิน) การติดตามเงินคืนก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย และ 9.หากเป็นการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล ให้ระงับการใช้เครดิต เปลี่ยนรหัสผ่าน เปิดใช้งานการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย (MFA) หรือการยืนยัน 2 ชั้น
ด้าน McAfee ให้ข้อคิดที่สำคัญ ‘แม้มิจฉาชีพจะพัฒนากลอุบายอย่างต่อเนื่อง แต่การป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดขององค์กรคือการรักษาความปลอดภัยเชิงรุกและเป็นหนึ่งเดียว ด้วยการส่งเสริมวัฒนธรรมที่พนักงานทุกคนรู้สึกมีอำนาจในการตั้งคำถามและตรวจสอบคำขอ’ โดยเน้นย้ำถึงการ ‘สร้างมนุษย์ให้เป็นกำแพงป้องกันที่ทรงพลัง’ เพราะกระบวนการที่แข็งแกร่ง การตระหนักรู้อย่างต่อเนื่อง และมีความมุ่งมั่นในการตรวจสอบ คือกุญแจสำคัญในการปกป้ององค์กรจากภัยคุกคาม!!!
-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-
อ้างอิง
https://web.facebook.com/share/p/14gNM15hrpx
https://web.facebook.com/share/p/1En8mZBDAP/(ACSC เตือนภัยไซเบอร์! สัปดาห์เดียวแฮกเกอร์โจมตีพุ่ง 4 เท่า พร้อมเปิดโปงมุกใหม่ “อีเมลปลอม CEO-คู่ค้า สั่งโอนเงิน” เสียหายรวมเกือบ 100 ล้านบาท : ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ , 25 พ.ค. 2569)
https://web.facebook.com/share/r/1JDtjGPGEi/ (แค่อีเมลปลอมฉบับเดียว บริษัทสูญเงินกว่า 100 ล้านบาท : ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ , 25 พ.ค. 2569)
https://www.cyber.nj.gov/threat-landscape/phishing-online-scams/ceo-fraud (CEO Fraud , NJCCIC)
https://www.cyber.nj.gov/guidance-and-best-practices/identity-theft-privacy/identity-theft-and-compromised-pii (Compromised PII and Identity Theft Resources and Recommendations : NJCCIC, 1 ต.ค. 2568)
https://www.mcafee.com/learn/is-that-really-your-boss/ (Is That Really Your Boss? CEO Fraud Explained , McAfee)
https://web.facebook.com/share/p/1RzL1QENTW/ (มิจฉาชีพใช้ Deepfake ปลอมตัวเป็น “ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน” ประชุมวิดีโอคอลหลอกพนักงานให้โอนเงินกว่า 900 ล้านบาท : Thai PBS Sci & Tech 6 ก.พ. 2567)
https://edition.cnn.com/2024/02/04/asia/deepfake-cfo-scam-hong-kong-intl-hnk (Finance worker pays out $25 million after video call with deepfake ‘chief financial officer’ : CNN 4 ก.พ. 2567)
