มองอเมริกาแล้วย้อนดูไทย : ‘พอดดิจิทัล-Smart Vape’ บุหรี่ไฟฟ้าใส่เทคโนโลยีล้ำ ภัยคุกคามสุขภาพเยาวชน

บัญชา จันทร์สมบูรณ์

“การทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายเพื่อจัดเก็บภาษี จะทำให้ผลิตภัณฑ์นี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่เด็กและเยาวชนจะเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับกลยุทธ์การตลาด รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ดึงดูดใจ และความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าบุหรี่ไฟฟ้าที่รัฐเก็บภาษีคือของที่ปลอดภัย การแก้ปัญหาที่ถูกต้องจึงไม่ใช่การยอมรับให้เป็นของถูกกฎหมายเพื่อเก็บรายได้ แต่ต้องให้น้ำหนักกับการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ ควบคู่กับการเฝ้าระวังและปราบปรามการจำหน่ายอย่างจริงจัง“

ถ้อยแถลงจากกรมควบคุมโรคเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2569 ประกาศจุดยืนชัดเจน ‘ไม่สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย’ หลังมีกระแสข่าวกรรมาธิการการสาธารณสุขเตรียมเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาแนวทางการจัดเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่ง ณ ปัจจุบันยังคงเป็นสินค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยย้ำว่าเป็นความคิดที่ ‘ได้ไม่คุ้มเสีย’ เพราะรายได้ที่รัฐได้รับจากภาษีสินค้าชนิดนี้ไม่อาจเทียบได้กับรายจ่ายที่สูญเสียไปกับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยจากโรคที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า

ท่าทีของกรมควบคุมโรคยังสอดคล้องกับข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2569 ได้เผยแพร่เอกสารที่เป็นการย้ำว่า

  1. บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายทั้งต่อผู้สูบและคนรอบข้าง บุหรี่ไฟฟ้าปล่อยสารพิษต่าง ๆ รวมถึงสารก่อมะเร็ง และมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางสุขภาพหลายประการ เช่น โรคปอด ภาวะเป็นพิษ การบาดเจ็บ แผลไหม้ และผลกระทบเชิงลบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ การได้รับละอองจากบุหรี่ไฟฟ้ายังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ที่อยู่ใกล้เคียงอีกด้วย
  2. ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้ามีส่วนประกอบของนิโคติน (และบางครั้งอยู่ในระดับที่สูงมาก) ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดการเสพติดได้ง่าย ทั้งยังส่งผลเสียต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์สำหรับหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงส่งผลกระทบเชิงลบต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กและวัยรุ่น นอกจากนั้น บุหรี่ไฟฟ้ายังมีหลากหลายรูปแบบ โดยหลายชนิดเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งผลิตภัณฑ์ได้ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มปริมาณการได้รับนิโคตินและ/หรือระดับของสารพิษ โดยบางครั้งระดับของสารพิษอาจสูงกว่าที่มีอยู่ในควันบุหรี่ทั่วไป (บุหรี่มวน)
  3. ยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าที่ใช้ในฐานะผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค (มิใช่เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์) ในสถานการณ์จริงนั้น มีประสิทธิภาพในการช่วยเลิกบุหรี่ในระดับประชากร ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้รัฐบาลอนุญาตให้มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในฐานะผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคโดยมุ่งหวังผลในการช่วยเลิกบุหรี่

“บุหรี่ไฟฟ้ามีตัวเลือกกลิ่นและรสชาติที่หลากหลายที่สุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์นิโคตินและยาสูบประเภทอื่น ๆ กลิ่นและรสชาติเหล่านี้จำนวนมากมีความดึงดูดใจเด็กและเยาวชน นอกจากนี้ กลิ่นและรสชาติยังสามารถเพิ่มความเป็นพิษโดยรวมของละอองไอที่สูดเข้าไป ช่วยกลบความรู้สึกระคายคอจากนิโคติน อีกทั้งยังมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการเริ่มต้นทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ และเป็นจุดเชื่อมโยงจากการทดลองใช้ไปสู่การใช้เป็นประจำได้อีกด้วย” เอกสารประชาสัมพันธ์ขององค์การอนามัยโลกระบุ

(ซ้าย) กรมควบคุมโรคประกาศจุดยืนไม่สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย (ที่มา: กรมควบคุมโรค)
(ขวา) บุหรี่ไฟฟ้ากับการแต่งกลิ่นและรสชาติ การออกแบบผลิตภัณฑ์ และทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์
ดึงดูดให้เด็กและเยาวชนริลองใช้งาน (ที่มา: องค์การอนามัยโลก)

‘พอดดิจิทัล’ บุหรี่ไฟฟ้าทรงล้ำ ๆ ดึงดูดวัยรุ่นให้อยากริลอง

เอกสารเผยแพร่ขององค์การอนามัยโลก ‘Electronic cigarettes (E-cigarettes): advocacy brief’ เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2569 ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า บุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างแนบเนียน โดยรูปร่างอาจดูคล้ายกับลิปสติกหรือนาฬิกา ทำให้ง่ายต่อการซุกซ่อนไม่ให้สังเกตเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับครูและพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องเฝ้าระวัง

เช่นเดียวกับเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ที่ประเทศไทย ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ตั้งข้อสังเกตถึงการแพร่หลายของ ‘พอดดิจิทัล’ หรือบุหรี่ไฟฟ้าที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายอุปกรณ์ไอที หรือ บุหรี่ไฟฟ้าอัจฉริยะ(Digital Vape หรือ Smart Vape) เช่น ใช้เทคโนโลยีชิป หน้าจอ Smart Screen และสามารถปรับตั้งค่าได้ตามความประสงค์ของผู้ใช้งาน เช่น ความร้อน น้ำยา ซึ่งการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าดูเป็นสินค้าล้ำสมัยอาจทำให้ลดทอนความเป็นอันตราย อีกทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองอาจดูไม่ออกว่าสิ่งที่บุตรหลานมีไว้ในครอบครองคือบุหรี่ไฟฟ้าหรือไม่

ในเดือนกรกฎาคม 2568 สำนักงานสุขภาพและบริการมนุษย์แห่งมลรัฐไอโอวา  เผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ความเสี่ยงของพอดดิจิทัล (Smart Vapes: A Growing Threat to Iowa Youth) ระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี เช่น เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ เป็นวิวัฒนาการที่อันตรายโดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน จึงเรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนทั้งจากครู พ่อแม่ผู้ปกครองและบุคลากรทางการแพทย์ โดยชี้ความเสี่ยงหลายประการ

  1. การส่งผ่านนิโคตินในปริมาณสูงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสพติด ระดับนิโคตินที่ควบคุมผ่านแอปพลิเคชันทำให้เกิดการเสพติดที่รุนแรงและรวดเร็วยิ่งขึ้น หลายผลิตภัณฑ์ใช้เกลือนิโคติน (Nicotine Salts – น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่สกัดจากใบยาสูบแล้วเติมกรดอ่อนๆ ลงไป เพื่อให้รสชาติกระด้างน้อยลง นุ่มคอขึ้น) ซึ่งดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและทำให้ความอยากนิโคตินรุนแรงขึ้น ผู้สูบสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตไอน้ำ ซึ่งนำไปสู่การได้รับนิโคตินมากเกินไป
  2. ออกแบบให้ซุกซ่อนอำพรางได้ง่าย บุหรี่ไฟฟ้าบางรุ่นมีเทคโนโลยีที่ลดไอระเหยให้ปรากฏเพียงเล็กน้อย หรือมีฟังก์ชั่นสั่งควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชั่นเพื่อป้องกันการตรวจสอบเมื่ออุปกรณ์นั้นถูกยึด นอกเหนือจากรูปร่างหน้าตาภายนอกที่ดูผิวเผินจะคล้ายกับสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น แฟลชไดรฟ์ นาฬิกา ปากกา ซึ่งสามารถวางปะปนไปกับอุปกรณ์การเรียนได้อย่างแนบเนียน
  3. มีระบบติดตามข้อมูลและเสริมสร้างพฤติกรรม พอดดิจิทัลบางรุ่นมีฟังก์ชั่นแจ้งเตือนการใช้งานเพื่อกระตุ้นให้สูบบุหรี่ไฟฟ้าบ่อยขึ้น มีระบบวิเคราะห์ข้อมูลในตัวช่วยให้ผู้ใช้ติดตามและปรับปริมาณนิโคตินที่ได้รับ รวมถึงสามารถแชร์ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ส่งผลให้การสูบบุหรี่ไฟฟ้าถูกมองเป็นเรื่องปกติและแพร่หลายมากขึ้น
  4. การได้รับสารเคมีที่เป็นอันตรายและไม่ทราบชนิด น้ำยาสำหรับใช้กับบุหรี่ไฟฟ้าอาจมีส่วนประกอบของสาร THC (Tetrahydrocannabinol – สารที่พบในกัญชา) นิโคตินสังเคราะห์ หรือสารเคมีที่เป็นพิษ อุปกรณ์ที่ให้ความร้อนสูงจะก่อให้เกิดผลพลอยได้ที่เป็นอันตรายมากขึ้น นอกจากนั้น น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่มีการควบคุมมาตรฐานอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาวโดยที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคืออะไรบ้าง
  5. กำกับดูแลได้ยาก เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้ารูปแบบใหม่อย่างพอดดิจิทัลถูกพัฒนาให้ไอระเหยมีกลิ่นฉุนน้อยลงเมื่อเทียบกับบุหรี่ไฟฟ้าแบบเดิม นอกจากนั้นการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ทำให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งโรงเรียนต่าง ๆ ในรัฐไอโอวากำลังประสบปัญหาในการรับมือกับเทคโนโลยีบุหรี่ไฟฟ้าที่พัฒนาอยู่ตลอดเวลา
‘พอดดิจิทัล’ หรือ Smart Vape บุหรี่ไฟฟ้าที่มีหน้าตาและเทคโนโลยีคล้ายอุปกรณ์ไอทีล้ำยุค ดึงดูดเด็กและเยาวชนให้อยากริลอง
(ที่มา: ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ ประเทศไทย และองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา)

สำนักงานบริการด้านสุขภาพแห่งมลรัฐวิสคอนซินเผยแพร่รายงานหัวข้อ Tobacco is Changing: Tech and Toys เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 ระบุธุรกิจยาสูบมองเห็นโอกาสในการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เด็กและเยาวชนชื่นชอบ เช่น หน้าจอ วิดีโอเกม และการเชื่อมต่อออนไลน์ ด้วยการนำสิ่งเหล่านี้มาใช้กับผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าที่รูปลักษณ์ดึงดูดใจ ทั้งหน้าจอสัมผัส การปรับแต่งหน้าจอแสดงผล การเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ การตั้งค่าภาพพื้นหลัง และอื่น ๆ อีกมากมาย

“หนึ่งในกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพคือการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์เข้ากับความชื่นชอบในการเล่นเกมของเยาวชน ซึ่งเป็นการตอกย้ำพฤติกรรมการเสพนิโคตินในกลุ่มผู้ใช้อยู่เดิม และอาจดึงดูดกลุ่มใหม่ที่ไม่เคยสนใจนิโคตินมาก่อนให้เข้ามาลองใช้ได้ รางวัลที่ได้รับภายในเกมหรือรางวัลเชิงภาพลักษณ์ต่าง ๆ เปลี่ยนการสูบแต่ละครั้งให้กลายเป็นหนทางในการก้าวหน้าภายในเกม ตัวอย่างเช่น ในบางเกม ผู้ใช้ต้องสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อให้อาหารสัตว์เลี้ยงเสมือนจริง หรือในบางเกม จำนวนครั้งที่สูบสามารถนำไปวัดผลหรือแชร์บนโซเชียลมีเดียเพื่อแลกรับรางวัลต่าง ๆ ได้” รายงานของสำนักงานบริการด้านสุขภาพแห่งมลรัฐวิสคอนซิน ระบุ

งานวิจัย ‘E-Cigarette Brand Trends: A Comparison Across Texas College Students, a United States Online Sample, and the E-cigarette Retail Market (2023-2025)’ เผยแพร่ในวารสารวิชาการ Sage Jpurnals วันที่ 16 ต.ค. 2569 สำรวจสถานการณ์ว่าด้วยการขายและใช้บุหรี่ไฟฟ้าในมลรัฐเท็กซัส และชี้ว่าการมาของ ‘บุหรี่ไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Vape)’ ยิ่งเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ของตลาดในสหรัฐฯ กล่าวคือ ฟังก์ชั่นล้ำๆ อย่างหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัล ระบบสลับการใช้พลังงาน 2 รูปแบบ (Dual Power Modes) ระบบปรับการไหลของอากาศที่ผสมกับละอองไอ (Adjustable Airflow) อาจช่วยเพิ่มความน่าสนใจเมื่อเทียบกับบุหรี่ไฟฟ้ารุ่นก่อนหน้า

ตัวอย่างของ ‘พอดดิจิทัล’ หรือ Smart Vape
(ที่มา: Wisconsin Department of Health Services)

รัฐตามไม่ทันธุรกิจและเทคโนโลยี

ในสหรัฐอเมริกา แม้บุหรี่ไฟฟ้าได้รับอนุญาตให้จำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ไม่ใช่จำหน่ายได้อย่างเสรี โดยในวันที่ 30 ต.ค. 2567 องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) เปิดเผยว่าได้ส่งเอกสารแจ้งเตือนไปยังผู้ค้า 9 ราย และผู้ผลิต 1 ราย หลังพบมีการโฆษณาผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าที่มีหน้าตาและฟังก์ชั่นการทำงานเหมือนเครื่องเล่นเกมหรือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งส่อเจตนาล่อตาล่อใจเด็กและเยาวชนอย่างโจ่งแจ้ง

ข้อมูลล่าสุดที่ FDA เปิดเผยเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2569 มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า 48 รายการ จากผู้ผลิต 5 ราย ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเพื่อการจำหน่าย ซึ่งเมื่อนำชื่อผลิตภัณฑ์ทั้งหมดไปค้นหา พบว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่มีหน้าตาแบบพอดดิจิทัลหรือ Smart Vape แต่ถึงกระนั้น FDA ก็ย้ำด้วยว่า “แม้อนุญาตให้จำหน่าย..แต่ไม่ได้รับรองว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัย เพราะผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิดอาจก่อให้เกิดการเสพติดได้” ดังนั้นคนที่ไม่เคยสูบไม่ว่าบุหรี่มวนหรือบุหรี่ไฟฟ้าก็ไม่ควรไปหาผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาใช้

รายงาน ‘Getting paid to vape? Researchers say that’s a dangerous combination’ โดยศูนย์มะเร็งฮอลลิงส์ แห่งมหาวิทยาลัยการแพทย์เซาท์แคโรไลนา (MUSC Hollings Cancer Center) เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2569 แสดงความกังวลเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้ารูปแบบใหม่มีการให้รางวัลกับผู้ใช้ตั้งแต่น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าไปจนถึงสกุลเงินดิจิทัล ว่าเป็นการกระตุ้นให้มีการใช้มากขึ้นจนเสพติดและบั่นทอนความพยายามในการเลิกสูบบุหรี่

อแมนดา พาล์มเมอร์ (Amanda Palmer) นักวิจัยของศูนย์ควบคุมมะเร็งฮอลลิงส์ กล่าวว่า หากรางวัลที่ได้รับสามารถนำไปแลกเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเติมเพิ่มได้ ก็จะเกิดเป็นระบบที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง ซึ่งช่วยให้ผู้คนยังคงสนใจและใช้งานผลิตภัณฑ์นั้นต่อไป เช่นเดียวกับ เทซี สมิธ (Tracy Smith) นักวิทยาศาสตร์ด้านการเสพติดและผู้นำร่วมของโครงการวิจัยการป้องกันและควบคุมมะเร็งของศูนย์มะเร็งฮอลลิงส์ กล่าวว่า นิโคตินเป็นสารเสพติด และแนวคิดเรื่องการให้แรงจูงใจทางการเงินแก่การใช้นิโคตินนั้นน่ากลัวมาก

“FDA กำลังประสบปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่ได้รับอนุญาตจำนวนหลายพันรายการทะลักเข้าสู่ตลาด แม้ว่าหน่วยงานจะมีอำนาจดำเนินการกับบริษัทบางแห่งได้ แต่ก็ไม่สามารถครอบคลุมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในวงกว้างเช่นในปัจจุบัน” สมิธกล่าว

รายงานของศูนย์มะเร็งฮอลลิงส์ ตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนที่ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคตินจะสามารถวางจำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมายในสหรัฐฯ ผู้ผลิตจะต้องยื่นหลักฐานต่อ FDA เพื่อแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีความเหมาะสมในการปกป้องสุขภาพของสาธารณชน และอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นใหม่เหล่านี้ก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติจาก FDA ซึ่งหมายความว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้วางจำหน่ายอย่างถูกกฎหมาย แต่ในความเป็นจริงกลับพบการจำหน่ายอย่างแพร่หลาย โดยสรุปแล้ว อย่างน้อยที่สุด “บุหรี่ไฟฟ้าประเภทที่สูบแล้วได้รับผลตอบแทน (vape-to-earn) ควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากหน่วยงานกำกับดูแลทั้งในระดับรัฐบาลกลางและระดับมลรัฐ” รวมถึงหวังว่ารายงานฉบับนี้จะนำไปสู่การอภิปรายในวงกว้างขึ้นเกี่ยวกับจุดตัดระหว่างเทคโนโลยีอุบัติใหม่ แรงจูงใจทางการเงิน และสารเสพติด รวมถึงความจำเป็นในการปรับปรุงนโยบายให้เท่าทันสถานการณ์ เพื่อปกป้องสุขภาพของสาธารณชน

คำแนะนำถึงประเทศที่แบนบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด และประเทศที่อนุญาตให้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าได้ภายใต้มาตรการควบคุม
(ที่มา: องค์การอนามัยโลก)

ไม่ว่าจะห้ามหรืออนุญาต..มาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าต้องเข้มงวดเพื่อปกป้องสุขภาพประชาชน

แม้องค์การอนามัยโลกจะไม่ได้ฟันธงอย่างชัดเจนว่าควรห้ามผลิตและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด หรืออนุญาตให้ผลิตและจำหน่ายได้ภายใต้มาตรการควบคุม ทำให้ปัจจุบันแต่ละประเทศมีนโยบายแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกได้ให้คำแนะนำต่อนโยบายทั้ง 2 กลุ่มไว้ดังนี้

  • สำหรับประเทศที่อนุญาตให้ผลิตและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า มีคำแนะนำ เช่น มีมาตรการควบคุมเพื่อลดความน่าดึงดูดใจและผลกระทบที่เป็นอันตราย (อาทิ สารปรุงแต่งกลิ่น – รส หรือรูปลักษณ์ภายนอก) , ปกป้องประชาชนจากข้อมูลที่สร้างความเข้าใจผิด (อาทิ ความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพในการใช้เพื่อเลิกบุหรี่มวน) , ห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้เด็ก , ประยุกต์มาตรการควบคุมบุหรี่มวนมาใช้กับบุหรี่ไฟฟ้า , เสริมสร้างการติดตามและเฝ้าระวังเพื่อให้เห็นภาพระหว่างความเข้าใจและการใช้งานจริงได้แบบ Real – Time , เสริมสร้างการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการที่นำมาปฏิบัติมีประสิทธิผล และเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนทราบถึงผลเสียของการใช้บุหรี่ไฟฟ้า
  • สำหรับประเทศที่ห้ามผลิตและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า มีคำแนะนำ เช่น ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการบังคับใช้ข้อห้ามอย่างเข้มงวด, ติดตามและเฝ้าระวัง เพื่อสนับสนุนให้เห็นภาพระหว่างความเข้าใจและการใช้งานจริง และดำเนินมาตรการเสริมต่าง ๆ (อาทิ การห้ามโฆษณา การส่งเสริมการขาย และการสนับสนุนทางการเงิน รวมถึงการตลาดดิจิทัล) ตลอดจนมาตรการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ

อ้างอิง