‘พิษสุนัขบ้า’ โรคที่ไม่ได้มีแต่ในสุนัข และไม่ได้มาแค่เฉพาะหน้าร้อน
บัญชา จันทร์สมบูรณ์
วันที่ 28 กันยายนของทุกปี เป็นวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก (World Rabies Day) องค์การอนามัยโลกระบุว่าเหตุที่เลือกวันนี้เพราะเป็นวันคล้ายวันเสียชีวิตของ หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) นักเคมีและนักจุลชีววิทยาชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้เป็นครั้งแรกในโลก
สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย ยังคงพบผู้ติดเชื้อจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี หน่วยงานด้านสาธารณสุขต้องประกาศเตือนและสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้างอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ยังมีความไม่รู้และความเข้าใจผิดหลายประการเกี่ยวกับโรคนี้ เช่น โรคพิษสุนัขบ้าพบได้เฉพาะในฤดูร้อนเท่านั้น โรคพิษสุนัขบ้าแพร่เชื้อโดยสุนัขเท่านั้น ลูกสัตว์ตัวเล็ก ๆ ไม่มีเชื้อ หรือเมื่อติดเชื้อแล้วต้องแสดงอาการป่วยทันที เป็นต้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2569 สื่อมวลชนหลายสำนักเสนอข่าวหญิงวัยสี่สิบเศษรายหนึ่ง เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า ในพื้นที่ อ.ปลาปาก จ.นครพนม โดยอ้างรายงานจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครพนม และ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอปลาปากที่ระบุว่า หญิงรายนี้ถูกลูกสุนัขวัย 1 เดือนกัดเมื่อราวสามเดือนก่อนแต่ไม่ได้ไปพบแพทย์ ต่อมาลูกสุนัขตายไป และหญิงรายนี้มีอาการป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตในวันที่ 9 ก.ย. 2569 ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอปลาปากยืนยันว่าเธอติดเชื้อพิษสุนัขบ้า ผลตรวจเชื้อพิษสุนัขบ้าในร่างกายของผู้ตายเป็นบวก ขณะที่ลูกสุนัขดังกล่าวป่วยตายไปก่อนแล้ว
ในวันเดียวกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนมรายงานว่าทีมสอบสวนโรคได้เร่งค้นหาผู้สัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า (มีประวัติถูกกัด ข่วน หรือเลีย) พบว่ามีทั้งหมด 37 ราย ในพื้นที่ 3 อำเภอของ จ.นครพนม คือ อ.เรณูนคร อ.ปลาปาก และ อ.เมือง ซึ่งได้รับการดูแลฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และอยู่ระหว่างการติดตามให้ได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วนตามเกณฑ์ ส่วนสถานการณ์ในสัตว์ พบสัตว์ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าสะสม 8 ตัว ในพื้นที่ 3 อำเภอ แบ่งเป็นสุนัข 7 ตัว และโค 1 ตัว

พิษสุนัขบ้า โรคนี้ไม่ได้มีแต่ในสุนัข
แม้จะเรียกกันติดปากว่าโรคพิษสุนัขบ้า แต่เชื้อ Rabies Virus ที่ก่อโรคนี้มิได้มีแต่เฉพาะในสุนัขเท่านั้น ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุว่านอกจากสุนัขที่เป็นพาหะนำโรคที่พบได้บ่อยที่สุดแล้ว ยังพบเชื้อได้ในแมว โค กระบือ สุกร ม้า รวมถึงสัตว์ป่าที่เลี้ยงลูกด้วยนม และบางพื้นที่ยังพบค้างคาวเป็นพาหะด้วย เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้จากการถูกสัตว์ที่ติดเชื้อกัด ข่วน เลีย หรือน้ำลายสัตว์กระเด็นเข้าแผลรอยขีดข่วน เยื่อบุตา จมูก ปาก
อาการของโรคในคน ในระยะแรกอาจมีอาการไม่จำเพาะ เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือมีอาการปวด แสบ ชา หรือคันผิดปกติบริเวณบาดแผล เมื่อเชื้อเข้าสู่ระบบประสาท อาจเกิดอาการ เช่น กระสับกระส่าย กลัวน้ำ (ทำให้โรคนี้ถูกเรียกว่า “โรคกลัวน้ำ (Hydrophobia)” อีกชื่อหนึ่งด้วย) กลัวลม กลืนลำบาก น้ำลายไหลมากหรือบางรายอาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและเป็นอัมพาต โดยข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังเหตุการณ์โรคและภัยสุขภาพ (M-EBS) ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 9 ส.ค. 2569 ประเทศไทยพบรายงานผู้เสียชีวิต 9 ราย ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณการว่าโรคพิษสุนัขบ้าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของมนุษย์ถึง 59,000 รายต่อปีในกว่า 150 ประเทศ โดยร้อยละ 95 ของผู้เสียชีวิตอยู่ในทวีปแอฟริกาและเอเชีย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมากเนื่องจากปัญหาการรายงานข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและการคาดการณ์ที่มีความไม่แน่นอน โดยกลุ่มประชากรผู้ยากไร้ในชนบทเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโรคนี้มากที่สุด และประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยเป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งเด็กนั้นถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญเพราะมักชอบเล่นกับสัตว์ และเมื่อถูกกัดอาจไม่ได้แจ้งให้ผู้ใหญ่ทราบ

ติดเชื้อแล้วกี่วันถึงแสดงอาการ
ในเหตุการณ์ที่ จ.นครพนม รายงานข่าวได้กล่าวถึงความเห็นของสามีผู้ตาย ที่ไม่เชื่อว่าภรรยาจะเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าแม้จะได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากไม่พบอาการผิดปกติที่ชัดเจนหลังถูกสุนัขกัด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุว่า ผู้ติดเชื้ออาจแสดงอาการอย่างรวดเร็วคือผ่านไป 4 วัน แต่อย่างช้าอาจทิ้งระยะเวลานานถึง 1 ปี แต่โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ช่วง 3 สัปดาห์ – 4 เดือน โดยการที่ผู้ติดเชื้อแต่ละรายมีระยะเวลาทิ้งช่วงก่อนแสดงอาการไม่เท่ากัน มาจากหลายเหตุปัจจัย ดังนี้
- จำนวนเชื้อที่เข้าไป หากบาดแผลใหญ่ ลึก หรือมีหลายแผล ย่อมมีโอกาสที่เชื้อจะเข้าไปได้มาก
- ตำแหน่งที่เชื้อเข้าไป หากอยู่ใกล้สมองมาก เชื้อก็จะเดินทางไปถึงสมองได้เร็ว แต่หากน้ำลายถูกผิวหนังปกติโดยไม่มีรอยข่วนหรือบาดแผลจะไม่มีโอกาสติดโรค ส่วนการติดต่อโดยการหายใจมีโอกาสน้อยมาก ยกเว้นมีจำนวนไวรัสในอากาศเป็นจำนวนมาก เช่น ในถ้ำค้างคาว นอกจากนั้นอาจติดต่อผ่านการกินได้หากมีบาดแผลภายในช่องปากและหลอดอาหาร ซึ่งจะพบในกรณีสัตว์ที่กินเนื้อสัตว์ที่ป่วยตายใหม่ ๆ
- อายุของผู้ติดเชื้อ เด็กและคนชราจะมีความต้านทานของโรคต่ำกว่าคนหนุ่มสาว
- ความรุนแรงของเชื้อ เชื้อจากสัตว์ป่าอันตรายกว่าสัตว์เลี้ยง ขณะที่สุนัขและแมวที่ป่วยด้วยโรคพิษสุนัขบ้าสามารถแพร่เชื้อได้ก่อนแสดงอาการ เพราะเชื้อจะออกมาในน้ำลายเป็นระยะ ๆ ประมาณ 1-7 วัน ก่อนแสดงอาการ

พิษสุนัขบ้ากับหน้าร้อน
ความเชื่อหนึ่งที่ส่งต่อกันมาปากต่อปากคือ พิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่พบได้เฉพาะในฤดูร้อน ซึ่งไม่เป็นความจริง และมีความพยายามจากผู้เกี่ยวข้องในการหักล้างความเชื่อนี้มาหลายครั้ง เช่น น.สพ.นนทษิต ชุติญาณวัฒน์ โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กล่าวในบทความ ‘โรคพิษสุนัขบ้า ไม่ได้จำกัดเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น’ เมื่อเดือน เม.ย. 2568 ว่า หลายคนเข้าใจว่าโรคพิษสุนัขบ้า เกิดเฉพาะฤดูร้อนหรือหน้าร้อนเท่านั้น ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง
“จริง ๆ แล้วโรคนี้พบได้ในทุกฤดู เพียงแต่ในช่วงหน้าร้อนมีปัจจัยของอากาศที่ทำให้เห็นได้ค่อนข้างชัดว่าสุนัขมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป คนจำนวนไม่น้อยจึงเข้าใจว่าโรคพิษสุนัขบ้าเกิดเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น คนที่เลี้ยงสุนัขจึงนำสุนัขไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำในช่วงหน้าร้อน ทั้ง ๆ ที่สามารถนำสุนัขไปฉีดวัคซีนได้ทุกฤดูตามที่ครบวงรอบการฉีดวัคซีน” น.สพ.นนทษิตกล่าว
เดือน มี.ค. 2568 นพ.ทวีชัย วิษณุโยธิน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา ได้ออกมาเตือนว่าโรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่สามารถพบได้ตลอดทั้งปี ไม่ได้เกิดเฉพาะช่วงหน้าร้อนอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพียงแต่อากาศร้อนทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดอาการหงุดหงิดได้ง่าย ผู้ที่ใกล้ชิดสัตว์จึงมีโอกาสเสี่ยงถูกกัดได้บ่อย นอกจากนี้ เมื่อสัตว์หงุดหงิดก็อาจทำให้สัตว์กัดกันเอง จนทำให้สัตว์ตัวอื่นติดเชื้อไปด้วย
รวมถึงข้อมูลจาก คลินิกภูมิคุ้มกันในสัตว์เลี้ยง สถานเสาวภา เมื่อวันที่ 5 มั.ค. 2569 อธิบายว่า โรคพิษสุนัขบ้าสามารถระบาดได้ทุกฤดูกาล ทั้งหน้าร้อน หน้าฝน หน้าหนาว แต่ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าโรคพิษสุนัขบ้าจะมาช่วงหน้าร้อน เพราะเวลาอากาศร้อน สัตว์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสุนัขหรือแมวจะมีความหงุดหงิดมากกว่าปกติ ทำให้มีโอกาสกัดกันเอง แพร่โรคได้ หรือมีโอกาสมากัดคนได้เยอะขึ้น

เลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบ โดนกัดอย่าชะล่าใจ
ที่ผ่านมาทางกรมควบคุมโรคได้รณรงค์อย่างต่อเนื่องว่า ผู้ที่เลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะสุนัขและแมว ควรนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุ 2-4 เดือนขึ้นไป และฉีดซ้ำทุกปี ส่วนผู้ที่ถูกสัตว์กัด ข่วนหรือเลีย แม้มีบาดแผลเพียงเล็กน้อยก็ห้ามชะล่าใจ ต้องรีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที จากนั้นใส่ยาฆ่าเชื้อแล้วรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และต้องฉีดให้ครบชุดอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้จนเริ่มแสดงอาการจะไม่สามารถรักษาได้และเสียชีวิตในที่สุด อีกทั้งย้ำว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกวัยสามารถติดเชื้อได้ ดังนั้นแม้จะเป็นลูกสัตว์เลี้ยงขนาดตัวยังเล็ก ๆ หากถูกกัดก็ต้องดำเนินการแบบเดียวกัน และหากทำได้ ควรกักสัตว์ที่กัดไว้เป็นเวลาประมาณ 10 วัน เพื่อสังเกตอาการ ซึ่งหากสัตว์ตายในระหว่างถูกกักให้รีบแจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่ เพื่อส่งตรวจหาโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ด้วย
กรมควบคุมโรคยังให้คำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกสัตว์กัด เรียกว่า ‘คาถา 5 ย.’ ประกอบด้วย
- อย่าแหย่ ไม่แหย่หรือทำให้สัตว์โกรธและตกใจ
- อย่าเหยียบ ไม่เหยียบหาง ตัว หรือส่วนต่าง ๆ ของสัตว์
- อย่าแยก ไม่ใช้มือเปล่าแยกสัตว์ที่กำลังกัดกัน
- อย่าหยิบ ไม่หยิบชามอาหารหรือรบกวนสัตว์ขณะกำลังกิน
- อย่ายุ่ง หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สัตว์ที่ไม่รู้จักหรือไม่ทราบประวัติ
