กฎหมาย-ระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ไม่ได้ระบุว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งต้อง “เป็นกลางทางการเมือง”

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓เนื้อหาที่ตรวจสอบ: กฎหมายกำหนดว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นบอร์ดประกันสังคมต้องเป็นกลางทางการเมืองและห้ามพรรคการเมืองแทรกแซง 

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **ข้อมูลไม่ถูกต้องและสร้างความเข้าใจผิด** ระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ไม่มีข้อกำหนดเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองและการแทรกแซงของพรรคการเมือง  

📝 เนื้อหาโดยสรุป: หลังการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเสร็จสิ้นลงเมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2569 มีการเผยแพร่ข้อความทางเฟซบุ๊กว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นโมฆะเพราะพรรคประชาชนเข้าไปสนับสนุนการหาเสียงของผู้สมัครจากทีมประกันสังคมก้าวหน้าซึ่งขัดกับระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งและกระบวนการต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง เช่น แอดมินเพจเฟซบุ๊ก ‘ขุดมันขึ้นมาแฉ..!’ โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 12 ต.ค. ว่า “ในระเบียบและแนวทางปฏิบัติของสำนักงานประกันสังคมล่าสุดมีการกำหนดเกณฑ์และคุณสมบัติเพิ่มเติมเพื่อคัดกรองบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นบอร์ดประกันสังคม โดยย้ำความเป็นกลางและปลอดจากการเมืองอย่างเข้มงวด” และสมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊ก ‘นิคมอุตสาหกรรม 304 ปราจีนบุรี’ โพสต์เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ว่า “ระเบียบการเลือกตั้งบอร์ด สปส. ฉบับใหม่กำหนดให้ผู้สมัครและกระบวนการต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง” (ลิงก์บันทึก 1, 2, 3)

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: ระเบียบและกฎหมายที่กำกับการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมฉบับปัจจุบันคือ

▪️ระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. 2564  

▪️ระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2569

▪️พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2558 

จากการตรวจสอบระเบียบกระทรวงแรงงานฯ ว่าด้วยการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั้งสองฉบับและ พ.ร.บ. ประกันสังคม ไม่พบข้อความใดที่ระบุว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องเป็นกลางทางการเมืองหรือห้ามไม่ให้นักการเมืองเข้ามาแทรกแซง 

สำหรับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนนั้นปรากฏอยู่ในข้อ 23 ของระเบียบกระทรวงแรงงานฯ พ.ศ. 2564 ที่กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครไว้ทั้งหมด 10 ข้อ โดยข้อ 10 ระบุว่าผู้สมัครต้อง “ไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือกรรมการหรือที่ปรึกษาของพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวแล้วไม่น้อยกว่าสามปี”

ส่วน พ.ร.บ. ประกันสังคม มาตรา 8/2 (9) ระบุคุณสมบัติผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมไว้เช่นเดียวกับระเบียบกระทรวงแรงงานฯ ข้อ 23 (10) คือ ไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือกรรมการหรือที่ปรึกษาของพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวแล้วไม่น้อยกว่าสามปี

นอกจากนี้ยังมีคำชี้แจงจากมาลากาลัญ ห่อประทุม รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) และจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรงกันว่าระเบียบกระทรวงแรงงานฯ ไม่ได้ระบุคุณสมบัติของผู้สมัครว่าต้องมีความเป็นกลางทางการเมืองหรือห้ามมีความสัมพันธ์กับพรรคการเมือง  

รองโฆษก สปส. ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2569 ว่า “[ผู้สมัคร] จะต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือกรรมการหรือที่ปรึกษาของพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวแล้วไม่น้อยกว่าสามปี…ถ้าไม่เข้าลักษณะต้องห้ามนี้ก็ไม่น่าจะมีประเด็น”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้สัมภาษณ์ รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ทางช่องเนชั่นทีวี เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2569 ว่าการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทำได้ตามคุณสมบัติที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในระเบียบเท่านั้น ผู้ดำเนินรายการถามว่าผู้สมัครรรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้หรือไม่ นายจุลพันธ์ตอบว่าเป็นสมาชิกพรรคได้ ไม่ได้มีข้อห้ามและความผิดอะไร เช่นเดียวกับนักการเมืองออกมาร่วมรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิเยอะ ๆ ก็ไม่ได้ห้ามและไม่ได้ผิดระเบียบ

 📌 ข้อสังเกตโคแฟค: ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและสร้างความเข้าใจผิดว่าระเบียบกระทรวงแรงงานฯ กำหนดว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นบอร์ดประกันสังคมต้อง “เป็นกลางทางการเมือง” อาจมีที่มาจากการนำข้อความใน ร่างแก้ไขระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. …. มาสร้างความสับสนและทำให้เกิดความเข้าใจผิด 

ข้อ 27 (6) ของร่างแก้ไขระเบียบกระทรวงแรงงานฯ ฉบับนี้ระบุว่าผู้สมัคร “ต้องเป็นผู้มีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่เป็นผู้มีประโยชน์ได้เสีย และไม่อยู่ภายใต้การควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมจากฝ่ายการเมือง” ซึ่งร่างแก้ไขระเบียบกระทรวงแรงงานฯ ฉบับนี้ถูกปัดตกไปหลังจากมีผู้คัดค้านจำนวนมากในการเปิดรับฟังความคิดเห็นที่สิ้นสุดไปเมื่อเดือน ก.พ. 2569 และไม่ได้มีการบังคับใช้ 

นอกจากนี้ยังมีสื่อบางสำนักที่นำเสนอข่าวโดยใช้พาดหัวข่าวที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเนื้อหาในระเบียบกระทรวงแรงงานฯ ว่าด้วยการเลือกบอร์ดประกันสังคม เช่น พาดหัวข่าวว่า “เปิดกฎเหล็ก ระเบียบเลือกตั้งบอร์ด สปส. ฉบับใหม่ มีความเป็นกลางทางการเมือง…” เป็นต้น ซึ่งเนื้อหาดังกล่าวยังคงสามารถเข้าถึงได้ในปัจจุบัน แม้จะมีการชี้แจงจากหลายฝ่ายแล้ว