เพจ “ต่างด้าวทำอะไร” เผยแพร่ซ้ำเนื้อหาที่สร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการแก้ไข พ.ร.บ.สัญชาติ
กองบรรณาธิการโคแฟค
❓เนื้อหาที่ตรวจสอบ: ปัจจุบันมีการเสนอแก้ไขมาตรา 7 ทวิวรรคสอง ของ พ.ร.บ.สัญชาติ เปิดช่องให้ลูกหลานแรงงานต่างด้าวที่เกิดในไทยได้สัญชาติไทยโดยการเกิด
❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาสร้างความเข้าใจผิด** กรมการปกครองอยู่ระหว่างเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.สัญชาติจริง แต่ไม่ใช่การเปิดช่องให้ลูกแรงงานต่างด้าวที่เกิดในไทยได้สัญชาติไทย กฎหมายยังคงกำหนดไว้ว่าลูกของคนต่างด้าวที่เกิดในไทยจะต้องได้สัญชาติตามพ่อแม่
📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 21 ก.พ. 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ต่างด้าวทำอะไร” โพสต์ข้อความว่า “ปัจจุบันกำลังมีการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.สัญชาติ ให้กำหนดว่าคนที่ได้สัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรค 2 เป็นการได้สัญชาติไทยโดยการเกิด” และระบุว่าหากร่างแก้ไขกฎหมายนี้ผ่านการพิจารณาและมีผลบังคับใช้ ผู้ที่จะได้สัญชาติไทยโดยการเกิดจะไม่ได้มีเพียงแค่กลุ่มชาติพันธุ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงลูกหลานแรงงานต่างด้าวที่เกิดในไทยและเรียนจบปริญญาตรีด้วย (ลิงก์บันทึก)
ด้านล่างของโพสต์แนบลิงก์เฟซบุ๊กของบัณฑิต นามเครือ ผู้อำนวยการส่วนสัญชาติและการทะเบียนและบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ที่โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2569 อธิบายเจตนารมณ์ของการแก้ไข พ.ร.บ.สัญชาติ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ และจะเปิดให้ทุกฝ่ายวิจารณ์เนื้อหาร่างแก้ไขกฎหมายได้ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
🔎 โคแฟคตรวจสอบ: เพจเฟซบุ๊ก “ต่างด้าวทำอะไร” เคยโพสต์ข้อความลักษณะเดียวกันนี้เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2568 ว่า “ปัจจุบันกำลังมีการเสนอ แก้ พ.ร.บ. สัญชาติ ให้มีการกำหนดว่าคนที่ได้สัญชาติ มาตรา 7 ทวิ วรรค 2 เป็นการได้สัญชาติไทยโดยการเกิด ความหมายคือทุกกลุ่ม รวมไปถึงลูกแรงงาน จบ ป.ตรี ต่อไปในอนาคตลูกพม่าอาจจะได้เป็นนายกฯ จริง ๆ ก็ได้ใครจะไปรู้” (ลิงก์บันทึก) ซึ่งโคแฟคตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อมูลคลาดเคลื่อนที่อาจสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเจตนารมณ์ของการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.สัญชาติ มาตรา 7 ทวิ วรรคสอง
ข้อความที่เพจ “ต่างด้าวทำอะไร” โพสต์เมื่อ 21 ก.พ. 2569 จึงเป็นการนำข้อมูลที่คลาดเคลื่อนมาเผยแพร่ซ้ำทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าร่างแก้ไข พ.ร.บ.สัญชาติ จะทำให้ลูกหลานแรงงานต่างด้าวที่เกิดในไทยได้สัญชาติไทยโดยการเกิด
โคแฟคตรวจสอบที่มาและเจตนารมณ์ของการเสนอแก้ไขมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง ของ พ.ร.บ.สัญชาติจากบัณฑิต นามเครือ ผอ. ส่วนสัญชาติและการทะเบียนฯ ได้ข้อมูลดังนี้
▪️ มาตรา 7 ทวิ วรรคสอง เป็นบทบัญญัติที่เปิดโอกาสให้บุคคลที่เกิดในไทยแต่ไม่เคยได้สัญชาติไทยและไม่มีหลักฐานว่าใช้สัญชาติอื่น สามารถขอมีสัญชาติไทยได้ โดยจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การขอมีสัญชาติไทยตามมติคณะรัฐมนตรี 29 ต.ค. 2567 ซึ่งกำหนดไว้ว่า บุคคลที่สามารถขอสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง ได้แก่ บุตรของชนกลุ่มน้อย และบุตรของบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ได้รับการสำรวจแล้วเท่านั้น ซึ่งไม่รวมบุตรของแรงงานต่างด้าว ผู้หนีภัยการสู้รบ ผู้หลบหนีเข้าเมืองหรือผู้มีพาสปอร์ต
▪️เดือน ต.ค. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในกรณีที่มีผู้ร้องเกี่ยวกับการเพิกถอนสัญชาติไทยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญระบุในตอนหนึ่งของคำวินิจฉัยว่าบุคคลที่ได้สัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง “ไม่เป็นผู้ได้สัญชาติไทยโดยการเกิด”
▪️ในการเลือกตั้งสมาชิกและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อ้างอิงคำวินิจฉัยดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ผู้สมัครกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้สัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสองถูกตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเพราะไม่ได้เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดตามที่กฎหมายเลือกตั้งกำหนด กรมการปกครองจึงได้ทำหนังสือแจ้ง กกต. ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอแก้ไข พ.ร.บ. สัญชาติ เพื่อกำหนดว่าการได้สัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง “ให้ถือว่าเป็นการได้สัญชาติไทยโดยการเกิด”
▪️ผอ. ส่วนสัญชาติและการทะเบียนฯ ยืนยันว่าการเสนอแก้ไข พ.ร.บ. สัญชาติ ไม่ได้เป็นการให้สัญชาติไทยแก่ลูกของแรงงานต่างด้าว เพราะมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง เป็นการให้สัญชาติไทยเฉพาะกลุ่มคนไร้สัญชาติ (บุคคลที่เกิดในไทยแต่ไม่มีสัญชาติ) เท่านั้น และกระบวนการให้สัญชาติไทยตามมาตรานี้จะต้องมีการสืบพยานบุคคล พยานเอกสาร และผ่านขั้นตอนการตรวจสอบอย่างรัดกุม เช่น กรณีของหม่อง ทองดี อดีตเด็กไร้สัญชาติที่มีชื่อเสียงจากการแข่งขันพับเครื่องร่อนกระดาษเมื่อปี 2552 ซึ่งต่อมาได้ยื่นขอสัญชาติไทยและได้รับสัญชาติไทยตาม มาตรา 7 ทวิ วรรคสอง เนื่องจากเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย
อีกทั้ง มติ ครม. 29 ต.ค. 2567 ยังกำหนดไว้ว่ากลุ่มบุคคลที่สามารถขอสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง ได้แก่ บุตรของชนกลุ่มน้อย และบุตรของบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ได้รับการสำรวจแล้วเท่านั้น ซึ่งไม่รวมบุตรของแรงงานต่างด้าว ผู้หนีภัยการสู้รบ ผู้หลบหนีเข้าเมืองหรือผู้มีพาสปอร์ต
สำหรับลูกของแรงงานต่างด้าวที่เกิดในไทยจะต้องได้สัญชาติตามพ่อแม่โดยอัตโนมัติ แต่หากใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานานแล้วประสงค์จะขอสัญชาติไทย ก็ต้องยื่นขอแปลงสัญชาติตามมาตรา 10 หรือ 11 ของ พ.ร.บ.สัญชาติ และต้องมีคุณสมบัติที่จะขอสัญชาติไทยได้ตามที่กฎหมายกำหนด
