โพสต์ “จับตา 120 ชั่วโมงเกิดมหาอุทกภัย” ไม่ใช่ประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุฯ-ปภ. หยุดแชร์สร้างความตื่นตระหนก

กองบรรณาธิการโคแฟค

เนื้อหาที่ตรวจสอบ: เตือนภัย “เหลือเวลาอีก 120 ชั่วโมง เกิดมหาอุทกภัยในภาคตะวันออก” กรุงเทพฯ และปริมณฑลเสี่ยงน้ำท่วมขังทุกเขตจาก “ฝนที่ถล่มอย่างบ้าคลั่ง” 24-27 ก.ย. 69

ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาสร้างความตื่นตระหนก และไม่ใช่ข้อความเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย**

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 21-22 ก.ย. 2569 ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากแชร์ข้อความเตือนภัยจากเพจเฟซบุ๊ก ‘ที’ ลมฟ้าอากาศ’ ว่าจะเกิดมหาอุทกภัยในภาคตะวันออกและน้ำท่วมใหญ่จากฝนตกหนักทั้งวันทั้งคืน ให้ประชาชนยกทรัพย์สินขึ้นที่สูง เตรียมเสบียงและยารักษาโรค

ข้อความในโพสต์ระบุว่า “เหลือเวลาอีก 120 ชั่วโมงนับจากนี้ มหาอุทกภัยในภาคตะวันออกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ทั้งภาค ในเวลาเดียวกันจะเกิดความสูญเสียทางทรัพย์สินมหาศาลในลุ่มน้ำนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด รวมถึงเขาใหญ่…สำหรับลุ่มน้ำปราจีนอาจมีสารพิษปนเปื้อนลอยมาด้วย” และ “กรุงเทพฯ และปริมณฑลเสี่ยงน้ำท่วมขังทุกเขตเพราะฝนถล่มอย่างบ้าคลั่งทั้งวันทั้งคืนตั้งแต่คืนวันที่ 24-27 กันยายนนี้”  

จากการตรวจสอบเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2569 เวลา 12.00 น. โคแฟคไม่พบเพจเฟซบุ๊ก ‘ที’ ลมฟ้าอากาศ’ แล้วจึงไม่สามารถเข้าถึงโพสต์ต้นทางได้ มีเพียงภาพหน้าจอของโพสต์และข้อความที่คัดลอกมาจากโพสต์ที่ถูกแชร์ต่ออย่างกว้างขวางเท่านั้น 

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: วันที่ 22 ก.ย. 2569 เจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยืนยันกับโคแฟคว่าข้อความดังกล่าวไม่ใช่ข้อความเตือนภัยจากทั้งสองกรม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ติดตามข้อมูลด้านสภาพอากาศและเตือนภัยพิบัติโดยตรง

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กรมอุตุฯ ให้ข้อมูลว่าขณะนี้เป็นฤดูฝนจึงมีโอกาสเกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลของร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ ปภ. ระบุว่าหากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน ปภ. จะแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์มือถือ (Cell Broadcast) ทั้งสองหน่วยงานย้ำว่าให้ประชาชนติดตามข้อมูลและการเตือนภัยจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้เท่านั้น 

สำหรับข้อมูลพยากรณ์อากาศและการเตือนภัยที่เป็นทางการจากกรมอุตุฯ ปภ. และกรมชลประทาน ณ วันที่ 22 ก.ย. 2569 สรุปได้ดังนี้ 

กรมอุตุนิยมวิทยา

▪️วันที่ 23-27 ก.ย. 69 ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่น ๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม (ประกาศกรมอุตุฯ 22 ก.ย. 69 เวลา 05.00 น.)

▪️ติดตามข้อมูลจากกรมอุตุฯ ที่เพจเฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง

กรมชลประทาน

▪️แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยารับสถานการณ์น้ำฝน-น้ำท่าที่เพิ่มสูงขึ้นจากการคาดการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากช่วงวันที่ 23-27 ก.ย. 69 ขอให้ประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่นอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำในอำเภอเสนา, ผักไห่, บางบาล, พระนครศรีอยุธยา, บางปะอิน, บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอวิเศษชัยชาญ, ป่าโมก จังหวัดอ่างทอง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 

▪️แจ้งเตือน 10 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ ให้เฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำ และให้หน่วยงานท้องถิ่นเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน 

▪️วันที่ 21 ก.ย. 2569 เวลาประมาณ 18.30 น. ปภ. ส่งข้อความแจ้งเตือนทาง Cell Broadcast ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำปราจีนบุรี/ที่ลุ่มต่ำระวังน้ำท่วม โดยเฉพาะชุมชนตลาดเก่า เทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี /ชุมชนริมน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง

▪️ติดตามข้อมูลจาก ปภ. ที่เพจเฟซบุ๊ก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM, ติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ Line @1784DDPM สายด่วนนิรภัย 1784

ข้อสังเกตโคแฟค

📌 ช่วงฤดูฝน กรมอุตุฯ ปภ. และกรมชลประทานออกประกาศเตือนภัยเกี่ยวกับฝนตกหนัก-น้ำท่วมเป็นระยะ แต่มักถูกนำไปบิดเบือนหรือปั่นกระแสให้รุนแรงเกินจริงหรือสร้างความตื่นตระหนกเพื่อเพิ่มยอดปฏิสัมพันธ์ (engagement) 

📌 คำเตือนเกี่ยวกับสภาพอากาศและภัยพิบัติเป็นการคาดการณ์/พยากรณ์ ไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าจะเกิดเหตุหรือไม่ แต่การติดตามสถานการณ์และการเตือนภัยจากหน่วยงานของรัฐย่อมปลอดภัยและเป็นการคาดการณ์ที่ใกล้เคียงความจริงมากกว่าเพราะมีข้อมูลที่ครบถ้วนและเชื่อถือได้รองรับ

📌 การเผยแพร่เนื้อหาเท็จหรือข้อความที่สร้างความตื่นตระหนกเกี่ยวกับภัยพิบัติมีผลกระทบมากกว่าที่หลายคนคิด เช่น ความเสียหายหรืออุบัติเหตุจากการขนย้ายทรัพย์สินหรืออพยพอย่างรีบเร่งด้วยความตื่นตระหนก รวมถึงสร้างผลกระทบทางจิตใจต่อผู้ที่เคยประสบเหตุภัยพิบัติมาแล้ว เช่น ผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่เมื่อปี 2568 ระบุว่าเมื่อเห็นโพสต์จากเพจ ‘ที’ ลมฟ้าอากาศ’ แล้วรู้สึกหวาดกลัวและวิตกกังวลมากเพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอย

📌การเตือนภัยเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์หากคำเตือนนั้นตั้งอยู่บนข้อมูลที่เป็นจริง เชื่อถือได้และผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และต้องไม่มีเจตนาแอบแฝงสร้างความตื่นตระหนกเพื่อสร้างรายได้จากเนื้อหา