โคแฟคตรวจสอบแล้วไม่พบแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ว่ารัฐบาลจีนแนะนำให้นักศึกษา “เลิกเรียนแล้วไปหาคู่”

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: รัฐบาลจีนแนะนำให้นักศึกษาเลิกเรียนแล้วไปหาคู่

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาบิดเบือน** ไม่พบข้อมูลหรือแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ว่ารัฐบาลจีนมีนโยบายนี้**

📝  เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 18 มี.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก “Human world” ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 300,000 บัญชี โพสต์ภาพกลุ่มคนหนุ่มสาวฝังข้อความ “รัฐบาลจีนแนะนำนักศึกษาเลิกเรียนแล้วไปหาคู่ ผลิตลูกออกมาเยอะ ๆ” และเขียนบรรยายว่ามหาวิทยาลัยบางแห่งในจีนแนะนำให้นักศึกษา “พักการเรียนชั่วคราวเพื่อไปหาคู่ชีวิต” เพื่อแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดของประชากรที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง 

โพสต์นี้ยังคงเข้าถึงได้ ณ วันที่ 8 เม.ย. มียอดแชร์มากกว่า 90 ครั้ง 

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: จากการตรวจสอบรายงานข่าวและเว็บไซต์ของทางการจีน ไม่พบข้อมูลว่ารัฐบาลจีนมีนโยบายแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดลดลงด้วยการให้นักศึกษาพักการเรียนเพื่อไปหาคู่ แต่พบว่าเมื่อปี 2566 วิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งของจีนประกาศขยายวันหยุดในช่วงเทศกาลเชงเม้งและเชิญชวนให้นักศึกษาใช้ช่วงวันหยุดยาวนี้ออกไปสัมผัสความงามของฤดูใบไม้ผลิและเติมความรักให้ชีวิต ซึ่งกลายเป็นหัวข้อสนทนาของผู้ใช้โซเชียลมีเดียชาวจีนที่มองว่าเป็นความพยายามของสถาบันการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาอัตราการเกิดลดลง

WWMT สื่อท้องถิ่นในมิชิแกน สหรัฐอเมริกา และเว็บไซต์  Asiana Times สื่อออนไลน์ในอินเดียรายงานข่าวนี้เมื่อวันที่ 30 มี.ค. และ 3 เม.ย. 2566 ว่าวิทยาลัยอาชีพ 9 แห่งในเครือฟ่านเหม่ (Fan Mei Education Group) ของจีนประกาศขยายวันหยุดเทศกาลเชงเม้งจาก 1 เป็น 7 วันในช่วงวันที่ 1-7 เม.ย. พร้อมกับอ้างอิงข้อความประชาสัมพันธ์ของ Vocational Flight College of Mianyang ที่ระบุว่าการขยายวันหยุดนี้มีจุดประสงค์ให้นักศึกษาออกไป “ชื่นชมธรรมชาติและตามหาความรัก” 

ข้อความในเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวอาจนำรายงานข่าวและข้อความประชาสัมพันธ์ของวิทยาลัยมาบิดเบือนว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลจีนที่ให้นักศึกษาหยุดเรียนเพื่อไปหาคู่ 

โคแฟคตรวจสอบเพิ่มเติมจากทางสถานทูตจีนแต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ

จีนเผชิญกับอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 รัฐบาลได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีบุตร รอยเตอร์สรายงานว่าในปี 2569 รัฐบาลจีนมีแผนใช้งบประมาณราว 180 ล้านหยวน (853 ล้านบาท) เพื่อเพิ่มประชากรผ่านนโยบายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดระหว่างตั้งครรภ์รวมไปถึงการทำเด็กหลอดแก้ว โครงการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 3,600 หยวน (17,000 บาท) ต่อปี/ต่อบุตรหนึ่งคน การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มถุงยางอนามัย-ยาคุมกำเนิดเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 รวมถึงเรียกร้องให้สถาบันอุดมศึกษาเพิ่มเนื้อหาที่ส่งเสริมให้นักศึกษามีมุมมองที่เป็นบวกต่อการแต่งงาน ความรัก การมีบุตร และครอบครัว