คลิปเตือนภัย “หยุดทำ 4 อย่างนี้ขณะฝนตก” เป็นเนื้อหาจริง ตรงตามหลักการป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า
กองบรรณาธิการโคแฟค
❓เนื้อหาที่ตรวจสอบ: 4 ข้อห้ามทำในบ้านหรืออาคารขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง
✅ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาจริง**
📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 12 ส.ค. 2569 มีประชาชนส่งคลิปวิดีโอติ๊กต็อกว่าด้วยคำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่ห้ามทำให้บ้านหรืออาคารขณะเกิดฝนฟ้าคะนองมาให้โคแฟคตรวจสอบข้อเท็จจริง
คลิปดังกล่าวมาจากผู้ใช้งานชื่อ ‘หมอเบนซ์ มาสเตอร์พีซ’ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2569 โดยเจ้าของคลิปคือ นพ. โฆษิต เอี้ยวฉาย กล่าวถึงข่าวชายคนหนึ่งเสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่าขณะใช้โทรศัพท์มือถือที่กำลังชาร์จแบตเตอรี่อยู่ภายในบ้านใน จ.บุรีรัมย์ นพ. โฆษิตเตือนว่าแม้จะอยู่ในบ้านหรืออาคารก็อาจถูกฟ้าผ่าได้ โดยมีข้อมูลว่าหนึ่งในสามของผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าเกิดภายในบ้าน เพื่อความปลอดภัย ผู้ที่อยู่ในบ้านไม่ควรทำ 4 ข้อต่อไปนี้ในช่วงที่เกิดฝนฟ้าคะนอง
- สัมผัสกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือที่ชาร์จแบตฯ อยู่
- ใช้โทรศัพท์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะไฟฟ้าอาจมาทางสายโทรศัพท์บ้านหรือสาย LAN
- อาบน้ำหรือล้างจาน
- อยู่ใกล้หรือสัมผัสส่วนประกอบของบ้านที่มีโลหะ เช่น กรอบหน้าต่างหรือผนังคอนกรีตที่มีเหล็กเส้นอยู่ข้างใน
🔎 โคแฟคตรวจสอบ: คำเตือนในคลิปดังกล่าวสอดคล้องกับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (US Centers for Disease Control and Prevention: CDC) ที่เผยแพร่คำแนะนำเพื่อป้องกันการได้รับอันตรายจากฟ้าผ่า (ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2569) โดยในส่วนของผู้ที่อยู่ภายในอาคาร (Indoor) มีคำแนะนำดังนี้
1. หลีกเลี่ยงน้ำ: ห้ามอาบน้ำ ล้างจาน หรือทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง เพราะฟ้าผ่าสามารถเดินทางผ่านท่อประปาของอาคารได้ ความเสี่ยงที่ฟ้าผ่าจะผ่านท่อประปาอาจน้อยกว่าในท่อพลาสติกเมื่อเทียบกับท่อโลหะ อย่างไรก็ตาม ทางที่ดีที่สุดคือควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับท่อประปาและน้ำที่ไหลขณะเกิดพายุฟ้าผ่า เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกฟ้าผ่า
2. ห้ามสัมผัสอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์: ฟ้าผ่าสามารถเดินทางผ่านระบบไฟฟ้า ระบบรับสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์ และสายไฟหรือแท่งโลหะ ในผนังหรือพื้นคอนกรีตได้ ห้ามใช้อุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กไฟอยู่ เช่น คอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป เครื่องเล่นเกม เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า หรือเตา ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากทั่วทั้งบ้านเพื่อปกป้องเครื่องใช้ไฟฟ้า
3. หลีกเลี่ยงหน้าต่าง ประตู ระเบียง และพื้นคอนกรีต: อยู่ห่างจากหน้าต่างและประตู และอย่าขึ้นไปบนระเบียง ห้ามเอนตัวนอนบนพื้นคอนกรีตหรือพิงกำแพงคอนกรีตขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง เพราะฟ้าผ่าสามารถทะลุผ่านสายไฟหรือเหล็กเส้นในกำแพงหรือพื้นคอนกรีตได้ แม้ว่าการบาดเจ็บจากฟ้าผ่าประเภทนี้จะไม่พบบ่อยนัก แต่ทางที่ดีที่สุดคือควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นผิวคอนกรีตขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง
4. อย่าใช้โทรศัพท์แบบมีสาย: โทรศัพท์แบบมีสายไม่ปลอดภัยที่จะใช้ในระหว่างเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ห้ามใช้เด็ดขาด ส่วนโทรศัพท์ไร้สายหรือโทรศัพท์มือถือสามารถใช้ได้ระหว่างเกิดพายุ
ขณะที่ ดร.สุพรรณ ทิพย์ทิพากร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายเพิ่มเติมว่า คลิปดังกล่าวมีคำแนะนำด้านความปลอดภัยหลายส่วนที่ถูกต้อง แต่ข้อความว่า “หนึ่งในสามของผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าเกิดภายในบ้าน และเป็นสถิติเหมือนกันทั่วโลก” ยังไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือรองรับ ตัวเลขราวหนึ่งในสามที่มักถูกนำมาอ้างหมายถึงผู้บาดเจ็บภายในอาคารในข้อมูลบางชุด ไม่ใช่ผู้เสียชีวิตภายในบ้าน และไม่อาจใช้แทนสถิติทั่วโลกได้ เพราะลักษณะอาคาร ระบบป้องกันฟ้าผ่า และการเก็บข้อมูลของแต่ละประเทศแตกต่างกัน
จากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ส่วนใหญ่ยังชี้ว่าการเสียชีวิตสัมพันธ์กับกิจกรรมกลางแจ้งมากกว่า ดังนั้น อาคารถาวรที่แข็งแรงและปิดมิดชิดจึงยังเป็นสถานที่หลบฟ้าที่ปลอดภัยกว่ากลางแจ้งมาก แต่ไม่ได้ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ เพราะเมื่อฟ้าผ่าตัวอาคาร บริเวณใกล้เคียง หรือระบบที่เชื่อมต่อกับอาคาร กระแสฟ้าผ่าและแรงดันกระโชกอาจเข้าสู่ภายในผ่านสายไฟ สายโทรศัพท์หรือสายสัญญาณที่เป็นตัวนำ ระบบประปา ตลอดจนส่วนโลหะหรือเหล็กเสริมที่เป็นเส้นทางกระแส รวมทั้งอาจเกิดการวาบไฟข้าม (side flash) จากความต่างศักย์ระหว่างส่วนตัวนำภายในอาคาร จึงก่ออันตรายต่อผู้อยู่ภายในได้แม้ไม่ได้สัมผัสตัวนำโดยตรง
ดร.สุพรรณย้ำว่า เมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้อง ควรเข้าไปอยู่ในอาคารถาวรที่แข็งแรงและปิดมิดชิด และรออย่างน้อย 30 นาทีหลังเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้าย ภายในอาคารควรหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ที่เสียบปลั๊ก โทรศัพท์บ้านแบบมีสาย และคอมพิวเตอร์ที่ต่อกับระบบไฟฟ้าหรือเครือข่ายแบบใช้สาย งดอาบน้ำหรือล้างจาน อยู่ห่างจากประตูและหน้าต่าง และไม่พิงผนังหรือนอนบนพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนโทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้เสียบชาร์จและไม่ได้ต่อกับสายที่เชื่อมโยงออกนอกอาคาร โดยทั่วไปสามารถใช้งานได้ เพราะไม่ได้เป็นเส้นทางนำกระแสจากระบบไฟฟ้าหรือระบบสื่อสารภายนอก หากต้องการถอดปลั๊กควรถอดก่อนพายุเข้าถึง ไม่ควรจับปลั๊กขณะมีฟ้าคะนอง
“สำหรับการป้องกันระยะยาว ควรประเมินความเสี่ยงและออกแบบระบบป้องกันฟ้าผ่า (LPS) การประสานศักย์ ระบบต่อลงดิน และอุปกรณ์ป้องกันแรงดันกระโชก (SPD) ทั้งด้านไฟฟ้ากำลังและสายสัญญาณให้ทำงานประสานกัน ตามมาตรฐาน วสท. และมาตรฐาน IEC 62305 ส่วนที่เกี่ยวข้อง มิใช่อาศัยการติดตั้ง SPD เพียงอย่างเดียว” ดร.สุพรรณกล่าว
