ปลั๊กไฟ 3 ขา หักออก 1 ขาเพื่อให้เสียบเข้ากับเต้ารับที่มี 2 รู ทำได้หรือไม่ ?
กองบรรณาธิการโคแฟค
❓เนื้อหาที่ตรวจสอบ: ปลั๊กไฟ 3 ขา หักออก 1 ขาเพื่อให้เสียบเข้ากับเต้ารับที่มี 2 รู ทำได้หรือไม่
⚠️ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **ไม่ควรทำเพราะเสี่ยงเกิดไฟดูดหรืออัคคีภัย**
📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 15 ก.ค. 2569 ในกลุ่มเฟซบุ๊ก ‘กลุ่มวิชาชีพช่างไฟฟ้ากำลัง’ มีผู้โพสต์ภาพปลั๊กไฟ 3 ขา ในสภาพถูกหักออก 1 ขา โดยระบุขา N หัก เหลือแต่ขา L กับ G ซึ่งในโพสต์ดังกล่าวมีการถกเถียงกันว่าปลั๊กที่อยู่ในลักษณะนี้สามารถใช้งานได้หรือไม่
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2567 มีผู้สอบถามเรื่องเดียวกันนี้ในกลุ่มเฟซบุ๊ก ‘งานบ้านที่รัก’ ว่าหากปลั๊กตู้เย็นชำรุดโดยขา G หายไปเหลือเพียงขา L กับ N จะสามารถใช้งานได้หรือไม่
🔎 โคแฟคตรวจสอบ: ดร.สุพรรณ ทิพย์ทิพากร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2569 ว่า ปลั๊กไฟมาตรฐาน 2 ขาประกอบด้วย L (Line) และ N (Neutral) ส่วนปลั๊กไฟ 3 ขาจะมี PE หรือ G (Protective Earth) เพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูดในเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท Class I ตามหลักการของ IEC 60364-4-41 และมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทยของ วสท. 022001-22
“หากปลั๊ก 3 ขาชำรุด เช่น ขาใดขาหนึ่งหัก ไม่ควรนำมาใช้งานหรือทดลองเสียบ เพราะอาจเกิดการสัมผัสผิดตำแหน่ง การลัดวงจร การอาร์ก หรือทำให้ระบบป้องกันทางไฟฟ้าทำงานผิดปกติ ในทำนองเดียวกัน การหักขากราวด์ (PE/G) เพื่อให้เสียบกับเต้ารับ 2 รู แม้จะทำให้ใช้งานได้ แต่ไม่เป็นไปตามหลักวิศวกรรมและมาตรฐานความปลอดภัย เนื่องจากเป็นการตัดระบบป้องกันไฟฟ้าดูดของเครื่องใช้ไฟฟ้า” ดร.สุพรรณอธิบาย
ดร.สุพรรณแนะนำว่า ทางแก้ที่ถูกต้องคือเปลี่ยนปลั๊กหรือสายไฟที่ชำรุด และใช้เต้ารับ 3 รูที่ต่อเข้ากับระบบสายดินที่ถูกต้อง ไม่ควรดัดแปลงปลั๊กหรืออุปกรณ์ให้ผิดจากมาตรฐาน เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าดูดและอัคคีภัย
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2569 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ออกคำเตือนเรื่องนี้เช่นกัน ระบุว่า ขาสายดินมักเป็นส่วนที่หลายคนเลือกหักทิ้งเมื่อเต้ารับไม่รองรับปลั๊กแบบ 3 ขา เพื่อให้ปลั๊กไฟสามารถเสียบใช้งานได้สะดวกขึ้น แต่การทำเช่นนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกไฟฟ้าดูดหรือเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น กฟภ. แนะนำให้เปลี่ยนเต้ารับเป็น 3 รู เพื่อให้สามารถใช้งานปลั๊ก 3 ขาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย รองรับระบบสายดินได้ครบถ้วน ลดความเสี่ยงจากไฟฟ้ารั่วหรือไฟฟ้าลัดวงจร

