จับตา กสทช. ถกโรดแม็ปทีวีดิจิทัล 19 มิ.ย. นี้ ภาคประชาชน-นักวิชาการประสานเสียง ปี 2572 “ฟรีทีวีต้องไปต่อ”
หมายเหตุ: ในการประชุม กสทช. วันที่ 19 มิ.ย. 2569 ยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับโรดแม็ปทีวีดิจิทัล โดยคาดว่าเรื่องดังกล่าวจะมีการประชุมและลงมติอีกครั้ง ในวันที่ 22 หรือ 25 มิ.ย. 2569
12 มิถุนายน 2569 – ภาคประชาชนและนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนร่วมแสดงความกังวลต่ออนาคตของกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินดิจิทัล ก่อนการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ซึ่งจะพิจารณาแผนโรดแม็ปกิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2573 ท่ามกลางคำถามสำคัญต่อทิศทางของฟรีทีวีไทย หลังใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลจะทยอยสิ้นสุดลงในปี 2572

สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการนโยบายด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาองค์กรของผู้บริโภค และอดีตกรรมการ กสทช. กล่าวในรายการ “เรื่องใหญ่รายวัน” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง ONE31 ว่า ความล่าช้าในการจัดทำโรดแม็ปทีวีดิจิทัลอาจเป็นผลจากโครงสร้างการทำงานของ กสทช. ชุดปัจจุบัน ที่ไม่มีคณะกรรมการเฉพาะด้านกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์เหมือนในอดีต ส่งผลให้ความสำคัญของงานด้านโทรทัศน์และวิทยุลดลง เมื่อเทียบกับภารกิจด้านโทรคมนาคม
“วันที่ไปยื่นหนังสือที่ กสทช. เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็ย้ำว่ากิจการโทรทัศน์ไม่ได้โบราณเก่าเก็บแต่ยังมีความสำคัญกับสังคม ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า กสทช. ไม่รีบพิจารณาเพราะกังวลเรื่องเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ความจริงคือ ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างเท่าเทียม เพราะมีต้นทุนที่ผู้บริโภคต้องจ่าย ทุกวันนี้ประชาชนกว่า 13 ล้านคนที่อยู่ในระบบสวัสดิการแห่งรัฐ พวกเขาอาจไม่สามารถจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ทุกเดือน แต่มีโทรทัศน์อยู่ในบ้านยังสามารถใช้เป็นช่องทางหลักในการรับข้อมูลข่าวสารได้” สุภิญญากล่าว
นอกจากนี้เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์สำคัญต่างๆ แม้เราสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากโทรศัพท์มือถือได้ แต่หากต้องการข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้ก็ยังต้องเปิดโทรทัศน์ นั่นหมายถึงการที่โทรทัศน์ยังเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสาร เพราะไม่รู้ว่าข้อมูลข่าวสารในโทรศัพท์มือถือมีความจริง – เท็จเพียงใด หรือเป็นข่าวเก่าหรือไม่ แต่การที่โทรทัศน์ทุกช่องตัดเข้าข่าวด่วนแสดงว่าเหตุการณ์นั้นค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าจริง
ทั้งหมดนี้เรียกว่า ‘ฟรีทูแอร์ (Free to Air)’ หมายถึงการเข้าถึงโครงข่ายโทรทัศน์ที่ไม่มีเงื่อนไขต้องจ่ายเงินเพื่อรับชม แม้จะมีบางประเทศที่มีแผนดำเนินการแบบลูกผสม (Hybrid) แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นยกเลิกระบบโทรทัศน์แบบเดิม หรืออย่างที่พูดกันมากเรื่องแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติ ดังนั้นเมื่อถึงปี 2572 โทรทัศน์จอดับไม่ได้เพราะประชาชนจะเดือดร้อน
ด้าน ดร.ชลธิชา รอดกันภัย อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์และสื่อดิจิทัล คณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า แม้สื่อโทรทัศน์บางส่วนจะนำเสนอข่าวที่มาจากโลกออนไลน์ แต่หน้าที่หลักของสื่อมวลชนยังคงเป็นการคัดกรอง ตรวจสอบ และกำหนดวาระข่าวสารให้กับสังคม และยังแสดงความกังวลว่าหากไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของทีวีดิจิทัล จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อบุคลากรในอุตสาหกรรมสื่อ รวมถึงการจัดการเรียนการสอนด้านนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ และวิชาชีพสื่อสารมวลชน
“ผู้คนอาจเสพข่าวผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น แต่ยังคงต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้นั่นคือบทบาทสำคัญของสื่อมวลชน และเป็นเหตุผลว่าทำไมฟรีทีวียังจำเป็นต่อสังคม” ดร.ชลธิชา กล่าว
ขณะที่สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า การประชุม กสทช. วันที่ 19 มิถุนายนนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบวิชาชีพสื่อและประชาชนร่วมเฝ้าติดตามผลการประชุม ประเด็นดังกล่าวไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อผู้ประกอบการโทรทัศน์ แต่ยังเชื่อมโยงถึงสถาบันการศึกษา บุคลากรในอุตสาหกรรมสื่อ และประชาชนผู้บริโภคข่าวสารทั่วประเทศ จึงจำเป็นต้องมีความชัดเจนโดยเร็ว
“สิ่งที่อยากเห็นคือ กสทช. มีมติเห็นชอบแผนแม่บทและโรดแม็ปที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นทิศทางร่วมกันว่าจะเดินหน้ากิจการโทรทัศน์ไทยอย่างไร รวมถึงแนวทางสนับสนุนฟรีทีวีในอนาคต” สารีกล่าว
ทั้งนี้ ภาคประชาชนและนักวิชาการเห็นตรงกันว่า แม้ภูมิทัศน์สื่อจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในยุคดิจิทัล แต่ฟรีทีวียังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะพื้นที่สาธารณะสำหรับการสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือ และไม่ควรถูกปล่อยให้หายไปโดยปราศจากแผนรองรับที่ชัดเจน


Skip to the content
