ผู้ใช้เฟซบุ๊กนำโพสต์เก่าของ สว.อังคณามาบิดเบือนถ้อยคำ-เผยแพร่ซ้ำ ปลุกปั่นความเกลียดชังนักสิทธิฯ

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: สว.อังคณาออกมาคัดค้านการตัดงบประมาณด้านการศึกษาของนักเรียนชาวกัมพูชาในไทย

❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **นำข้อความจากโพสต์เฟซบุ๊กของ สว.อังคณาตั้งแต่เดือน ส.ค. 2568 มารวมทั้งรวบรัดตัดทอนและบิดเบือนถ้อยคำ สร้างความเข้าใจผิดว่าเป็นการแสดงความเห็นในปัจจุบัน**

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 20 ก.พ. 2569 สมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊ก “แฟนข่าว TOP NEWS THAILAND” โพสต์ภาพอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ฝังข้อความ “ไม่ควรตัดงบเขมร” มีคำบรรยายว่า “เอาอีกแล้ว สว.อังคณา นักสิทธิมนุษยชนแสดงความเห็นด้วยกับการที่ประเทศไทยไม่ตัดงบประมาณด้านการศึกษาของนักเรียนกัมพูชา โดยชี้ว่าเด็กไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งใด ๆ และควรได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องจนจบ อังคณาระบุว่าเด็กคือ ‘ผ้าขาว’ ที่ควรได้รับการคุ้มครองและดูแลด้านการศึกษา แม้จะเป็นเด็กสัญชาติกัมพูชาแต่เมื่ออาศัยอยู่ในประเทศไทย รัฐบาลไทยก็มีหน้าที่ต้องดูแลพวกเขาอย่างเหมาะสม”

ภาพประกอบโพสต์และข้อความลักษณะเดียวกันนี้เคยถูกเผยแพร่มาก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2569 ทางเพจเฟซบุ๊ก “ท่านเปา เล่าข่าว” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 23,000 บัญชี (ลิงก์บันทึก)

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: วันที่ 13 ส.ค. 2568 อังคณาแชร์ข่าวจากเว็บไซต์เดลินิวส์ทางเฟซบุ๊ก “Angkhana Neelapaijit” เดลินิวส์รายงานว่า สว. กลุ่มหนึ่งนำโดกมล รอดคล้าย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาปรับลดโครงการความช่วยเหลือด้านการศึกษาที่ไทยมอบให้กัมพูชาเนื่องจากความรุนแรงชายแดนกระทบต่อความสัมพันธ์และงบประมาณ ซึ่งในเวลานั้นไทยและกัมพูชาอยู่ในช่วงหยุดยิง หลังเกิดการสู้รบกันตามแนวชายแดนระหว่างวันที่ 24-28 ก.ค. 2568

อังคณาโพสต์ข้อความแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า “เด็กเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากสงคราม เด็กไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้ง หรือเป็นผู้ใช้ความรุนแรง การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ การเหยียดหยาม แก้แค้น หรือกีดกันเด็กในการเข้าถึงการศึกษาและการพัฒนา เป็นการละเมิดสิทธิเด็ก ในช่วงภาวะสงครามเด็กต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child: #CRC) และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ #IHL โดยหลักการสำคัญของกฎหมายมนุษยธรรมคือ เด็กทุกคนต้องได้รับความคุ้มครองพิเศษจากผลกระทบของความขัดแย้งทางอาวุธ นอกจากนั้น #อนุสัญญาเจนีวา และพิธีสารเพิ่มเติม ยังกำหนดให้คู่ขัดแย้งต้องคุ้มครองพลเรือน โดยเฉพาะกรณีเด็กที่ติดตามครอบครัวเพื่อหนีภัยความตาย จำเป็นได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่”

หลังจากโพสต์ข้อความดังกล่าว ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากได้วิพากษ์วิจารณ์และโจมตีเธอ วันที่ 20 ส.ค. 2568 อังคณาโพสต์ข้อความว่า “…ยืนยันตามเดิมว่าเด็กไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้ง ไม่ได้ใช้ความรุนแรง อนุสัญญาสิทธิเด็ก #CRC กฎหมายมนุษยธรรม #IHL และอนุสัญญาเจนีวา ยืนยันว่าเด็กที่ติดตามครอบครัวเพื่อหนีภัยการสู้รบ หรือหนีภัยความยากจนต้องได้รับความคุ้มครองจากรัฐที่เด็กเข้ามาพึ่งพิง ถ้าชาตินิยมจนมองไม่เห็นความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะเด็ก ๆ แนะนำให้ไปเสนอรัฐบาลลาออกจากสมาชิกสหประชาชาตินะคะ อยู่คนเดียวไม่ต้องมีเพื่อน ไม่ต้องช่วยใคร และไม่ต้องไปขอให้ใครช่วยเวลาทุกข์ยากเดือดร้อนค่ะ”

ทั้งสองโพสต์ไม่มีข้อความว่า “แม้จะเป็นเด็กสัญชาติกัมพูชาแต่เมื่ออาศัยอยู่ในประเทศไทย รัฐบาลไทยก็มีหน้าที่ต้องดูแลพวกเขาอย่างเหมาะสม” ตามที่เพจ “ท่านเปา เล่าข่าว” และสมาชิกกลุ่มเฟซบุีก “แฟนข่าว TOP NEWS THAILAND” กล่าวอ้าง

โคแฟคตรวจสอบเฟซบุ๊ก “Angkhana Neelapaijit” และสอบถามอังคณาโดยตรงพบว่าเธอไม่ได้แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ในช่วงเวลานี้

📌ข้อสรุปโคแฟค: สว.อังคณาเคยแสดงความเห็นต่อข้อเสนอเรื่องการตัดงบประมาณช่วยเหลือเด็กกัมพูชาเมื่อเดือน ส.ค. 2568 โดยอ้างอิงหลักการและกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองเด็กจากความขัดแย้งทางอาวุธ ความเห็นของเธอในครั้งนั้นถูกนำมารวบรัดตัดทอน บิดเบือนถ้อยคำและนำมาเผยแพร่ซ้ำพร้อมภาพประกอบซึ่งเป็นการปลุกปั่นความเกลียดชังนักสิทธิมนุษยชนในบริบทที่ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชากลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้ง