แต่ก็มี “ด้านลบ” เช่น การสูญเสียงาน อคติในการนำเสนอข้อมูล ยังมีความเสี่ยงในเรื่องความถูกต้องแม่นยำของข้อมูล หรือแม้แต่การพึ่งพา AI มากเกินไปจนขาดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ทั้งนี้ มีข้อมูลซึ่งพบว่า ในแต่ละปีที่ผ่านไป คนที่สนใจเรื่อง AI มีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็มีความกังวลเรื่องจริยธรรม เรื่องความถูกต้องเพิ่มขึ้นมากด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่ Chat GPT เริ่มเข้ามา เพราะการใช้ AI ไม่ได้อยู่แต่ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อีกต่อไป แต่เผยแพร่สู่คนทั่วไปด้วย
Screenshot
รศ.พิจิตราศุภสวัสดิ์กุลนักวิชาการอิสระfounder Spectrum Podcast กล่าวว่า หากถามว่า AI ประเทศไทยอยู่ในระดับไหน โดยส่วนตัวยังคิดว่าเป็นเพียงผู้ใช้งาน (User) คือไปนำโปรแกรมสำเร็จรูปจากต่างประเทศมาใช้ ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่เป็นกระแสความน่ากังวลในยุคนี้คือปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Gen AI) ที่มนุษย์สร้างข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตไม่ว่าเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ กลายเป็นฐานข้อมูลที่ถูกนำเข้าไปใช้ในกระบวนการเรียนรู้ของ AI เพื่อใช้ตอบคำถามต่างๆ ที่ถูกป้อนเข้าไปภายหลังจากนั้นได้
ดังนั้นเมื่อพูดถึง AI จึงมีหลายแบบ ทั้งที่เป็นอัลกอริทึม ทั้งที่อยู่ใน Internet of Things อยู่ในสิ่งของต่างๆ ที่สามารถเรียนรู้เพื่อทำนายหรือควบคุมการเข้าถึงการทำงานได้ แต่สิ่งที่กำลังตื่นตูมกันในวงการข่าว คือ Gen AI เพราะปัญญาประดิษฐ์สามารถสร้างได้ทั้งภาพและตัวอักษร แน่นอนว่าย่อมกระทบกับอุตสาหกรรมสื่ออย่างชัดเจน เช่น ข้อมูลลวง เพราะมีเทคโนโลยีอย่างดีพเฟคเกิดขึ้น คือนำใบหน้าของคนมีชื่อเสียงมาตัดต่อการขยับปาก เหมือนกับบุคคลนั้นมาพูดกับเรา ซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวล
อีกประการหนึ่งคือเรื่องของลิขสิทธิ์ (Copyright) เพราะ AI ใช้งานโดยการป้อนข้อมูลเข้าไป ซึ่งปัจจุบันหลายบริษัทที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ AI เช่น Chat GPT หรือ Gemini สิ่งที่บริษัทเหล่านี้ต้องการคือข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อไม่ให้ AI ของบริษัทตนเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง แต่สำหรับองค์กรสื่อเรื่องนี้นอกจากข้อกังวลแล้วยังมีโอกาสอยู่ด้วย เช่นในต่างประเทศที่บริษัทผู้พัฒนา AI มักถูกสำนักข่าวฟ้อง นำไปสู่การเจรจากันระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย โดยสำนักข่าวที่มีข้อมูลดีๆ ก็สามารถขายลิขสิทธิ์การใช้ข้อมูลให้บริษัทผู้พัฒนา AI นำไปใช้ได้
“มีภาพที่ได้รางวัลจากการใช้ AI สร้างขึ้น เจ้าของภาพที่ Gen AI จะอ้างลิขสิทธิ์เวลาที่มีการนำไปใช้ อันนี้อ้างไม่ได้เพราะศาลสหรัฐอเมริกาบอกว่า Too much Machine , Less Human คือแปลว่าใช้เครื่องจักรเยอะกว่าสมองคน คนไม่ค่อยทำอะไรแล้วจะมาอ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพได้อย่างไร อันนี้เป็นเรื่องของลิขสิทธิ์ที่ยังสู้กันอยู่ว่าท้ายสุด Input (ข้อมูลที่ถูกป้อน) เข้าโปรแกรม AI ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสำนักข่าว เจ้าของลายเส้นภาพการ์ตูนต่างๆ Output (ข้อมูลผ่านการผลิตออกมา) เมื่อGen AI แล้วใครเป็นเจ้าของ คนที่ทำขึ้นมา หรือบริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มที่ทำให้เกิดการ Gen AI แล้วได้เงินจากการเอาภาพนี้ไปใช้”รศ.พิจิตรา กล่าว
Screenshot
ศิริลักษณ์รุ่งเรืองกุลดิษฐ์นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการกองลิขสิทธิ์กรมทรัพย์สินทางปัญญากล่าวว่า กฎหมาย AI ของสหภาพยุโรป เพิ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2567 มีการแบ่งความเสี่ยงออกเป็น 4 ระดับ ตั้งแต่ 1.ความเสี่ยงที่ยอมรับไมได้ หมายถึงห้ามใช้ AI ในเรื่องเหล่านี้อย่างสิ้นเชิง เช่น การให้คะแนนทางสังคม (Social Scoring) 2.ความเสี่ยงสูง ต้องมีการประเมินโดยบุคคลที่ 3 ที่เป็นกลางและได้รับการรับรอง เช่น การใช้ AI ที่เกี่ยวกับสาธารณูปโภค การศึกษา การจ้างงาน 3.ความเสี่ยงจำกัด ต้องมีการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล เช่น โปรแกรมแชตบอทต่าง ๆ ซึ่งอ้างอิงลิขสิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลนั้น และ 4.ความเสี่ยงน้อยที่สุด ไม่มีข้อห้ามหรือข้อจำกัด เช่น AI ในเกม ขณะที่ในประเทศจีน มีกรณีศึกษาที่มีคนใช้ AI สร้างภาพขึ้นมาแล้วศาลตัดสินให้เจ้าตัวเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพนั้น โดยอธิบายว่าผู้ใช้ AI คนดังกล่าวมีการปรับถ้อยคำที่ใช้เป็นคำสั่งให้ AI สร้างภาพขึ้นมาอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า แสดงถึงการเลือกอย่างมีสุนทรียศาสตร์และมาจากวิจารณญาณส่วนตัวของผู้ใช้ AI เอง
ด้านสหรัฐฯ สำนักงานลิขสิทธิ์ (USCO) เผยแพร่“Guidance on Copyright registration involving made crafted by Artificial Intelligence” เป็นแนวทางการจดแจ้งลิขสิทธิ์ที่เกิดจาการสร้างสรรค์ของ AI หมายถึง ณ ปัจจุบันงานที่ใช้ AI ทำขึ้นยังไม่สามารถจดแจ้งลิขสิทธิ์ได้ แต่หากเป็นงานที่ใช้ทั้ง AI และมนุษย์ทำขึ้นก็ต้องระบุให้ชัดก่อนจดแจ้งลิขสิทธิ์ โดยจะรับจดแจ้งเฉพาะในส่วนที่ใช้ AI ทำเท่านั้น ส่วนกฎหมายลิขสิทธิ์ของไทย คือ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ก็จะอ้างอิงแนวทางของสหรัฐฯ
โดยสาระสำคัญคือ “จริยธรรมของงานข่าวและสื่อมวลชนต้องเป็นแนวทางของสื่อในการใช้เทคโนโลยี” หมายถึงจริยธรรมดั้งเดิม เช่น ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ความเป็นธรรม-เป็นกลาง ฯลฯ ยังเป็นเรื่องสำคัญแม้จะนำ AI มาใช้ นอกจากนั้น การผลิตเนื้อหาตั้งแต่ต้นจนจบต้องมีมนุษย์ทำด้วยทุกขั้นตอน โดยมี AI เป็นเพียงตัวช่วยเท่านั้น อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ เห็นสำนักข่าวอัลจาซีรารายงานข่าวเพจเจอร์ระเบิดที่เลบานอน แม้จะใช้ AI ช่วยทำภาพประกอบ แต่ก็มีการระบุไว้ด้วยว่าข่าวชิ้นนี้มีใครทำหน้าที่อะไรในขั้นตอนใดบ้าง จะเป็นตัวอย่างหรือแนวปฏิบัติได้
ระบบ AI ที่ใช้ในงานสื่อต้องประเมินอย่างเป็นอิสระก่อนใช้งาน และสื่อต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่เผยแพร่เสมอ จะบอกว่าเป็น AI ทำขึ้นไม่ได้ แต่เรื่องนี้ก็เป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง เช่น คลิปเสียงหรือคลิปวีดีโอ หากเป็นของจริงก็อาจถูกอ้างว่าใช้ AI ทำขึ้น ในทางกลับกันหากใช้ AI ทำขึ้นก็อาจถูกนำไปอ้างว่าเป็นของจริง แล้วสื่อจะพิสูจน์อย่างไร ใครจะเป็นคนตัดสิน สื่อก็จะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ได้ว่าสามารถรายงานบนฐานที่คนเชื่อถือได้
2 สร้างใบหน้าเสมือนด้วย Deepfake Technology การใช้ AI ถ่ายวีดีโอปลอมแปลงใบหน้าบุคคล เชื่อหรือไม่ว่า แค่เรามีรูปตัวอย่างมา เราก็สามารถใช้เทคโนโลยีปลอมแปลงเป็นบุคคลต้นแบบได้แล้ว นำรูป steve jobs มาใส่ลงในโปรแกรม เราก็เป็น steve jobs ได้ แถมยังมาเป็นวีดีโอ พูดได้ ขยับปากได้ กระพริบตาได้อีกต่างหาก
3 สร้างเสียงเสมือนด้วย Voice Cloning การพูดคุยกับแก๊งค์ Call center นอกจากจะเสี่ยงในการถูกหลอกลวงแล้ว ยังเสี่ยงในการถูกนำเสียงไปเลียนแบบเพื่อการใช้งานที่ผิดวัตถุประสงค์ ปัจจุบัน Generative AI ก็สามารถสร้างเสียงเลียนแบบของบุคคลต่างๆ ได้แล้ว เพียงแค่มีเสียงตัวอย่างที่มีความยาวมากพอ เพราะฉะนั้นหากมีญาติหรือคนรู้จักโทรมาขอยืมเงิน เราควรเช็คเบอร์ที่โทรมาเพิ่มเติมด้วยครับ
พวกเราในฐานะตัวแทนของชุมชนสื่อและงานข่าวและสื่อสารมวลชนตระหนักถึงผลกระทบที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของมนุษยชาติจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) เราสนับสนุนความร่วมมือในระดับโลกเพื่อให้แน่ใจว่า AI รักษาสิทธิมนุษยชน สันติภาพ และประชาธิปไตย รวมถึงสอดคล้องกับความปรารถนาและค่านิยมร่วมของเรา
ประวัติศาสตร์ของข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวพันกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การทำงานอัตโนมัติขั้นพื้นฐานไปจนถึงระบบการวิเคราะห์และสร้างสรรค์ โดยเป็นตัวแทนของเทคโนโลยีใหม่ที่สอดคล้องกับความคิด ความรู้ และความสร้างสรรค์ของมนุษย์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในกระบวนการรวบรวมข้อมูล การค้นหาความจริง การเล่าเรื่อง และการเผยแพร่ความคิด ซึ่ง AI จะสามารถเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทางเทคนิค เศรษฐกิจ และสังคมของงานข่าวและสื่อสารมวลชนและการปฏิบัติงานด้านบรรณาธิการได้อย่างลึกซึ้ง ระบบ AI อาจมีศักยภาพในการปฏิวัติภูมิทัศน์ของข้อมูลทั่วโลกโดยขึ้นอยู่กับการออกแบบ การกำกับดูแล และการประยุกต์ใช้ อย่างไรก็ตาม ระบบ AI ยังเป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างต่อสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล สิทธินี้รวมถึงเสรีภาพในการแสวงหา รับ และเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้ ซึ่งฝังรากอยู่ในกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights) และความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อข้อมูลและประชาธิปไตย(International Partnership for Information and Democracy) สิทธินี้สนับสนุนเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก
บทบาททางสังคมของงานข่าวและสื่อสารมวลชนและสื่อต่างๆ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่เชื่อถือได้สำหรับสังคมและบุคคล เป็นหลักการสำคัญของประชาธิปไตยและการเสริมสร้างสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลให้แก่ทุกคน ระบบ AI สามารถช่วยสื่อในการทำหน้าที่นี้ได้อย่างมาก ตราบเท่าที่เป็นการใช้งานอย่างโปร่งใส ยุติธรรม และรับผิดชอบในสภาพแวดล้อมที่ยึดถือจริยธรรมของงานข่าวและสื่อสารมวลชนอย่างเคร่งครัด ในการยืนยันหลักการเหล่านี้ เราขอยืนหยัดสนับสนุนสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ส่งเสริมงานข่าวและสื่อสารมวลชนอิสระ และมุ่งมั่นที่จะรักษาความเชื่อถือได้ของข่าวสารและสื่อต่างๆ ในยุค AI
การตัดสินใจของมนุษย์ต้องยังคงมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านยุทธศาสตร์ระยะยาวและการตัดสินใจด้านบรรณาธิการประจำวัน การใช้ระบบ AI ควรมาจากการตัดสินใจของมนุษย์โดยเจตนาและได้รับข้อมูลที่ดี ทีมบรรณาธิการต้องกำหนดเป้าหมาย ขอบเขต และเงื่อนไขการใช้งานสำหรับแต่ละระบบ AI อย่างชัดเจน รวมถึงต้องตรวจสอบผลกระทบของระบบ AI ที่นำมาใช้เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามกรอบการใช้งาน และมีความสามารถในการปิดการใช้งานระบบได้ทุกเมื่อ
3. ระบบ AI ที่ใช้ในงานข่าวและสื่อสารมวลชนต้องผ่านการประเมินอย่างอิสระก่อนใช้งาน
สื่อต้องรับผิดชอบในการทำหน้าที่บรรณาธิการ รวมถึงการใช้ AI ในการรวบรวม ประมวลผล หรือเผยแพร่ข้อมูล สื่อต้องรับผิดชอบต่อทุกเนื้อหาที่เผยแพร่ ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับการใช้ระบบ AI ควรได้รับการคาดการณ์ วางแผน และมอบหมายให้กับมนุษย์ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบจะยึดมั่นกับจริยธรรมงานข่าวและสื่อสารมวลชนและแนวปฏิบัติด้านบรรณาธิการ
5. สื่อต้องรักษาความโปร่งใสในการใช้ระบบ AI
การใช้ AI ที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการผลิตหรือการเผยแพร่เนื้อหางานข่าวและสื่อสารมวลชนควรได้รับการเปิดเผยและสื่อสารให้ทุกคนที่รับข้อมูลได้รับรู้ ควบคู่กับเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง สื่อควรเก็บบันทึกสาธารณะเกี่ยวกับระบบ AI ที่ใช้และเคยใช้ โดยระบุวัตถุประสงค์ ขอบเขต และเงื่อนไขการใช้งานอย่างละเอียด
นักข่าวและสื่อต้องพยายามแยกแยะอย่างชัดเจนและเชื่อถือได้ระหว่างเนื้อหาที่ได้จากการบันทึกความเป็นจริง (เช่น ภาพถ่ายและการบันทึกเสียงหรือวิดีโอ) กับเนื้อหาที่สร้างขึ้นหรือถูกดัดแปลงอย่างมากด้วยระบบ AI นักข่าวและสื่อควรเน้นการใช้ภาพและการบันทึกวิดีโอจริงเพื่อสะท้อนเหตุการณ์จริง สื่อต้องหลีกเลี่ยงการทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดจากการใช้เทคโนโลยี AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรหลีกเลี่ยงการสร้างหรือใช้เนื้อหาจาก AI เพื่อเลียนแบบการบันทึกภาพจริงหรือใช้แทนตัวบุคคลจริงอย่างสมจริง
8. การปรับเนื้อหาให้เหมาะกับบุคคลและการแนะนำเนื้อหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ต้องรักษาความหลากหลายและความสมบูรณ์ของข้อมูล
สื่อต้องปฏิบัติตามจริยธรรมงานข่าวและสื่อสารมวลชนในการออกแบบและใช้ระบบ AI เพื่อปรับเนื้อหาให้เหมาะกับบุคคลและแนะนำเนื้อหาโดยอัตโนมัติ ระบบดังกล่าวต้องเคารพในความสมบูรณ์ของข้อมูลและส่งเสริมความเข้าใจร่วมกันในข้อเท็จจริงและมุมมองที่เกี่ยวข้อง ระบบควรนำเสนอมุมมองที่หลากหลายและครอบคลุมในประเด็นต่างๆ เพื่อส่งเสริมการสนทนาที่เปิดกว้างและเป็นประชาธิปไตย การใช้ระบบเหล่านี้ต้องโปร่งใส และผู้ใช้ควรมีตัวเลือกในการปิดใช้งานเพื่อให้เข้าถึงเนื้อหาบรรณาธิการที่ไม่ผ่านการกรอง
9. นักข่าว สื่อ และกลุ่มสนับสนุนงานข่าวและสื่อสารมวลชนต้องมีส่วนร่วมในการกำกับดูแล AI
ในฐานะผู้พิทักษ์สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล นักข่าว สื่อ และกลุ่มสนับสนุนงานข่าวและสื่อสารมวลชนควรมีบทบาทเชิงรุกในการกำกับดูแลระบบ AI พวกเขาควรมีส่วนร่วมในการกำกับดูแล AI ระดับโลกหรือระดับนานาชาติ และควรรับรองว่าการกำกับดูแล AI เคารพค่านิยมประชาธิปไตย และการพัฒนาของ AI ควรสะท้อนความหลากหลายของผู้คนและวัฒนธรรม พวกเขาต้องคงอยู่ในแนวหน้าของความรู้เกี่ยวกับ AI และมุ่งมั่นที่จะตรวจสอบและรายงานผลกระทบของ AI ด้วยความถูกต้อง ละเอียดอ่อน พร้อมแนวคิดวิพากษ์
10. งานข่าวและสื่อสารมวลชนต้องรักษาพื้นฐานทางจริยธรรมและเศรษฐกิจในการทำงานร่วมกับองค์กร AI
การเข้าถึงเนื้อหางานข่าวและสื่อสารมวลชนโดยระบบ AI ควรอยู่ภายใต้ข้อตกลงอย่างเป็นทางการที่รับรองความยั่งยืนของงานข่าวและสื่อสารมวลชนและคุ้มครองผลประโยชน์ร่วมระยะยาวของสื่อและนักข่าว เจ้าของระบบ AI ต้องให้เครดิตแหล่งที่มา เคารพสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา และจ่ายค่าตอบแทนที่ยุติธรรมให้แก่เจ้าของสิทธิ์ ซึ่งค่าตอบแทนนี้ต้องถูกส่งต่อไปยังนักข่าวผ่านการจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรม นอกจากนี้ เจ้าของระบบ AI ต้องเก็บบันทึกที่โปร่งใสและละเอียดของเนื้อหางานข่าวและสื่อสารมวลชนที่ใช้ในการฝึกอบรมระบบของตน ผู้ถือสิทธิ์ต้องสามารถกำหนดเงื่อนไขการนำเนื้อหาของตนไปใช้โดยระบบ AI ให้เคารพความสมบูรณ์ของข้อมูลและหลักการพื้นฐานของจริยธรรมงานข่าวและสื่อสารมวลชน ทั้งหมดนี้เพื่อให้มีการออกแบบและใช้ระบบ AI ในลักษณะที่รับประกันข้อมูลคุณภาพสูง มีความหลากหลาย และน่าเชื่อถือ
องค์กรพันธมิตร
ผู้ริเริ่ม:
Reporters Without Borders (RSF)
พันธมิตร:
Asia-Pacific Broadcasting Union (ABU)
Collaboration on International ICT Policy in East and Southern Africa (CIPESA)
Canadian Journalism Foundation (CJF)
Committee to Protect Journalists (CPJ)
DW Akademie
European Federation of Journalists (EFJ)
European Journalism Centre (EJC)
Ethical Journalism Network (EJN)
Free Press Unlimited (FPU)
Global Investigative Journalism Network (GIJN)
Global Forum for Media Development (GFMD)
International Consortium of Investigative Journalists (ICIJ)
International Press Institute (IPI)
Organized Crime and Corruption Reporting Project (OCCRP)