เจาะลึก‘TikTok’ ผนึก‘COFACT’ กางแผนสู้ข่าวลวงโค้งสุดท้ายเลือกตั้งย้ำกฎเหล็ก“ห้ามยิงแอดการเมือง” แต่เปิดกว้างคอนเทนต์ออร์แกนิกพร้อมแนะวิธีอุทธรณ์หากโดนลบ
(27 มกราคม 2569) – รายการ “โคแฟคสนทนา: รวมพลคนเช็กข่าว EP.26” หัวข้อ “ฝ่าข่าวลวงช่วงเลือกตั้ง” ดำเนินรายการโดย นายสุชัย เจริญมุขยนันท ได้พูดคุยถึงประเด็นร้อนในช่วง 12 วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งทั่วไป โดยเชิญแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง TikTok มาร่วมถกเถียงถึงมาตรการรับมือข่าวปลอม (Fake News) และการบิดเบือนข้อมูลที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง: ช่วงเวลาแห่งความหวังและความเสี่ยง
สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง COFACT เปิดเผยว่า บรรยากาศในช่วง 12 วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นและมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจจะเริ่มฟันธงว่าจะเลือกใคร อย่างไรก็ตาม สุภิญญายอมรับว่าสถานการณ์ข่าวสารในช่วงนี้มีทั้งความหวังและความน่ากังวล โดยเฉพาะกระแสข่าวเชิงลบ (Negative Campaign)ที่มาในรูปแบบของการผสมผสานเรื่องจริงและเรื่องเท็จเข้าด้วยกัน ซึ่งภาคประชาสังคมต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
TikTok กางสถิติ ลบ 4.4 ล้านคลิปผิดกฎ ย้ำใช้ ‘คนไทย’ ตรวจสอบ
ทางด้าน สิริประภา วีระไชยสิงห์ (กานจิ) ผู้จัดการฝ่าย Outreach & Partnerships ของTikTok กล่าวถึงนโยบายความปลอดภัยว่าTikTok มีระบบตรวจจับเนื้อหาเชิงรุกที่ทำงานร่วมกันระหว่างระบบอัตโนมัติ (AI) และทีมงานตรวจสอบเนื้อหา (Human Moderator) ซึ่งเป็นคนไทยที่นั่งทำงานในประเทศไทย ทำให้เข้าใจบริบททางภาษาและวัฒนธรรมเป็นอย่างดี
สิริประภา เผยตัวเลขที่น่าสนใจว่า ช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีที่ผ่านมา TikTok ได้ลบเนื้อหาที่บิดเบือนและละเมิดกฎชุมชนไปมากกว่า 4.4 ล้านวิดีโอ โดย 99.9% ถูกลบก่อนที่จะมีผู้ใช้งานรายงานเข้ามา ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบตรวจจับ

ระวัง “ข่าวลวงสายครีเอทีฟ” และภัยDeepfake
เมื่อถูกถามถึงประเภทของข่าวลวงที่ระบาดหนักกานจิระบุว่า ไม่สามารถเจาะจงช่วงอายุของผู้เสพข่าวลวงได้ เพราะเกิดขึ้นกับทุกวัย แต่สิ่งที่น่ากังวลคือรูปแบบการนำเสนอที่มีความสร้างสรรค์ (Creative) สูง มีการตัดต่อและผูกเรื่องราวให้น่าสนใจจนคนหลงเชื่อและแชร์ต่อรวมถึงภัยคุกคามจากเทคโนโลยี Deepfake และ AI-generated content ที่ถูกนำมาใช้สร้างข้อมูลเท็จ ซึ่งทางแพลตฟอร์มได้ให้ความสำคัญในการตรวจจับอย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญที่ TikTok เน้นย้ำคือ นโยบายเกี่ยวกับบัญชีนักการเมืองและพรรคการเมืองโดยสิริประภาระบุชัดเจนว่า “TikTok ไม่อนุญาตให้มีการซื้อโฆษณาทางการเมือง (Paid Ads) หรือการ Boost Post สำหรับเนื้อหาการเมืองโดยเด็ดขาด” ไม่ว่าจะเป็นบัญชีของรัฐบาล พรรคการเมือง หรือนักการเมือง
อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครและพรรคการเมืองยังสามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์แบบออร์แกนิก(Organic) เพื่อสื่อสารนโยบายหรือแสดงความคิดเห็นได้ตามปกติ ตราบใดที่ไม่ละเมิดกฎชุมชนข้ออื่น ๆ เช่น การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล หรือการสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech)
ไขข้อข้องใจ “ปิดกั้นการมองเห็น” (Shadowban)
สำหรับข้อสงสัยเรื่องการถูกปิดกั้นการมองเห็นนางสาวสิริประภาชี้แจงว่า TikTok ไม่ได้ปิดกั้นเนื้อหาทางการเมือง แต่มีมาตรฐานเรื่องความปลอดภัยของผู้เยาว์และคุณภาพของฟีด (For You Feed) หากคลิปใดมีภาพรุนแรง สะเทือนขวัญ หรือเป็นคอนเทนต์คุณภาพต่ำ (ภาพเบลอสั่น) ระบบอาจจำกัดการนำส่งไปยังหน้าฟีดสาธารณะเพื่อรักษามาตรฐานชุมชน
แนะช่องทางสู้ข่าวลวงและวิธีอุทธรณ์
สำหรับผู้ใช้งานที่พบเห็นข่าวลวง TikTok ได้ร่วมมือกับ กกต., COFACT และ Thai PBS Verify ในการจัดทำ “ศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้ง” บนแพลตฟอร์ม ซึ่งจะปรากฏเป็นแบนเนอร์ในคลิปที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ให้ผู้ใช้กดเข้าไปตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องได้ทันที
ในกรณีที่ผู้ใช้งานถูกลบคลิปและมั่นใจว่าไม่ได้ทำผิดกฎ สิริประภาแนะนำว่า “ห้ามลบคลิปวิดีโอนั้นทิ้งเด็ดขาด” ให้กดปุ่มยื่นอุทธรณ์ผ่านการแจ้งเตือนใน Inbox เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบซ้ำ หากลบคลิปไปแล้วจะไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้
รายการได้สรุปถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์ม ภาคประชาสังคม และผู้ใช้งาน ในการช่วยกันตรวจสอบและรายงานข่าวลวง เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในช่วงการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้
