ภาพเก่าการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ ถูกนำมาสร้างเนื้อหาเท็จเกี่ยวกับไทย-กัมพูชาและการเลือกตั้ง
กองบรรณาธิการโคแฟค
❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: ภาพทหารไทยถอนกำลังจากชายแดนไทย-กัมพูชา
❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ** เป็นภาพเก่า ไม่ใช่เหตุการณ์ปัจจุบัน
📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 23 มี.ค. 2569 สมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊ก “คนศรีสะเกษ” โพสต์ภาพรถทหารที่วิ่งอยู่บนถนนและข้อความบรรยายว่า “สถานการณ์ชายแดนสงบแล้วใช่ไหมทำไมทหารไทยถึงได้ถอนกำลังเข้าที่ตั้งเดิม ทั้งที่เขมรยังป่วนตามแนวชายแดน”
จากการตรวจสอบเมื่อวันที่ 27 มี.ค. โพสต์นี้ได้ถูกลบไปแล้ว แต่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายอื่นนำภาพจากคลิปและข้อความเดียวกันไปเผยแพร่ต่อในกลุ่มเฟซบุ๊ก “เยาวชนปลดแอก — Free YOUTH” (ลิงก์บันทึก)
ผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกรายหนึ่งเผยแพร่ภาพนี้ในกลุ่มเฟซบุ๊ก “กลุ่มพรรค..ประชาชน..ต้องดีกว่าเดิม” โดยอ้างว่าเป็นภาพที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมข้อความบรรยายว่า “เลือกตั้งผ่านไปแล้วได้รัฐบาลตามเป้าที่ตั้งไว้…กลับเข้าที่ตั้งตามปกติ” (ลิงก์บันทึก)
🔎 โคแฟคตรวจสอบ: โคแฟคส่งคลิปและข้อความให้ทีมโฆษกกองทัพบกตรวจสอบ และได้รับคำตอบเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2569 ว่าภาพขบวนรถทหารในคลิปเป็นภาพที่ถ่ายในประเทศไทย แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าอยู่ในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 (รับผิดชอบพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก) หรือกองทัพภาคที่ 2 (รับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) และไม่สามารถระบุช่วงเวลาได้เนื่องจากคลิปไม่มีรายละเอียดเพียงพอ
ทีมโฆษก ทบ. เตือนว่าขณะนี้มักมีการนำคลิปเก่าหรือคลิปจากบริบทอื่นมาเผยแพร่ซ้ำซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสถานการณ์
สำหรับข้อความที่อ้างว่า “เขมรยังปวนตามแนวชายแดน” นั้น ทบ.ชี้แจงว่า “ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นมา ยังไม่ปรากฏข้อบ่งชี้ถึงความเคลื่อนไหวที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในฝั่งไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยหน่วยทหารยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติภารกิจตามกรอบความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง” ทีมโฆษก ทบ.ระบุ
จากการตรวจสอบรายละเอียดในภาพ โคแฟคพบว่าด้านข้างของรถทหารมีตัวอักษรไทยสีขาวคล้ายตัวย่อของกองพันทหารขนส่งที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (พัน ขส. 23 บชร.)
เมื่อนำภาพไปค้นหาด้วย Google Lens พบว่าคลิปนี้ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากเป็นภาพจากคลิปที่เคยเผยแพร่มาแล้วตั้งแต่เดือน เม.ย. 2568 ก่อนที่จะมีสถานการณ์การสู้รบไทย-กัมพูชา โดยผู้ใช้โซเชียลมีเดียในต่างประเทศนำคลิปนี้ไปสร้างเนื้อหาเท็จว่าเป็นการสู้รบระหว่างอินเดียกับปากีสถาน
