ศธ. ไม่เคยยกเลิกวิชาประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง จริยธรรม อยู่ในหลักสูตรแกนกลางฯ มาตั้งแต่ปี 2551
กองบรรณาธิการโคแฟค
❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: อนุทินคืนวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และจริยธรรมให้เด็กไทย
❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาสร้างความเข้าใจผิด** กลุ่มวิชาดังกล่าวอยู่ในหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการปี 2551 ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน
📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 17 ก.พ. 2569 มีการเผยแพร่ข้อความในเฟซบุ๊กและ X ว่า “อนุทินคืนวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และจริยธรรม ให้เด็กไทยตั้งแต่ประถม เพื่อสร้างคนดี มีวินัย และรู้ราก เหง้าของชาติ” (ลิงก์บันทึก 1,2)
🔎 โคแฟคตรวจสอบ: จากการตรวจสอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พบว่า วิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและจริยธรรม อยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมมาตลอดตั้งแต่หลักสูตรแกนกลางฯ ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ในปี 2551 มาจนถึงปัจจุบัน
ดังนั้นการใช้คำว่า “คืนวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและจริยธรรมให้เด็กไทย” จึงทำให้เกิดความเข้าใจว่าวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและจริยธรรมเคยถูกนำออกจากหลักสูตรพื้นฐานซึ่งไม่เป็นความจริง
หลักสูตรแกนกลางฯ 2551 กำหนดให้มี 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.6 ต้องเรียน ได้แก่ ภาษาไทย, คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม, การงานอาชีพและเทคโนโลยี, สุขศึกษาและพลศึกษา, ภาษาต่างประเทศ และศิลปะ
ในส่วนของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม ประกอบด้วย 4 สาระหลัก คือ (1) ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม (2) หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม (3) เศรษฐศาสตร์ และ (4) ประวัติศาสตร์

สำหรับโพสต์เฟซบุ๊กและ X ที่อ้างว่าอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี “คืนวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และจริยธรรมให้เด็กไทย” นั้น คาดว่ามีที่มาจากคำให้สัมภาษณ์ของเขาเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2566 เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการลดปัญหาความรุนแรงในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา อนุทินซึ่งขณะนั้นเป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบว่า ได้รับรายงานจาก พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรี ศธ. ว่าวิชาเหล่านี้ควรนำกลับเข้ามาในหลักสูตร เพื่อปลูกฝังเยาวชนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา ให้มีความภาคภูมิใจไทยในประวัติศาสตร์ของชาติไทย หวงแหน รักษา และมีความรักความสามัคคีกัน
โคแฟคตรวจสอบพบว่าเนื้อหาที่สร้างความเข้าใจผิดว่ามีการนำวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและจริยธรรมศึกษาออกจากหลักสูตรนั้นถูกเผยแพร่มาตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ออกมาชี้แจงหลายครั้งว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เช่น
▪ ปี 2564 อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานยืนยันว่า สพฐ. กำหนดให้นักเรียนเรียนวิชาดังกล่าวซึ่งเป็นวิชาที่อยู่ในกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เช่น ให้เรียนวิชาประวัติศาสตร์ตั้งแต่ชั้น ป.1 จนถึงชั้น ม.6 โดยเพิ่มชั่วโมงการเรียนขึ้นไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาจำนวน 120 ชั่วโมง จนถึง 240 ชั่วโมงในระดับที่สูงขึ้น ในส่วนของวิชาหน้าที่พลเมืองได้กำหนดให้เรียนรู้เรื่องรัฐธรรมนูญ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย และปลูกฝังให้นักเรียนรู้จักหน้าที่ของตนเอง หน้าที่ต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ
▪ ปี 2566 เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานชี้แจงว่า สพฐ. จัดการเรียนการสอนวิชาพระพุทธศาสนา วิชาหน้าที่พลเมือง วิชาศีลธรรม และวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ป.1- ม.6) อย่างครบถ้วนมาโดยตลอด ซึ่งเป็นไปตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และย้ำว่า “รายวิชา 4 รายวิชานี้ ไม่ได้หายไปจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของกระทรวงศึกษาธิการแต่อย่างใด”
