โพสต์เตือนภัยเห็ดเข็มทองปนเปื้อนเชื้อโรค สร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการสุ่มตรวจวิเคราะห์ของสถาบันอาหาร
กองบรรณาธิการโคแฟค
❓เนื้อหาที่ตรวจสอบ: โพสต์เฟซบุ๊กระบุ “เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจเห็ดเข็มทองจีนทั่ว กทม. เจอเชื้อลิสทิเรีย 100% ทุกตัวอย่าง”
⚠️ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน** สถาบันอาหารสุ่มตรวจเห็ดเข็มทองที่ขายในกรุงเทพฯ และพบเชื้อลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนสทุกตัวอย่างจริง แต่เป็นการสุ่มตรวจเพียง 5 ตัวอย่าง โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าผลิตในประเทศ 4 ตัวอย่าง และนำเข้าจากจีน 1 ตัวอย่าง
📝เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 26 ต.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก ‘เกษตร นานา’ ผู้ติดตามกว่า 1.1 ล้านบัญชี โพสต์ข้อความว่า “ล่าสุด จนท.สุ่มตรวจ #เห็ดเข็มทองจีน ทั่ว กทม. ผลคือเจอเชื้อลิสทิเรีย 100% ทุกตัวอย่าง” โดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมในคอมเมนต์ว่า “สถาบันอาหารเก็บตัวอย่างเห็ดเข็มทองดิบที่ผลิตในไทยและนำเข้าจากจีน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ร้านค้าในตลาดเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์เชื้อลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนสปนเปื้อน ผลวิเคราะห์พบว่า เห็ดเข็มทองดิบทั้ง 5 ตัวอย่าง พบการปนเปื้อน”
โพสต์นี้ถูกแชร์ไปมากกว่า 12,000 ครั้ง มีสื่อมวลชน เช่น รายการเรื่องเล่าเช้านี้ นำข้อความนี้ไปเสนอข่าว และมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียคัดลอกข้อความไปโพสต์ต่อจำนวนมากในหลายแพลตฟอร์ม ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและ Threads
🔎 โคแฟคตรวจสอบ: วันที่ 28 ต.ค. 2569 สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงทางเพจเฟซบุ๊ก ‘สถาบันอาหาร NFI Connext’ ว่าสถาบันฯ สุ่มเก็บตัวอย่างเห็ดเข็มทองดิบจากร้านค้าในกรุงเทพฯ มาตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐอเมริกา ประกาศเรียกคืนผลิตภัณฑ์เห็ดเข็มทองที่นำเข้าจากจีนเมื่อเดือน พ.ค. 2569 เนื่องจากพบการปนเปื้อนของเชื้อลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนส (Listeria monocytogenes) ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
โดยสถาบันอาหารสุ่มเก็บตัวอย่างจากร้านค้าในกรุงเทพฯ 5 ตัวอย่าง ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าผลิตในประเทศ 4 ตัวอย่าง และนำเข้าจากประเทศจีน 1 ตัวอย่าง ผลการตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการเมื่อวันที่ 9-21 ต.ค. 2569 พบเชื้อลิสทิเรียฯ ในทุกตัวอย่าง
สถาบันอาหารย้ำว่า “ผลการตรวจจากตัวอย่างจำนวนจำกัดในพื้นที่ที่สุ่มเก็บ ไม่สามารถนำไปสรุปแทนเห็ดเข็มทองทั้งหมดที่จำหน่ายในประเทศไทย หรือใช้ระบุว่าเห็ดเข็มทองจากแหล่งผลิตใดมีความเสี่ยงมากกว่ากันได้ จึงจำเป็นต้องมีการตรวจติดตามเพิ่มเติมเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างครอบคลุม”
นอกจากนี้สถาบันอาหารยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อลิสทิเรียฯ และการกินเห็ดเข็มทองให้ปลอดภัยดังนี้
▪️เชื้อ Listeria monocytogenes เป็นแบคทีเรียก่อโรคที่พบได้ในสิ่งแวดล้อมและเจริญเติบโตได้ในอุณหภูมิตู้เย็น จึงอาจพบการปนเปื้อนในอาหารสดและอาหารพร้อมบริโภคแช่เย็น รวมถึงเห็ดเข็มทองดิบ
▪️การกินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อนี้อาจทำให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) มีอาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย ไปจนถึงการติดเชื้อรุนแรง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และหญิงตั้งครรภ์
▪️วิธีบริโภคเห็ดเข็มทองให้ปลอดภัย คือ ปรุงให้สุกทั่วถึง, หลีกเลี่ยงการกินเห็ดเข็มทองดิบ, แยกเก็บเห็ดดิบออกจากอาหารปรุงสุกและอาหารพร้อมบริโภค, ล้างมือและทำความสะอาดอุปกรณ์หลังสัมผัสเห็ดดิบ
📌 ข้อสรุปโคแฟค: สถาบันอาหารสุ่มตรวจวิเคราะห์เห็ดเข็มทองดิบและพบการปนเปื้อนของเชื้อลิสทิเรียฯ ทุกตัวอย่างจริงเมื่อเดือน ต.ค. 2569 แต่เป็นผลการตรวจจากตัวอย่างจำนวนจำกัดเพียง 5 ตัวอย่างในพื้นที่สุ่มเก็บในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าผลิตในไทย 4 ตัวอย่างและนำเข้าจากจีน 1 ตัวอย่าง ดังนั้นข้อความที่ระบุว่า “เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจเห็ดเข็มทองจีนทั่ว กทม.” จึงอาจสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นการสุ่มตรวจเห็ดเข็มทองจากจีนจำนวนมากในพื้นที่ทั่ว กทม.
