‘ปักปากกาลดน้ำหนัก’ อย่างรู้เท่าทัน! เข้าใจการทำงานและความเสี่ยงของยา GLP-1
บัญชา จันทร์สมบูรณ์
โบราณว่า ‘ไก่งามเพราะขน..คนงามเพราะแต่ง’ แต่นอกจากเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายแล้ว รูปร่างที่ดูดีก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนต้องการ การลดความอ้วนจึงเป็นวาระของคนจำนวนไม่น้อย เมื่อบวกกับความต้องการเห็นผลรวดเร็วทันใจ ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม อย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่คำว่า ‘ปักปากกา’ กลายเป็นคำพูดติดปากคนไทย ซึ่งหมายถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก ‘GLP-1’ ในรูปแบบเข็มฉีดยาหน้าตาคล้ายปากกาโดยฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น และไม่เพียงเฉพาะในประเทศไทยแต่เป็นกระแสไปทั่วโลก
รายงานจาก Morgan Stanley บริษัทการเงินข้ามชาติยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ที่เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายน 2568 คาดการณ์ว่า ในปี 2578 มูลค่าตลาดทั่วโลกของผลิตภัณฑ์ GLP-1 อาจสูงถึง 1.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับมูลค่า 7.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากการเปิดตัวยา GLP-1 ชนิดกินเป็นทางเลือกเพิ่มเติมจากชนิดฉีด การถูกบรรจุเข้าไปอยู่ในสิทธิประโยชน์ของระบบประกันสุขภาพในสหรัฐฯ และโอกาสในตลาดของประเทศอื่น ๆ เช่น บราซิล จีน เป็นต้น
ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก GLP-1 คืออะไร?
บทความ ‘GLP-1s 101: What the science says about weight loss, side effects, safety’ โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา อธิบายว่า GLP-1 หรือ Glucagon-like peptide-1 เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายมนุษย์ผลิตขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ ซึ่งจะทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปยังอวัยวะต่าง ๆ เพื่อบอกว่ามีอาหารในกระเพาะเพียงพอต่อการนำไปใช้เมื่อเรารับประทานอาหารจนอิ่ม
อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หรือผู้ป่วยโรคอ้วน ระบบนี้จะทำงานผิดปกติ ทำให้ควบคุมความอยากอาหารและระดับน้ำตาลในเลือดได้ยาก ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงพัฒนายา GLP-1 ขึ้นมาเพื่อเลียนแบบฮอร์โมนดังกล่าว โดยยาจะชะลอการเคลื่อนตัวของอาหารในกระเพาะอาหาร ซึ่งหมายความว่าอาหารจะเคลื่อนตัวจากกระเพาะอาหารไปยังลำไส้ช้าลง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสิ่งนี้จะช่วยให้ร่างกายมีเวลามากขึ้นในการย่อยและดูดซึมสารอาหารจากมื้ออาหาร นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ใช้ยารู้สึกอิ่มนานขึ้นด้วย
นอกจากนั้น หากเป็นคนปกติทั่วไปตับอ่อนจะหลั่งอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่บอกให้ร่างกายดูดซึมกลูโคส (น้ำตาล) จากกระแสเลือด แต่ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน อินซูลินจะไม่ถูกหลั่งออกมาในเวลาที่ควรจะเป็น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ ยา GLP-1 จึงช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินและลดระดับน้ำตาลในเลือด อีกทั้ง GLP-1 ยังออกฤทธิ์ต่อศูนย์ความอิ่มในสมอง บอกให้สมองรับรู้ว่าอิ่มแล้ว ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดความหิวเท่านั้น แต่ยังช่วยลดสิ่งที่ผู้ป่วยหลายคนเรียกว่า ‘เสียงรบกวนจากอาหาร’ ซึ่งก็คือความกังวลใจเกี่ยวกับการกินอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
โจนาธาน บอนเน็ต (Jonathan Bonnet) อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว เวชศาสตร์การกีฬา โรคอ้วน และเวชศาสตร์วิถีชีวิต ให้ข้อสรุปว่า ยานี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาในร่างกายของผู้คน ซึ่งเปลี่ยนความอยากอาหารของพวกเขา เพราะเมื่อคนเราไม่รู้สึกหิวตลอดเวลา ก็จะง่ายขึ้นมากที่จะเลือกรับประทานอาหารที่ดี หรือควบคุมการกินในปริมาณมากน้อยเพียงใด

ในประเทศไทย บทความ ‘ยากลุ่ม GLP-1RA สำหรับโรคเบาหวานชนิดที่ 2’ โดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ยา GLP-1 (หรือชื่อเต็มคือ GLP-1RA , GLP-1 Receptor Agonists) มีทั้งชนิดฉีดและชนิดกิน มีสรรพคุณช่วยลดน้ำตาลผ่านหลายกลไกพร้อมกัน ได้แก่ กระตุ้นการหลั่งอินซูลินเมื่อระดับน้ำตาลสูง ลดการหลั่งกลูคากอน (ฮอร์โมนที่ทำให้น้ำตาลสูงขึ้น) ชะลอการเคลื่อนของอาหารออกจากกระเพาะทำให้รู้สึกอิ่มนาน และออกฤทธิ์ลดความอยากอาหารผ่านสมอง ทำให้รับประทานได้น้อยลง กลไกเหล่านี้ทำให้ยากลุ่มนี้เด่นทั้งด้านการคุมเบาหวานและการลดน้ำหนัก
ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก GLP-1 ปลอดภัยหรือไม่? อะไรบ้างที่ต้องระวัง?
ข้อมูลจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ระบุว่า ยา GLP-1 ได้รับอนุมัติให้ใช้ในสหรัฐฯ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) มานานกว่า 20 ปีแล้ว ในฐานะยารักษาโรคเบาหวาน อย่างไรก็ตาม มีคำเตือนว่าห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดเมดุลลารี หรือผู้ที่มีกลุ่มอาการทางพันธุกรรมที่หายากที่เรียกว่า MEN2 ขณะที่ผลข้างเคียงซึ่งอาจพบในการใช้ยา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก ท้องเสีย กรดไหลย้อน ความรู้สึกกระหายน้ำลดลง ซึ่งอาจทำให้อาการท้องผูกแย่ลงหากผู้ป่วยดื่มน้ำไม่เพียงพอ
เช่นเดียวกับข้อมูลจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่า ผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือ อาการทางทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้อง ท้องเสีย หรือท้องผูก โดยมักพบช่วงเริ่มยาหรือเพิ่มขนาดยา และค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้ อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ทำให้เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไตเรื้อรังหรือผู้สูงอายุ จึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอและสังเกตอาการด้วย
แต่หากมีอาการดังนี้ควรรีบไปพบแพทย์ เช่น ปวดท้องรุนแรงต่อเนื่อง (อาจเกี่ยวกับตับอ่อนอักเสบ) อาการแพ้รุนแรง (หน้าบวม หายใจลำบาก ลมพิษ) หรือท้องผูกอย่างรุนแรงร่วมกับปวดท้อง ท้องอืด อาเจียน นอกจากนี้ หากใช้ร่วมกับอินซูลินหรือยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย อาจเกิดภาวะน้ำตาลต่ำได้ จึงจำเป็นต้องใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์และสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ ที่สำคัญคือ GLP-1 ไม่ใช้รักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และไม่ใช้รักษาภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวาน (Diabetic Ketoacidosid, DKA)
“ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา ผู้ที่มีโรคตาจากเบาหวานอยู่แล้วควรพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการ เพราะการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลที่รวดเร็วอาจสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงอาการทางตาในผู้ป่วยบางราย ยากลุ่มนี้มีผลชะลอการเคลื่อนของอาหารออกจากกระเพาะ หากต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือหัตถการที่ต้องดมยาสลบหรือให้ยากล่อมประสาท ผู้ป่วยบางรายอาจต้องหยุดยาก่อนเข้ารับการผ่าตัด ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งว่าใช้ยากลุ่ม GLP-1 อยู่ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทีมรักษา ไม่ควรหยุดยาเอง” ข้อมูลจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีฯ ระบุ

ที่มา: กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ประเทศต่าง ๆ กำกับดูแลการใช้ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก GLP-1 อย่างไร?
ในสหรัฐฯ FDA ออกคำแนะนำเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ย้ำกับทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ว่า ควรเลือกใช้ยา GLP-1 เฉพาะสูตรหรือชนิดที่ได้รับอนุมัติจาก FDA เท่านั้น ยกเว้นกรณีผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ยาที่ FDA อนุมัติได้และจำเป็นต้องใช้ยาที่ผสมขึ้นมาเป็นสูตรเฉพาะ ผู้ป่วยควรขอใบสั่งยาจากแพทย์และซื้อยาที่ร้านขายยาซึ่งได้รับอนุญาตจากรัฐ และควรปรึกษาแพทย์หากมีข้อสงสัยในการใช้ยาดังกล่าว
ในอังกฤษ สำนักงานกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (MHRA) แนะนำว่า ยาในกลุ่ม GLP-1 ได้รับอนุญาตให้ใช้รักษาโรคเฉพาะเจาะจง “ควรใช้เฉพาะการลดน้ำหนักในกรณีที่เป็นผู้ป่วยน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคเบาหวานเท่านั้น ไม่ควรใช้ในการลดน้ำหนักเพื่อจุดประสงค์ด้านความงาม” อีกทั้งการซื้อยานี้ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ และไม่ควรซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่ไม่มีการควบคุม เช่น ร้านเสริมสวย หรือซื้อผ่านประกาศขายบนสื่อสังคมออนไลน์เนื่องจากมีรายงานพบผู้ได้รับอันตรายจากการใช้ยา GLP-1 ปลอม
ในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พบการรับขึ้นทะเบียนตัวยากลุ่ม GLP-1 ทั้งแบบฉีดและกิน อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 แบบมีข้อเน้นย้ำว่า “ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร เพราะขนาดและ ระยะเวลาในการใช้ยานี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค” นอกจากนั้น กระทรวงสาธารณสุขยังได้ออกประกาศกระทรวงฯ ฉบับที่ 58 กำหนดให้ยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 (GLP-1) ชนิดฉีด เป็นยาควบคุมพิเศษ โดยต้องจ่ายตามใบสั่งแพทย์เท่านั้นด้วย

ที่มา: ช่องยูทูบ ‘Cofact Coform’
ไม่ใช่แค่ใช้ยา..แต่ต้องปรับพฤติกรรมทั้งการกินและออกกำลังกายด้วย
คำแนะนำไม่ว่าจากคณะแพทยศาสตร์ ม.สแตนฟอร์ด, MHRA, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีฯ, อย. รวมถึงองค์การอนามัยโลก (WHO) ย้ำว่าการใช้ยา GLP-1 ต้องทำควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ทั้งการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ควบคุมปริมาณการบริโภคอาหาร และออกกำลังกาย
รศ.ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ อาจารย์ประจำหลักสูตรโภชนาการและการกำหนดอาหาร สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์กับรายการ ‘รวมพลคนเช็คข่าว’ โดยโคแฟค เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2569 ว่า การใช้ปากกาลดน้ำหนักซึ่งเป็นเข็มฉีดตัวยา GLP-1 เข้าไปใต้ผิวหนัง ตัวยาจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกหิวน้อยลง กินอาหารน้อยลง จึงรู้สึกว่าน้ำหนักลดลงด้วย แต่การใช้ยานี้ก็มีผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ไม่สบายตัว จึงควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และใช้เฉพาะผู้ที่มีข้อบ่งชี้ว่าจำเป็นต้องใช้เพื่อช่วยในการลดน้ำหนักเท่านั้น เช่น บางคนร่างกายอ้วนมากจนมีผลต่อการนอนหลับหรือการหายใจ
“ถ้าเกิดเราใช้ยาตัวนี้เอง ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแล ไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอะไรเลย พอเราเลิกใช้ความหิวก็กลับคืนมา เราก็จะกินมากขึ้นเหมือนเดิม มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร หรือถ้าสมมติไม่เป็นอะไร เราสามารถทนได้กับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น เราใช้ไปนาน ๆ ในส่วนตรงนี้ จริง ๆ แล้วอาจกินได้น้อยลง ถ้าเรากินอาหารที่ไม่มีคุณภาพ กินอาหารที่ไม่ดีพอ น้ำหนักตัวที่เราลดลงไม่ได้บอกว่าเป็นน้ำหนักของไขมันที่ลดลง คนที่บอกอ้วนอยากลดไขมัน ร่างกายคนเรามีทั้งไขมันที่เราอยากจะลด มีทั้งกล้ามเนื้อ มีทั้งน้ำและอื่น ๆ สิ่งที่ตามมาคือกล้ามเนื้อเราอาจลดลงไปมาก มันก็จะมีผลเสียถ้าเราไม่ได้รู้จักมันจริง ๆ” รศ.ดร.วันทนีย์กล่าว
รศ.ดร.วันทนีย์ ฝากข้อคิดว่า การที่คนเราน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นไม่ได้เพิ่มอย่างฉับพลัน แต่ค่อย ๆ เพิ่มจนกระทั่งวันหนึ่งเรารู้สึกว่าอ้วน ดังนั้นการลดน้ำหนักก็อาจต้องค่อย ๆ ลดลงเช่นกัน ดังนั้นหากเจอสถานบริการสุขภาพแห่งใดที่โฆษณาเกี่ยวกับการลดน้ำหนักในทำนองว่าเห็นผลเร็วและไม่ต้องกังวลใด ๆ ก็ต้องพิจารณาว่าสถานบริการแห่งนั้นมีความถูกต้องและน่าเชื่อถือเพียงใด
ขณะที่การใช้ยา GLP-1 แม้จะช่วยลดน้ำหนักได้ แต่สิ่งที่ผู้ใช้ต้องตอบให้ได้คือเราต้องการลดน้ำได้อย่างยั่งยืนหรือไม่? อยากจะกลับไปน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากอีกหลังเลิกใช้ยาหรือเปล่า? ซึ่งหากเราไม่ต้องการเป็นแบบนั้นอีกก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยสถานบริการที่น่าเชื่อถือจะมีคำแนะนำทั้งการบริโภคอาหารอย่างไรให้เหมาะสม การรักษากล้ามเนื้อ เพราะน้ำหนักที่ลดจะมีในส่วนของกล้ามเนื้อด้วยไม่ใช่เฉพาะไขมันส่วนเกินอย่างเดียว และการที่กล้ามเนื้อหายไปย่อมส่งผลต่อร่างกายในระยะยาว อาทิ จะเดินไหวหรือไม่ ?
“ถามว่ามันเป็นตัวที่จะช่วยได้ไหม ช่วยได้ แต่ควรจะใช้อยู่ภายใต้การกำกับดูแล การให้คำแนะนำที่เหมาะสม อย่างที่บอกว่าควรจะลดน้ำหนักอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นจริง ๆ” รศ.ดร.วันทนีย์กล่าวย้ำ
หมายเหตุ
ข้อมูลจากสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย (Diabetes Association of Thailand) แบ่งประเภทของโรคเบาหวานไว้ดังนี้
- โรคเบาหวานชนิดที่ 1 (type 1 diabetes mellitus, T1DM) เกิดจากเซลล์ตับอ่อนถูกทำลายจากภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ขาดอินซูลิน มักพบในเด็ก
- โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (type 2 diabetes mellitus, T1DM) เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด ร้อยละ 95 ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด เกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน มักพบในผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนร่วมด้วย
- โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (gestational diabetes mellitus, GDM) เป็นโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ มักเกิดเมื่อไตรมาส 2-3 ของการตั้งครรภ์
- โรคเบาหวานที่มีสาเหตุจำเพาะ (specific types of diabetes due to other causes) มีได้หลายสาเหตุ เช่น โรคทางพันธุกรรม โรคของตับอ่อน โรคทางต่อมไร้ท่อ ยาบางชนิด เป็นต้น
อ้างอิง
- Obesity Drugs Are Scaling Fast : Morgan Stanley , 22 เม.ย. 2568
- GLP-1s 101: What the science says about weight loss, side effects, safety : Stanford Medicine, 29 มิ.ย. 2569
- ยากลุ่ม GLP-1RA สำหรับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 : คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล , 11 ก.พ. 2569
- FDA’s Concerns with Unapproved GLP-1 Drugs Used for Weight Loss : FDA , 15 มิ.ย. 2569
- GLP-1 medicines for weight loss and diabetes: what you need to know , GOV.UK , 5 ก.พ. 2569
- รายการยา Semaglutide ซึ่งเป็นยากลุ่ม GLP-1 : ฐานข้อมูลยาแห่งชาติ , อย.
- อย. ห่วงประชาชนเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ยกระดับ “ปากกาลดน้ำหนัก” เป็นยาควบคุมพิเศษ : อย. 19 มี.ค. 2569
- WHO issues global guideline on the use of GLP-1 medicines in treating obesity : องค์การอนามัยโลก , 1 ธ.ค. 2569
- ปากกา ลดน้ำหนัก ชัวร์หรือมั่วนิ่ม? : Cofact Coform , 21 ก.ค. 2569
- นักวิชาการเตือน “ปากกาลดน้ำหนัก” เป็นยาควบคุมพิเศษ มีอันตรายหากใช้ไม่ถูกวิธีแนะลดน้ำหนักอย่างมีคุณภาพ : Cofact 21 ก.ค. 2569
- โรคเบาหวานคืออะไร , สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย
