ภาพ-ชื่อเยาวชนผู้ต้องหาก่อเหตุยิงที่สยามพารากอนปี 66 ถูกนำมาอ้างเท็จว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิงที่ รร. เทพศิรินทร์ นนทบุรี

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓เนื้อหาที่ตรวจสอบ: ภาพเยาวชนผู้ก่อเหตุยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ** และการเผยแพร่ภาพเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด มีความผิดตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ 

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 7 ส.ค. 2569 หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี บัญชีผู้ใช้ X ได้เผยแพร่ภาพบัตรประจำตัวนักเรียนของเยาวชนชายพร้อมชื่อและนามสกุล โดยเขียนข้อวามในโพสต์ว่าบุคคลในภาพคือนักเรียนที่ก่อเหตุยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ช่วงสายวันนี้ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 คน และบาดเจ็บหลายสิบคน (ข้อมูล ณ เวลา 22.00 น. วันที่ 7 ส.ค. 2569)   

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: จากการตรวจสอบชื่อที่ปรากฏในบัตรประจำตัวนักเรียน พบว่าภาพและชื่อดังกล่าวคือเยาวชนชายอายุ 14 ปี ที่เป็นผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนดัดแปลงก่อเหตุยิงกลางห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2566 ซึ่งเป็นชื่อที่ปรากฏในรายงานข่าวของสื่อหลายสำนัก เหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 5 คน 

สรุปว่าภาพและชื่อของเยาวชนชายนี้ไม่ใช่ผู้ก่อเหตุที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ℹ️ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ห้ามการเผยแพร่ภาพเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด ดังนี้ 

มาตรา 76 เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด ห้ามมิให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมเด็กหรือเยาวชน หรือพนักงานสอบสวนจัดให้มีหรืออนุญาตให้มีหรือยินยอมให้มีการถ่ายภาพหรือบันทึกภาพเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด เว้นแต่เพื่อประโยชน์ในการสอบสวน  

มาตรา 130 ห้ามมิให้ผู้ใดบันทึกภาพ แพร่ภาพ พิมพ์รูป หรือบันทึกเสียง แพร่เสียงของเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือโฆษณาข้อความซึ่งปรากฏในทางสอบสวนของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือในทางพิจารณาคดีของศาลที่อาจทำให้บุคคลอื่นรู้จักตัว ชื่อตัว หรือชื่อสกุล ของเด็กหรือเยาวชนนั้น หรือโฆษณาข้อความเปิดเผยประวัติการกระทำความผิด หรือสถานที่อยู่ สถานที่ทำงาน หรือสถานศึกษาของเด็กหรือเยาวชนนั้น เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลหรือมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ผู้ใดกระทำความผิตตามมาตรานี้ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ