มองปรากฏการณ์และข้อถกเถียงเกี่ยวกับการเผยแพร่ข่าวการเสียชีวิตของ “ฮลุน โซโล่”
กองบรรณาธิการโคแฟค
หมายเหตุ: ณ วันที่เผยแพร่บทความนี้ (3 ส.ค. 2569) ยังไม่มีการระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจน ขอให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และไม่ส่งต่อข้อมูลข่าวสารที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
การเสียชีวิตของ ‘ฮลุน โซโล่’ หรือ บวรทัต เป็งสุข อินฟลูเอนเซอร์หนุ่มสายท่องเที่ยววัย 26 ปี ได้รับการยืนยันโดยเจ้าหน้นาที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ที่มีเขตอำนาจหน้าที่ครอบคลุมถึงจอร์เจีย ช่วงกลางดึกของวันที่ 29 ก.ค. 2569 หลังจากที่เขาขาดการติดต่อกับครอบครัวขณะเดินทางอยู่ในประเทศจอร์เจีย ในเวลาใกล้เคียงกันสื่อมวลชนในจอร์เจียรายงานว่าบวรทัตเสียชีวิตอยู่ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งภายในกรุงทบิลิซี และทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตยังอยู่ครบถ้วน

‘ฮลุน โซโล่’ คือใคร?
จากข้อมูลที่สื่อมวลชนไทยรวบรวมไว้บวรทัตหรือฮลุนมีพื้นเพเป็นชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ และเป็นตัวอย่างของ ‘คนสู้ชีวิต’ อย่างแท้จริง พ่อของบวรทัตเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อเขาอายุได้เพียง 4 ขวบ ส่วนแม่ไม่สามารถติดต่อกับแม่ได้ เขาเติบโตมาโดยมีคุณย่าซึ่งมีอาชีพทำนาเป็นผู้เลี้ยงดู แม้จะมีฐานะยากจน หลายครั้งต้องอาศัยอาหารจากวัด แต่ฮลุนเป็นคนขยันหมั่นเพียร ตั้งใจเรียนหนังสือจนจบ ม.6 ด้วยการสอบได้ที่ 1 ของโรงเรียนประจำอำเภอ
หลังจบ ม.6 ฮลุนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เริ่มต้นชีวิตในเมืองหลวงด้วยการทำงานในโรงงานและเช่าห้องราคาถูกพร้อมกับหาช่องทางเรียนต่อระดับอุดมศึกษา จนได้ทุน ‘จุฬาฯ-ชนบท’ เข้าศึกษาที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยความที่เป็นทุนแบบเต็มจำนวน ทำให้ชีวิตตลอด 4 ปีในมหาวิทยาลัย ฮลุนสามารถเก็บเงินจากการหาอาชีพเสริมทำไปด้วย เช่น แจกใบปลิว สอนพิเศษ ขายของออนไลน์ โดยในวันสำเร็จการศึกษา ฮลุนมีเงินเก็บถึง 4 แสนบาท เป็นทุนสำหรับไล่ตามความฝัน นั่นคือการออกเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ
หากเข้าไปดูคลิปวิดีโอในช่องยูทูบ ‘ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)’ ที่ปัจจุบันมียอดการติดตามกว่า 1 ล้านบัญชี จะพบว่าแต่ละประเทศที่ฮลุนเดินทาง ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่คนทั่วไปมองว่ายากลำบากหรือเสี่ยงอันตรายในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย ปากีสถาน อัฟกานิสถาน โซมาเลีย บุรุนดี ซูดานใต้ อิรัก ฯลฯ รวมถึงบางพื้นที่ของไทยที่ยังมีสภาพทุรกันดาร และทุกคลิปจะเห็นภาพการเข้าไปใช้ชีวิตเหมือนกับคนท้องถิ่นของประเทศนั้นจริง ๆ เช่น กินอาหารริมทาง เดินทางด้วยรถไฟแบบเดียวกับคนท้องถิ่น ทำให้ผู้รับชมได้เห็นภาพวิถีชีวิตราวกับได้ติดตามฮลุนเดินทางไปเที่ยวด้วย ส่วนรายได้จากการทำคลิป ฮลุนนำไปซ่อมแซมบ้านให้คุณย่าและพาคุณย่าไปเที่ยว

ที่มา : ช่องยูทูบ ‘ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)’
ทริปจอร์เจีย ขาดการติดต่อจนกระทั่งพบว่าเสียชีวิต
ในวันที่ 28 ก.ค. 2569 สื่อมวลชนไทยเริ่มรายงานข่าวโดยอ้างอิงข้อมูลจากเฟซบุ๊ก ‘Klose Mos’ ซึ่งเป็นบัญชีของพี่ชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของฮลุนว่าน้องชายขาดการติดต่อไประหว่างเดินทางอยู่ที่ประเทศจอร์เจีย โดยวันสุดท้ายที่เขาได้พูดคุยกับฮลุนคือวันที่ 13 ก.ค. 2569 และหลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงขอให้ผู้ที่อยู่ในจอร์เจียและมีเบาะแสของฮลุนช่วยแจ้งด้วย นำมาสู่ความพยายามของหลายภาคส่วน จนกระทั่งได้รับการยืนยันทั้งจากทางการจอร์เจียและทางการไทยว่าฮลุนเสียชีวิตแล้ว
ดราม่าเรื่อง “ความเหมาะสม” ในการแจ้งข่าวการเสียชีวิตในช่วงที่ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการ
วันที่ 29 ก.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก ‘อาสา พาไปหลง’ ของ ‘ว่านไฉ’ หรือ อคิร วงษ์เซ็ง อินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยว โพสต์ข้อความว่า พบร่างของฮลุนและได้แจ้งกับทางครอบครัวแล้ว ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของฮลุนด้วย และในอีก 1 ชั่วโมงต่อมา ว่านไฉโพสต์ข้อความอีกครั้ง ยืนยันว่าตนได้รับอนุญาตจากครอบครัวของฮลุนให้แจ้งข่าวเรื่องนี้เพื่อให้ทีมต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยเหลือยุติการค้นหา
ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับโพสต์แรกของว่านไฉ ทางเพจ ‘Drama-addict’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า “เรื่องแบบนี้ควรมีมารยาทและเป็นหน้าที่ของทางครอบครัวและสถานทูตที่จะเป็นผู้ให้ข่าวนะครับ ใครคันปากมากขอให้สงบปากสงบคำแล้วอยู่อย่างสงบ” ทำให้เกิดการถกเถียงอย่างดุเดือดถึงความเหมาะสมกรณีบุคคลอื่นออกมาเปิดเผยการเสียชีวิตของฮลุน โซโล่ อย่างไรก็ตาม ในอีก 1 ชั่วโมงต่อมา เพจ Drama-addict ได้โพสต์ข้อความขอโทษว่านไฉ เพราะเข้าใจผิดว่าว่านไฉประกาศก่อนแจ้งให้ญาติผู้เสียชีวิตทราบ และยังโพสต์ซ้ำอีกครั้งในอีก 1 ชั่วโมงให้หลัง

“จริยธรรมสื่อ” ว่าอย่างไรเรื่องการรายงานข่าวการเสียชีวิตของบุคคล?
ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พ.ศ. 2564 ระบุสิ่งที่สื่อมวลชนพึงและไม่พึงกระทำในการรายงานข่าวไว้หลายประการที่เกี่ยวข้องกับข่าวการเสียชีวิตของบุคคล ซึ่งยังไม่คลอบคลุมสถานการณ์ปัจจุบันที่ใคร ๆ ก็รายงานข่าวได้ผ่านอินเตอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ (social media) ไม่ว่าจะเรียกตัวเองว่า อินฟลูเอนเซอร์ (influencer) หรือ ผู้ผลิตเนื้อหา (content creator) แต่ควรใช้แนวทางนี้ไปปฏิบัติเช่นเดียวกับสื่อมวลชนที่เป็นวิชาชีพ เช่น
- ความถูกต้องและข้อเท็จจริง สื่อมวลชนต้องตรวจสอบและไม่แต่งเติมเนื้อหาสาระของข่าวจนคลาดเคลื่อน หรือเกินจากข้อเท็จจริง (ข้อ 5) , สื่อมวลชนต้องละเว้นการเสนอข่าวด้วยความลำเอียงหรือมีอคติเป็นเหตุให้ข่าวนั้นบิดเบือน อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลในข่าวและความเข้าใจผิดในสังคม (ข้อ 6), สื่อมวลชนต้องไม่นำเสนอหัวข้อข่าว พาดหัวข่าว ความนำ และภาพประกอบจนทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปจากสาระสำคัญของข่าว (ข้อ 7)
- การเคารพสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สื่อมวลชนต้องไม่เสนอเนื้อหาข่าวที่อุจาด ลามกอนาจาร หรือน่าหวาดเสียว โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของสาธารณชนอย่างถี่ถ้วน (ข้อ 16), สื่อมวลชนพึงละเว้นการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เว้นแต่กรณีเพื่อประโยชน์สาธารณะ (ข้อ 17), สื่อมวลชนพึงหลีกเลี่ยงการใช้คำที่ไม่สุภาพ หรือเนื้อหาข่าว ที่สื่อความหมายเชิงเหยียดหยาม หรืออยู่ในข่ายประทุษวาจา หรือแสดงนัยเชิงลบ (ข้อ 20)
- ความรับผิดชอบในการแก้ข่าว สื่อมวลชนต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการแก้ไขข้อผิดพลาดอันเกิดจากการเสนอข่าวโดยไม่ชักช้า หากข้อผิดพลาดนั้นส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของบุคคลหรือองค์กร ให้ดำเนินการขออภัยพร้อมกันไปด้วย (ข้อ 23)

(ที่มา: เพจ ‘Royal Thai Embassy, Ankara’ วันที่ 31 ก.ค. 2569)
ข้อถกเถียง “ใครล่าช้า” ทางการไทยหรือจอร์เจีย?
ในช่วงแรก ๆ ที่ข้อมูลชัดเจนแล้วว่าฮลุนเสียชีวิต หนึ่งในคำถามที่ตามมาคือ เหตุใดทางการไทยจึงรับรู้และแจ้งข่าวกับญาติล่าช้า? ซึ่งหากนับจากวันที่ 13 ก.ค. 2569 ซึ่งเป็นวันที่ฮลุนติดต่อกับพี่ชายเป็นครั้งสุดท้ายก่อนหายตัวไป และต่อมาพบว่าเสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค. 2569 ที่ห้องพักในโรงแรมในกรุงทบิลิซี แต่กว่าที่ทางการไทยจะรายงานข่าวนี้คือวันที่ 29 ก.ค. 2569 ช้ากว่าการทำงานของอินฟลูเอนเซอร์ที่ช่วยกันตามหาเสียด้วยซ้ำ รวมถึงมีข่าวลือว่า ทางการไทยทราบเรื่องจากทางตำรวจของจอร์เจียแล้วแต่ยังไม่ดำเนินการใด ๆ
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 31 ก.ค. 2569 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา โพสต์เอกสารจากกระทรวงการต่างประเทศของจอร์เจีย ส่งถึงสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2569 ระบุว่า ในวันที่ 14 ก.ค. 2569 หน่วยงานภายใต้กระทรวงมหาดไทยของจอร์เจีย ได้เริ่มการสืบสวนตามมาตรา 115 แห่งประมวลกฎหมายอาญาของจอร์เจีย เกี่ยวกับการเสียชีวิตของพลเมืองไทย (‘ฮลุน โซโล่’ หรือ บวรทัต เป็งสุข) หลังจากพบร่างของผู้ตาย โดยศพถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชันสูตรตามกระบวนการของแพทย์นิติเวช พร้อมทั้งให้ช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสืบสวนกับสถานทูตไทยไว้ด้วย
ในวันเดียวกัน มังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวของกระทรวงการต่างประเทศว่า เจ้าหน้าที่ของโรงแรมได้พบร่างของผู้เสียชีวิตในช่วงบ่ายของวันที่ 14 ก.ค. 2569 เนื่องจากไม่ได้แจ้งออกจากโรงแรมและคืนห้องพัก (check out) ตามกำหนดเวลา ขณะที่สถานทูตไทยในตุรกีได้รับแจ้งจากทางการจอร์เจีย ภายหลังตำรวจจอร์เจียดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่าง ๆ และประสานข้อมูลผ่านกระทรวงการต่างประเทศของจอร์เจีย
“จริง ๆ แล้วสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ดำเนินการติดต่อกับเครือข่ายชุมชนชาวไทย กับทางกงสุลกิตติมศักดิ์ในจอร์เจียในทันทีที่ปรากฏข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการหายไปของคุณบวรทัต และเมื่อได้รับการยืนยันว่าได้พบร่างผู้เสียชีวิตในการดูแลของทางการจอร์เจียแล้ว ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ ก็ได้ดำเนินการในส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป” อธิบดีกรมการกงสุลกล่าว

พึงระวังข่าวปลอม-ทฤษฎีสมคบคิด ว่าด้วยสาเหตุการเสียชีวิต
ตามรายงานล่าสุดทั้งของสื่อจอร์เจียและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ยังไม่ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตของฮลุน โดย Georgia Today รายงานว่ากระทรวงมหาดไทยของจอร์เจีย ได้เริ่มการสอบสวนภายใต้มาตรา 115 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการยุยงให้ฆ่าตัวตาย
วันที่ 30 ก.ค. 2569 สื่อมวลชนไทยรายงานคำอธิบายจาก พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย ว่ามาตรา 115 ของประมวลกฎหมายอาญาจอร์เจีย เป็นบทบัญญัติทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่ส่งผลให้บุคคลอื่นฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย ผ่านการข่มขู่ การปฏิบัติอย่างโหดร้าย หรือการกระทำใด ๆ ที่กระทบต่อเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้เสียหายอย่างร้ายแรง
“การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทางการของประเทศจอร์เจีย ดำเนินการสอบสวนภายใต้กรอบมาตรา 115 นั้น เป็นเพียงการตั้งข้อสันนิษฐานตามกฎหมาย เพื่อใช้ในการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านรอบทิศทางเท่านั้น ยังไม่ได้เป็นข้อสรุปขั้นสุดท้ายว่า สาเหตุการเสียชีวิตของนายบวรทัตเกิดจากการฆ่าตัวตาย หรือมีบุคคลอื่นกระทำความผิดแต่อย่างใด ซึ่งต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง” พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าว
ขณะที่อีกด้านหนึ่ง สำนักข่าวผู้จัดการ รายงานพบผู้ใช้เฟซบุ๊กรวบรวบข่าวการเสียชีวิตของชาวต่างชาติในประเทศจอร์เจีย มีทั้งชาวรัสเซียที่เสียชีวิตจากการพลัดตกบริเวณอุโมงค์ทางลอด ชาวรัสเซียที่เสียชีวิตซึ่งมีรายงานว่าเคยถูกลักพาตัว โดยเฉพาะชาวอินเดีย 11 คนที่เสียชีวิตในร้านอาหาร ซึ่งกรณีของชาวอินเดีย ทางการจอร์เจียให้ข้อมูลว่าสาเหตุเกิดจากภาวะก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ และไม่พบร่องรอยการใช้ความรุนแรง
อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวย้ำว่า “โพสต์ดังกล่าวเป็นความเห็นและการวิเคราะห์ของผู้เผยแพร่ข้อมูลเท่านั้น โดยแต่ละเหตุการณ์มีข้อเท็จจริงและผลการสอบสวนที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าคดีที่ถูกยกตัวอย่างมีความเชื่อมโยงกับคดีของฮลุน หรือคดีของฮลุนถูกดำเนินการหรือสรุปผลภายใต้มาตรา 115 แต่อย่างใด” โดยสาเหตุการเสียชีวิตของฮลุนยังต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจอร์เจียต่อไป
วันที่ 31 ก.ค. 2569 มังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวของกระทรวงการต่างประเทศ ว่า “สาเหตุการเสียชีวิตของฮลุน โซโล่ ยังอยู่ระหว่างการสืบสวน” ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ได้แจ้งให้ทางครอบครัวของผู้ตายทราบแล้วในรายละเอียดต่าง ๆ รวมทั้งขั้นตอนของทางการจอร์เจีย และจะติดตามกระบวนการสืบสวนอย่างใกล้ชิดเพื่อรายงานให้กระทรวงการต่างประเทศได้รับทราบต่อไป
อนึ่ง ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ทำหนังสือมอบอำนาจส่งมาให้กรมการกงสุล และเมื่อทางกรมฯ ได้รับก็จะดำเนินการรับรองการแปลแอกสาร ก่อนส่งต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา เพื่อดำเนินการออกใบมรณบัตรและประสานงานเรื่องการส่งร่างผู้เสียชีวิต ตลอดจนทรัพย์สินอื่น ๆ กลับประเทศไทยต่อไป
วันที่ 1 ส.ค. 2569 พี่ชายของฮลุนโพสต์ข้อความในบัญชีเฟซบุ๊ก ‘Klose Mos’ แจ้งเตือนว่าทางครอบครัว “ไม่เคยเปิดรับบริจาค และไม่เคยมอบหมายให้บุคคลหรือหน่วยงานใดเปิดรับบริจาคในนามของครอบครัว” หากพบการแอบอ้างหรือการเปิดรับบริจาคโดยใช้กรณีของฮลุน ขอให้ใช้ความระมัดระวัง และอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว
กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญในเรื่องของข้อมูลข่าวสารที่ทุกฝ่ายพึงใช้ความละเอียดอ่อนและระมัดระวังอย่างสูงสุด รวมทั้งการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเสมอตามหลักการที่ว่าความรวดเร็วควรมาพร้อมกับความถูกต้องรวมถึงความเหมาะสมที่อยู่บนหลักของจริยธรรมการสื่อสารในระบบสื่อสังคมออนไลน์ โดยพึงคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ตกเป็นข่าว ผู้สูญเสีย ครอบครัว รวมถึงผลกรกระทบต่อสาธารณะเป็นสำคัญ
อ้างอิง
- Missing Thai blogger found dead in Georgia : Georgia Today 29 ก.ค. 2569
- โพสต์ของสถานทูตไทยประจำตุรกี ระบุได้รับรายงานจากตำรวจจอร์เจียว่าทรัพย์สินของ ‘ฮลุน โซโล่’ ยังอยู่ครบถ้วน , 30 ก.ค. 2569
- เส้นทางชีวิต ตัวตนของ “ฮลุน โซโล่” นักเดินทางผู้สร้างแรงบันดาลใจ และนักสู้ชีวิต : ThaiPBS 30 ก.ค. 2569
- ประวัติ “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยว แบกเป้คนเดียวเดินทางรอบโลก : ไทยรัฐ 28 ก.ค. 2569
- เส้นทางชีวิต ฮลุน โซโล่ เด็กกำพร้าสู้ชีวิต สอบชิงทุนจนเรียน จบจุฬาฯ เก็บเงินทำตามความฝันเพื่อเที่ยวรอบโลกจนสำเร็จ : ข่าวสด 29 ก.ค. 2569
- ช่องยูทูบของฮลุน โซโล่
- ครอบครัวประกาศตามหา “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์ดัง ขาดการติดต่อ หลังเดินทางไปจอร์เจีย : ไทยรัฐ 28 ก.ค. 2569
- โพสต์จากบัญชีเฟซบุ๊ก ‘Klose Mos’ ซึ่งเป็นพี่ชายของ ‘ฮลุน โซโล่’ ระบุได้รับข้อมูลยืนยันการเสียชีวิตของน้องชายแล้ว เมื่อเวลา 01:35 น.30/07/69 ตามเวลาไทย
- โพสต์จากเพจ ‘อาสา พาไปหลง’ แจ้งพบร่างของฮลุน โซโล่ , 29 ก.ค. 2569
- โพสต์จากเพจ ‘Drama-addict’ ตำหนิบุคคลอื่นที่ออกมาเปิดเผยข่าวการเสียชีวิตของฮลุน โซโล่ , 29 ก.ค. 2569
- โพสต์จากเพจ ‘Drama-addict’ ขอโทษว่านไฉ , 29 ก.ค. 2569
- โพสต์จากเพจ ‘Drama-addict’ ขอโทษว่านไฉอีกครั้ง , 29 ก.ค. 2569
- ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พ.ศ. 2564 , สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ
- สถานทูตไทยในตุรกี โพสต์เอกสารแจ้งการเสียชีวิตของฮลุน โซโล่ โดยกระทรวงการต่างประเทศของจอร์เจีย ระบุวันที่ 29 ก.ค. 2569
- โฆษก ตร.ชี้จอร์เจียใช้กระบวนการสอบสวน ม.115 ยังไม่ใช่ข้อสรุปคดี “ฮลุน โซโล่” เสียชีวิต : ช่อง 3 , 30 ก.ค. 2569
- ขุดพิรุธจอร์เจีย! ย้อนรอยต่างชาติดับปริศนาอื้อ สงสัยตัดจบอ้าง ‘ม.115’ ฆ่าตัวตาย ซ้ำรอยเคส ‘ฮลุน’ : ผู้จัดการ 30 ก.ค. 2569
- การแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของกระทรวงการต่างประเทศ , 31 ก.ค. 2569 , สามารถรับชมได้ 30 วัน ตามข้อจำกัดการถ่ายทอดสดของเฟซบุ๊ก
- โพสต์จากบัญชีเฟซบุ๊ก ‘Klose Mos’ ซึ่งเป็นพี่ชายของ ‘ฮลุน โซโล่’ ย้ำครอบครัวไม่มีการเปิดรับบริจาค
