โฆษณา “กล่องประหยัดไฟฟ้า” ยังเกลื่อนแพลตฟอร์มขายของ แม้ กฟน.-ผู้เชี่ยวชาญชี้ชัดว่าหลอกลวง
กองบรรณาธิการโคแฟค
❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: คลิปโฆษณาอุปกรณ์กล่องประหยัดไฟฟ้า
❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ** การไฟฟ้านครหลวง และผู้เชี่ยวชาญเคยออกมาเตือนหลายครั้งว่าอุปกรณ์นี้ไม่ได้ช่วยประหยัดไฟฟ้า**
📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 6 ก.ค. 2569 สมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊ก ‘กลุ่มวิชาชีพช่างไฟฟ้ากำลัง’ โพสต์สอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่เรียกว่า “กล่องประหยัดไฟฟ้า” ที่มีการโฆษณาขายอยู่ในแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ว่า อุปกรณ์ชนิดนี้ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้จริงตามคำโฆษณาหรือไม่ พร้อมกับแนบคลิปโฆษณากล่องประหยัดไฟฟ้าที่อ้างว่า “แค่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ก็ช่วยประหยัดไฟได้เลย อุปกรณ์ตัวนี้จะช่วยลดการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน”
🔎 โคแฟคตรวจสอบ: ดร.สุพรรณ ทิพย์ทิพากร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลกับโคแฟคว่ายังไม่มีหลักฐานทางวิชาการและผลการทดสอบจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ว่าผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้สามารถลดค่าไฟฟ้าในบ้านได้ตามที่กล่าวอ้าง
นอกจากนี้องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคในหลายประเทศได้ทดสอบอุปกรณ์ประเภทนี้แล้วพบว่าไม่สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ตามทีโฆษณา และเตือนว่าผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
ดร.สุพรรณอธิบายเพิ่มเติมว่าแม้อุปกรณ์บางรุ่นอาจอาศัยหลักการปรับปรุง Power Factor (PF) หรือชดเชยกำลังไฟฟ้ารีแอกทีฟ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้ในระบบไฟฟ้าอุตสาหกรรมบางประเภท แต่สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน มิเตอร์ไฟฟ้าจะคิดค่าไฟจาก พลังงานไฟฟ้าจริง (Active Energy; kWh) ดังนั้น การปรับปรุงค่า PF เพียงอย่างเดียวจึงไม่ทำให้พลังงานไฟฟ้าที่เครื่องใช้ไฟฟ้าใช้จริงลดลง และโดยทั่วไปไม่ทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ก่อนหน้านี้ทั้งการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สภาองค์กรของผู้บริโภค รวมถึงเพจ ‘อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์’ ของ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เคยออกมาเตือนหลายครั้งว่าอุปกรณ์ประเภทนี้เป็นเรื่องหลอกลวง
เอกสารข่าวของ กฟน. ที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ระบุว่า “อุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้จริงตามที่กล่าวอ้าง…ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ อีกทั้งหากนำอุปกรณ์นี้มาใช้อาจส่งผลให้ระบบไฟฟ้าผิดปกติหรือกระทบต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งอาจมีความผิดตามกฎหมาย”
โคแฟคตรวจสอบแพลตฟอร์มขายของออนไลน์พบว่าปัจจุบันยังมีร้านค้าที่เผยแพร่โฆษณาและขาย “กล่องประหยัดไฟฟ้า” จำนวนมาก ทั้งในรูปแบบคลิปวิดีโอและภาพโฆษณาพร้อมคำกล่าวอ้าง เช่น “จดสิทธิบัตรในเยอรมนี” “ข้อมูลทางสถิติ สามารถประหยัดไฟฟ้าได้ 1,000 kWh ต่อปี” และ “โรงงานใหญ่ในไทยก็ใช้กัน ประหยัดค่าไฟได้ 1,000,000 บาทต่อปี” โดยราคาสินค้าอยู่ระหว่าง 90-480 บาทต่อชิ้น
ดร.สุพรรณแนะนำว่าวิธีการประหยัดไฟที่มีประสิทธิภาพคือการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง เช่น ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ การปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม และการลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น
