ภาพมัมมี่เด็กในพิพิธภัณฑ์ที่โบลิเวีย ถูกนำมาอ้างเท็จว่าเป็นร่างเด็กที่เสียชีวิตในกาซา
กองบรรณาธิการโคแฟค
❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: ภาพร่างเด็กหญิง 2 รายที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลในกาซาและติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังนาน 2 เดือน
❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ** เป็นภาพมัมมี่เด็กในพิพิธภัณฑ์ที่ประเทศโบลิเวีย
📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 18 เม.ย. 2569 บัญชีเฟซบุ๊ก “Romlee Yusoh” โพสต์ภาพ 2 ภาพ ภาพซ้ายเป็นเด็กหญิงสองคนสวมเสื้อและกางเกงสีชมพู ภาพขวาเป็นภาพคล้ายศพเด็ก 2 ร่าง มีคำบรรยายว่า “หนูน้อยสองคนจากกาซาถูกพบหลังจากผ่านไปสองเดือน ใต้ซากปรักหักพังของบ้านพวกเธอ ที่ถูกโจมตีโดยกองทัพอิสราเอล” ทำให้เข้าใจว่าเป็นภาพศพนั้นคือร่างของเด็กหญิงทั้งสองคน (ลิงก์บันทึก)
โพสต์นี้ถูกแชร์ไปเกือบ 500 ครั้ง ณ วันที่ 20 เม.ย.
🔎 โคแฟคตรวจสอบ: จากการค้นหาด้วย Google Lens พบว่าภาพร่างเด็กสองรายเป็นมัมมี่เด็กที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Casa Nacional de Moneda ในเมือง Potosí ประเทศโบลิเวีย โดยช่างภาพอิสระชื่อ Tanya Knight เผยแพร่ภาพนี้บน Flickr ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแชร์ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2549 พร้อมคำบรรยายว่า “มัมมี่เด็กชาวสเปนสมัยศตวรรษที่ 18 ที่พิพิธภัณฑ์กษาปณ์แห่งชาติโบลิเวีย”

ภาพมัมมี่เด็กที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกเผยแพร่โดยช่างภาพที่เป็นสมาชิก Flickr อีกหลายราย รวมถึงนักท่องเที่ยวที่โพสต์ภาพในโซเชียลมีเดียและ Google Maps
เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2564 สำนักข่าว El Potosi สื่อท้องถิ่นของเมือง Potosi โบลิเวียเผยแพร่ภาพมัมมี่เด็กประกอบรายงานข่าวว่าพิพิธภัณฑ์กษาปณ์ฯ จัดกิจกรรมเที่ยวพิพิธภัณฑ์กลางคืนโดยพาชมห้องและสิ่งของจัดแสดงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมงานศพ
ภาพเหล่านี้ยืนยันได้ว่าร่างของเด็กทั้งสองไม่ใช่เด็กที่เสียชีวิตจากสงครามในฉนวนกาซา
ส่วนภาพซ้ายซึ่งเป็นภาพเด็กหญิง 2 คนนั้นโคแฟคยังไม่สามารถยืนยันที่มาและข้อมูลเกี่ยวกับภาพได้ แต่พบว่าภาพนี้เคยถูกเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. 2567 โดยบัญชีอินสตาแกรม “ahmedreesan” บรรยายภาพเป็นภาษาอาหรับใช้เครื่องมือแปลภาษาได้ว่า “ฝาแฝดจากตะวันออกกลาง” แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใด ๆ เพิ่มเติม
เนื้อหาเท็จที่นำภาพเด็กหญิงและมัมมี่เด็กจากพิพิธภัณฑ์ในโบลิเวียมาเผยแพร่เพื่อสร้างความเข้าใจผิดว่าเป็นภาพศพของเด็กกาซาที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางในหลายประเทศหลายภาษารวมทั้งในอินโดนีเซีย ซึ่งสำนักข่าว Kompas ของอินโดนีเซียเคยตรวจสอบเนื้อหานี้เมื่อเดือน พ.ค. 2568 และสรุปว่าว่าเป็นเนื้อหาเท็จ
