“น้ำมันที่เข้าลาวทั้งหมดส่งไปเขมร” เป็นข้อมูลที่ไม่มีแหล่งอ้างอิง ไม่สอดคล้องกับข้อมูลทางการลาว-ไทย

กองบรรณาธิการโคแฟค

❓เนื้อหาที่ตรวจสอบ: ไพศาล พืชมงคลระบุว่าลาวไม่ขาดแคลนน้ำมันเพราะซื้อจากจีน และน้ำมันที่ไทยส่งออกไปลาวทั้งหมดถูกส่งต่อไปกัมพูชา  

📌  ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: เป็นการสรุปของผู้พูดโดยไม่มีข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ และไม่สอดคล้องกับข้อมูลของทางการลาวที่ระบุว่านำเข้าน้ำมันจากไทยร้อยละ 97 และนำเข้าจากจีนไม่ร้อยละ 0.3

📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 29 มี.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก “13 สยามไทย” โพสต์คลิปวิดีโอสัมภาษณ์ ไพศาล พืชมงคล นักวิเคราะห์การเมือง ฝังข้อความ “ประเทศลาวใช้ น้ำมันจากจีน น้ำมันที่เข้าลาว ทั้งหมดส่งไปเขมร” (ลิงก์บันทึก)

ไพศาลระบุว่าลาวไม่ขาดแคลนน้ำมันและไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันจากไทยเนื่องจากมีความสัมพันธ์อันดีกับจีน จึงซื้อน้ำมันจาก Sinopec  บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของจีนได้ในราคาถูก ดังนั้นการส่งออกน้ำมันจากไทยทั้งหมดคือการส่งไปกัมพูชา

🔎 โคแฟคตรวจสอบ: คลิปนี้เป็นคำพูดของไพศาลในรายการ “รู้ทันการเมืองไทย” ความยาวประมาณ 1 ชั่วโมงที่เผยแพร่ทางช่องยูทูบ “13Siamthai TVHD” เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2569 โดยอ้างว่าได้ข้อมูลจาก “ชาวลาวและชาวไทยในลาว”  

โคแฟคพบว่าคำพูดของไพศาลไม่สอดคล้องกับข้อมูลของทางการลาวและไทย รวมทั้งรายงานของสำนักข่าวที่เชื่อถือได้ จากการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงของลาวพบข้อมูลดังนี้

▪️The Laotian Times สำนักข่าวใน สปป.ลาว รายงานเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 ว่าประชาชนยังคงประสบปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่รัฐบาลแก้ปัญหาด้วยการทำสัญญาซื้อน้ำมันจากเวียดนาม 50 ล้านลิตรเมื่อวันที่ 21 มี.ค. และทำข้อตกลงซื้อน้ำมันดีเซลอีก 14 ล้านลิตรจากบริษัทน้ำมันในต่างประเทศซึ่งทางการลาวยังไม่เปิดเผยชื่อ แต่ยืนยันว่าจะมีน้ำมันเข้ามาไม่เกินกลางเดือน เม.ย. 2569 

สื่อลาวรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากกรมการค้าระหว่างประเทศของ สปป.ลาวว่าในปี 2568 ลาวน้ำเข้าน้ำมันจากไทยมากเป็นอันดับ 1 และเป็นสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 97.1 รองลงมาคือเวียดนาม สิงคโปร์และจีนที่ร้อยละ 1.26, 1.24 และ 0.32 ตามลำดับ

ทั้งนี้ Laotian Times เคยรายงานเมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้วว่ารัฐบาลลาวลงนามในสัญญาซื้อน้ำมันจากบริษัท Sinopec Hong Kong ของจีนเมื่อเดือน พ.ค. 2566 และพิธีส่งมอบน้ำมันล็อตแรกในเดือนต่อมา

▪️Channel News Asia ของสิงคโปร์รายงานเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2569 ว่า สปป.ลาว นำเข้าน้ำมันเกือบทั้งหมดจากไทย แต่ช่วงปลายเดือน ก.พ. 2569 ไทยระงับการส่งออกน้ำมันส่งผลให้ชาวลาวแห่กันไปซื้อน้ำมันจนปั๊มน้ำมันในกรุงเวียงจันทน์ไม่มีให้บริการในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง แม้ต่อมาไทยจะกลับมาส่งน้ำมันให้ลาวอีกครั้ง แต่พบว่าปั๊มน้ำมันยังมีประชาชนมาต่อแถวเติมยาวเหยียดและน้ำมันยังถูกจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว ทางการลาวจึงต้องสั่งห้ามซื้อขายน้ำมันที่เข้าข่ายกักตุน เช่น การเติมใส่แกลลอน  

▪️กลางเดือน มี.ค. 2569 สำนักข่าวบลูมเบิร์กและรอยเตอร์สรายงานตรงกันว่าบรรดาบริษัทน้ำมันในจีนมีแผนลดกำลังผลิตลง  และบริษัท Sinopec มีแผนลดกำลังการผลิตลงร้อยละ 10 รอยเตอร์สระบุว่าทางการจีนเรียกร้องให้โรงกลั่นระงับการลงนามในสัญญาใหม่เพื่อส่งออกเชื้อเพลิง และพยายามยกเลิกการจัดส่งที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว

สำหรับประเด็นที่ไพศาลอ้างว่า “น้ำมันที่เข้าลาวทั้งหมดส่งไปเขมร” นั้น ก่อนหน้านี้ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกชี้แจงเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 ว่ามาตรการควบคุมการส่งออกน้ำมันไปยัง สปป.ลาว ผ่านจุดผ่านแดนถาวรตามแนวชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี ยังคงมาตรฐานการตรวจสอบและควบคุมการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงร่วมกับทุกภาคส่วน รวมถึงทางการ สปป.ลาว อย่างเข้มงวด “ที่ผ่านมายังไม่พบการลักลอบจำหน่ายน้ำมันไปยังประเทศกัมพูชา”