แพทย์ชี้พาดหัวข่าวสร้างความเข้าใจผิด คนผมหงอกไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง
กองบรรณาธิการโคแฟค
❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: ผมหงอกแปลว่าร่างกายกำลังต่อสู้กับมะเร็ง
❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาบิดเบือน** งานวิจัยแสดงผลการศึกษาเซลล์สร้างเม็ดสีผมและโอกาสการเกิดมะเร็งเม็ดสี ไม่เกี่ยวข้องกับมะเร็งชนิดอื่น ๆ
📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 27 ต.ค. 2568 สื่อออนไลน์ในไทย เช่น ข่าวสดและ Sanook เผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผมหงอกกับโรคมะเร็ง โดยข่าวสดพาดหัวข่าวว่า “งานวิจัยใหม่เผย ผมหงอกไม่ได้แปลว่าแก่เสมอไป แต่ร่างกายกำลังต่อสู้มะเร็ง” เนื้อหาอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์จีนที่ระบุว่างานวิจัยล่าสุดของนักวิจัยมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นพบว่าการที่ผมเปลี่ยนเป็นสีขาวอาจเป็นปฏิกิริยาป้องกันตามธรรมชาติของร่างกายเพื่อยับยั้งการกลายเป็นมะเร็ง โพสต์เฟซบุ๊กจำนวนมากที่พาดหัวด้วยข้อความลักษณะนี้มียอดแชร์รวมกันมากกว่า 14,000 ครั้ง
🔎 โคแฟคตรวจสอบ: โคแฟคตรวจสอบเนื้อหาจากเว็บไซต์จีนที่สื่อไทยอ้างอิงและพบว่าบทความภาษาจีนดังกล่าวอ้างงานวิจัยชื่อ “Antagonistic stem cell fates under stress govern decisions between hair greying and melanoma” หรือแปลเป็นไทยได้ว่า “การศึกษาการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ต้นกำเนิดระหว่างการเกิดภาวะผมหงอกหรือมะเร็งเมลาโนมาภายใต้ปัจจัยควบคุม” ตีพิมพ์บนเว็บไซต์วารสาร Nature Cell Biology เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2568
นพ. ธนีย์ ธนียวัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด วิกฤตบำบัด และการปลูกถ่ายปอดจากสหรัฐฯ อธิบายงานวิจัยนี้บนช่อง YouTube ชื่อ DoctorTany เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2568 ว่าเมื่อใช้รังสียูวีบีหรือสารเคมีบางชนิดเข้าไปรบกวนเซลล์ต้นกำเนิดเมลาโนไซต์ (McSCs) ที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดสีบริเวณรากผม เซลล์ต้นกำเนิดจะยังคงแบ่งตัวต่อไปแม้ดีเอ็นเอได้รับความเสียหาย ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเมลาโนมาซึ่งเป็นมะเร็งผิวหนังชนิดร้ายแรง โดยงานวิจัยนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จะทำให้เกิดมะเร็งเมลาโนมาเสมอไป และไม่มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งชนิดอื่น ๆ
ดังนั้น จึงสรุปได้ว่าภาวะผมหงอกและโรคมะเร็งไม่มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง กล่าวคือคนผมหงอกไม่ได้แปลว่าเป็นโรคมะเร็ง และคนที่ไม่มีผมหงอกก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีโอกาสเป็นมะเร็ง
