เปิดโปงขบวนการไอโอ สงครามข้อมูลลวงที่คนไทยต้องรู้เท่าทัน

วันที่ 3 มีนาคม 2569 รายการ “โคแฟคสนทนา: รวมพลคนเช็กข่าว EP.31” ได้มีการเสวนาหัวข้อ “IO – OMG! ไอโอคืออะไร แล้วเราจะเท่าทันได้อย่างไร?” โดยมีผู้เชี่ยวชาญร่วมวิเคราะห์เจาะลึกถึงเบื้องหลังปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่กำลังสร้างความปั่นป่วนในสังคมไทยและระดับสากล

ผศ.ดร.จันจิรา สมบัติพูนศิริ  นักวิชาการประจำสถาบัน German Institute of Global and Area Studies (GIGA) และสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันเราอยู่ในโลกที่ข้อมูลข่าวสารถูกใช้เป็นอาวุธ โดยคำว่า IO หรือ Information Operation ในทางวิชาการเรียกว่า Influence Operation คือการตั้งใจปั่นข้อมูลข่าวสารเพื่อสร้างอิทธิพลต่อความรับรู้ของประชาชน ผ่านกลลวงทั้งในเชิงเนื้อหา (Content) ที่อาจไม่ใช่การโกหก 100% แต่เป็นการบอกความจริงเพียงครึ่งเดียวหรือบิดเบือนประวัติศาสตร์ และการฉวยใช้กลไกอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อให้ข้อมูลเหล่านั้นปรากฏต่อสายตาสาธารณชนในวงกว้าง

ดร.จันจิรา ได้แนะวิธีสังเกตบัญชีไอโอว่ามักจะมีพฤติกรรมที่ผิดปกติเช่น การโพสต์เนื้อหาเดียวกันซ้ำๆ ในหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน(Cross-platform) การโพสต์ในช่วงเวลาที่คนปกติหลับนอน หรือบัญชีที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในช่วงใกล้การเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยี AI หรือ Generative AI ในการสร้างรูปโปรไฟล์ที่ดูเหมือนคนจริงจน Google Reverse Image Search ก็จับไม่ได้ รวมถึงการใช้ AI ช่วยผลิตคำด่าทอที่ดูเป็นธรรมชาติเพื่อใช้ในการ “ทัวร์ลง” หรือโจมตีเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

ในประเด็นเรื่องงบประมาณภาษีของประชาชน ดร.จันจิรา ยอมรับว่ามีหลักฐานสาธารณะที่ชี้ให้เห็นว่าภาครัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการนี้ แม้จะไม่มีการระบุงบประมาณโดยตรงว่าใช้เพื่อทำ IO โจมตีผู้เห็นต่าง แต่สามารถสังเกตได้จากงบด้านความมั่นคงที่แฝงมาในรูปแบบการอบรม การใช้สื่อหรือการประชาสัมพันธ์ที่ผิดปกติ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลการฟ้องร้องของภาคประชาชนที่พบว่าผู้ถูกกระทำมักเป็นบุคคลที่อยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังของรัฐ

ด้าน คุณสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง COFACT ระบุว่าในยุคที่สงครามข้อมูลข่าวสารรุนแรง การตั้งรับเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะยอดการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-check) มักตามไม่ทันยอดการปั่นข่าวลือ สิ่งที่ทำได้คือการสร้างภูมิคุ้มกันให้พลเมืองมีความสงสัยและไม่หลงเชื่ออะไรง่ายๆ โดยเฉพาะเนื้อหาที่ดูรุนแรงเกินจริง ขณะเดียวกันก็ต้องผลักดันให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแสดงความรับผิดชอบในการจัดการกับบัญชีที่ถูกจัดตั้งมาเพื่อลวงการรับรู้

ท้ายที่สุด ดร.จันจิรา เสนอว่าสังคมไม่ควรยอมรับว่าการทำ IO เป็นเรื่องปกติของภาครัฐ และสเต็ปถัดไปคือการตรวจสอบผ่านกลไกรัฐสภาเพื่อตัดงบประมาณที่นำไปใช้ในทางที่ผิด รวมถึงยุบหน่วยงานไซเบอร์ที่ไม่จำเป็น เนื่องจากรัฐควรสร้างความชอบธรรมผ่านผลงานและการสื่อสารที่โปร่งใส ไม่ใช่อาศัยปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสารมาสร้างความชอบธรรมแบบหลวมๆ เพื่อมอมเมาประชาชน