“ใส่หน้ากากอนามัยนาน ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูง” เนื้อหาเท็จที่ถูกแชร์ตั้งแต่ยุคโควิด-19
กองบรรณาธิการโคแฟค
❓ เนื้อหาที่ตรวจสอบ: ใส่หน้ากากอนามัยนานทำให้เกิดภาวะคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูงและเลือดเป็นกรด
❌ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง: **เนื้อหาเท็จ** เป็นข่าวลวงวนซ้ำตั้งแต่ยุคการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2563
📝 เนื้อหาโดยสรุป: วันที่ 30 ม.ค. 2569 บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Jompoj Pijitpakdeekul แชร์โพสต์ภาษาต่างประเทศที่เตือนให้หลีกเลี่ยงการใส่หน้ากากอนามัยพร้อมข้อความว่า “หากยังใส่อยู่ ถือว่าท่านช่วยลดประชากรโลก” โดยโพสต์ต้นทางระบุว่าการหายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือลมหายใจออกของตัวเองกลับเข้าไปซ้ำ ๆ จะทำให้เกิดภาวะคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูงจนเลือดมีสภาวะเป็นกรดได้ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการมึนงง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย สับสน หรืออาจถึงกับเสียชีวิต (ลิงก์บันทึก)
🔎 โคแฟคตรวจสอบ: โคแฟคพบว่าคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับอันตรายจากการใส่หน้ากากอนามัยเริ่มเผยแพร่บนโลกออนไลน์ตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ครั้งแรกในปี 2563 และยังถูกแชร์ซ้ำจนถึงปัจจุบันโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ต่อต้านการฉีดวัคซีนในหลายประเทศ
พล.ต.ต.นพ. ธนิต จิรนันท์ธวัช อายุรแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ กล่าวในรายการชัวร์ก่อนแชร์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2563 ว่าการหายใจผ่านหน้ากากอนามัยไม่ได้ทำให้ร่างกายได้รับก๊าซชนิดใดเพิ่มขึ้นหรือลดลง เนื่องจากอัตราส่วนของก๊าซแต่ละอย่างในอากาศมีปริมาณคงที่ และยังอธิบายว่าภาวะเลือดเป็นกรดซึ่งเกิดจากคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูง (Hypercapnia) นั้นมีสาเหตุหลักมาจากโรคปอด โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง โรคภาวะหายใจล้มเหลว โรคกล้ามเนื้อหายใจอ่อนแรง และการใช้ยากดการหายใจ และยังไม่มีรายงานการเสียชีวิตจากภาวะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คั่งในเลือดเพราะการใส่หน้ากากอนามัยตามคำกล่าวอ้าง
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.นพ. ธนิต กล่าวว่าการใส่หน้ากากอนามัยเป็นระยะเวลานานอาจทำให้เกิดอาการปวดตึงกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะและใบหน้าจากการดึงรั้งของสายรัด โดยเฉพาะหน้ากากประเภท N95 ที่มักใช้ในทางการแพทย์และอุตสาหกรรม รวมถึงเพื่อใส่ป้องกันฝุ่น pm2.5 ทำให้ผู้สวมใส่ต้องใช้แรงในการหายใจมากกว่าปกติ จึงควรสังเกตตัวเองหากมีอาการปวดศีรษะและเหนื่อยล้า และควรออกไปพักสูดอากาศในที่ที่อากาศถ่ายเทจนหายเหนื่อยจึงกลับมาสวมใส่หน้ากากใหม่
ขณะที่รายงานตรวจสอบข้อเท็จจริงของรอยเตอร์สที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2563 อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกาว่า ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สะสมระหว่างใส่หน้ากากอนามัยนั้นอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายสำหรับคนทั่วไป และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่การใส่หน้ากากอนามัยจะทำให้เกิดภาวะคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูง
