เงื่อนไข “เปิดประเทศ” รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ นำร่อง “ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์”

Editors’ Picks
มีเนื้อหาที่เป็นจริง

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กาลโหม ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์นายกรัฐมนตรี “ตั้งเป้าประเทศไทยต้องเปิดประเทศภายใน 120 วัน” และนำแนวทางการเปิดประเทศเข้าหารือในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ก่อนมีมติเห็นชอบไปเป็นที่เรียบร้อย

กองบรรณาธิการเฉพาะกิจ TJA&Cofact ได้รวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เสนอเข้าสู่ที่ประชุม ศบค. ซึ่งกำหนดแผนการเปิดประเทศในปี 2564 ไว้เป็นระยะ ๆ ไล่เรียงไปจากพื้นที่ที่มีความพร้อม และเงื่อนไข ข้อปฏิบัติต่าง ๆ โดยเริ่มต้นจากจังหวัดภูเก็ต เป็นลำดับแรก ซึ่งจะนำร่องเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2564 เป็นต้นไป ผ่านมาตรการที่ชื่อว่า “ภูเก็ต แซนด์บ๊อกซ์” (Phuket Sandbox)

เรื่องนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดทำข้อเสนอให้ที่ประชุม ศบค. เห็นชอบในหลักการ โดยกำหนดระยะเวลาไว้ในช่วงไตรมาสที่ 3 (ก.ค. – ก.ย.2564) เป็นระยะแรกเริ่มต้นจาก Phuket Sandbox ในวันที่ 1 ก.ค.2564 ซึ่งเป็นการเปิดพื้นที่ทั้งเกาะให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบเดินทางเข้ามาได้

ส่วนพื้นที่ต่อไป คือ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะเปิดตามมาในอีกไม่นานนัก โดยประเมินผลการจัดทำ Phuket Sandbox ในระยะหนึ่ง หากไม่มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นจนน่ากังวล ในวันที่ 15 ก.ค. 2564 ทั้ง 3 เกาะแห่งนี้จะจัดทำทำเป็น “Sealed routes” หรือกำหนดเส้นทางเฉพาะที่นักท่องเที่ยวสามารเดินทางไปได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

จากนั้นในเดือน ส.ค.นี้ จะขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ  ที่มีลักษณะเป็นเกาะเช่นเดียวกัน คือ เกาะพีพี เกาะไหง และไร่เล ของจังหวัดกระบี่ และเขาหลัก และเกาะยาว ในจังหวัดพังงา

ขณะที่ในเดือน ก.ย.2564 จะมีพื้นที่อื่น ๆ อีก 3 แห่ง คือ จังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุม อำเภอเมือง แม่ริม แม่แตง และดอยเต่า จังหวัดชลบุรี ครอบคลุม เมืองพัทยา ใน 2 อำเภอ คือ บางละมุง และสัตหีบ และจังหวัดบุรีรัมย์ ครอบคลุมอำเภอเมือง และสนามช้างอารีนา เพื่อรับการแข่งขันโมโตจีพี

ส่วนพื้นที่สุดท้ายคือในช่วงเดือน ต.ค.นี้ จะเปิดกรุงเทพฯ ชะอำ และหัวหิน อีก 3 พื้นที่เพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อไป โดยทุกพื้นที่ ททท. จะต้องจัดทำข้อกำหนดกลาง​มาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure : SOP) นำเสนอกระทรวงสาธารณสุข และการประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19 (ศปก.ศบค.) พิจารณาด้วย

เรามาดูเงื่อนไขของการเข้ามาในประเทศสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกันบ้าง โดยยึดตามมติของที่ประชุม ศบค. ที่ออกเงื่อนไขมาค่อนข้างรัดกุมและมีขั้นตอนค่อนข้างมาก ซึ่งเราจะขอหยิบยกมาในกรณีของ Phuket Sandbox เริ่มตั้งแต่ก่อนเข้ามา นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามกฎเหล็ก 8 ข้อ ดังนี้

  1. นักท่องเที่ยวต้องเดินทางมาจากกลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำ และปานกลาง ซึ่งเป็นไปตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข กำหนด
  2. นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องพำนักอยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ และปานกลาง อย่างน้อย 21 วันก่อนเดินทาง ทั้งนี้เพื่อป้องกันนักท่องเที่ยวแอบเดินทางมาจากประเทศอื่น แล้วมาขึ้นเครื่องบินในประเทศที่กำหนดไว้ก่อนจะบินตรงมาประเทศไทย
  3. คนไทย และต่างชาติ ที่มีถิ่นพำนักในไทย ต้องเดินทางกลับมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ และปานกลางเท่านั้น
  4. การได้รับวัคซีนที่ได้รับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ WHO ครบ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประเภทของวัคซีน เช่น ซิโนแวค 2 เข็ม โดยการฉีดวัคซีนมานั้น จะต้องฉีดแล้วอย่างน้อยเป็นเวลา 14 วัน และต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน (Vaccine Certificate) ถูกต้องตามมาตรฐาน
  5. กรณีที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ให้เดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองได้
  6. กรณีที่นักท่องเที่ยวเคยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต้องได้รับวัคซีนครบตามกำหนด อย่างน้อย 14 วัน ถึงจะเดินทางมาได้
  7. มีการตรวจโควิด-19 (COVID-19 Free) ภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อนำมายืนยันก่อนเดินทาง
  8. มีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมโควิด-19 วงเงินคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ

เมื่อเตรียมตัวพร้อมภายใต้ 8 เงื่อนไขนี้แล้ว ก็ให้นักท่องเที่ยวยื่นเอกสาร และรับใบอนุญาตเดินทางเข้าประเทศ (Certificate of Entry : COE) โดยการขอ COE ให้จองตั๋วเครื่องบินก่อน แล้วจองโรงแรม SHA+ หรือ SHA แล้วยืนยันผลการอนุมัติพร้อมเอกสาร COE และลงทะเบียนผ่านทาง www.entrythailand .go.th จากนั้นจึงเดินทางเข้ามาในประเทศไทย และต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่ ศบค. ประกาศเอาไว้

ทั้งนี้เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาถึงประเทศไทย และมาถึงสนามบินภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อย ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อที่สนามบินทันที และนักท่องเที่ยวต้องติดตั้งแอปพลิเคชันหมอชนะ ภาษาอังกฤษ และเดินทางเข้าที่พัก ที่มีมาตรฐาน SHA+ ตามที่ ททท. กำหนด ด้วยพาหนะที่จัดไว้ โดยในระหว่างนี้ต้องรอผลตรวจอยู่ในห้องพักเท่านั้น หากผลตรวจไม่พบเชื้อ ก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตได้

ในระหว่างนี้นักท่องเที่ยวจะต้องอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอย่างน้อย 14 คืน แต่ถ้านักท่องเที่ยวต้องการเดินทางกลับก่อน 14 วัน สามารถทำได้ โดยต้องเดินทางด้วยเที่ยวบินตรงออกนอกราชอาณาจักร มาแวะที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ ส่วนผู้ที่ยังอยู่พักตามกำหนด จะมีการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ตามระยะเวลาที่เข้าพัก อีก 2 ครั้ง คือในวันที่ 6-7 และวันที่ 12-13 หากไม่พบก็เดินทางไปเที่ยวพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศไทยได้ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้รับเอกสารหลักฐานการควบคุมโรค นำไปแสดงกับจังหวัดปลายทางว่าผ่านการตรวจหาเชื้อ และทำตามข้อกำหนดต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ขั้นตอนจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และททท. จะนำรายละเอียดให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเพื่อให้ทันเปิดรับวันที่ 1 ก.ค.นี้ โดยในระยะแรกจังหวัดภูเก็ตจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ ศบค. ซึ่งแบ่งเป็นโซนสีเหลือง หรือเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง เบื้องต้นในเดือนแรก จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาบางส่วน และเชื่อว่าในเดือนต่อ ๆ ไปจะทยอยมาเพิ่มมากขึ้น

ลิงก์ข่าว https://www.tja.or.th/view/tjacofact/1332090