เที่ยวต่างประเทศช่วงนี้ ต้องเตรียมอะไรบ้าง Cofact Special Report #9

Editors’ Picks

Cofact Special Report #9

Fact-Check เที่ยวต่างประเทศช่วงนี้ ต้องเตรียมอะไรบ้าง

English Summary

Holiday season is here, and some Thais are eager to travel abroad again. With the current COVID-19 situation and many countries put their border restriction back, we look at the latest travel and health measures in Singapore, UAE, the US, and the UK. These countries are among dozens of countries that allow Thais who live in Thailand within the past 14 days to travel without quarantine. However, getting all the travel documents ready, including all the COVID tests are not as simple as it once was before COVID. 

ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกที่ประชาชนฉีดวัคซีนได้เป็นจำนวนมากเริ่มปรับมาตรการให้ประชาชนใช้ชีวิตกับโควิด-19 ให้ได้ และเริ่มเปิดประเทศรับนักเดินทางต่างชาติอีกครั้ง อย่างไรก็ตามแทบทุกประเทศยังคงใช้มาตรการควบคุมการแพร่เชื้อ โดยเฉพาะการตรวจหาเชื้อนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศ บางประเทศยังคงใช้มาตรการกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ถึงแม้ไทยเราจะเปิดประเทศและอนุญาตให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้แล้ว แต่การจะเดินทางต่างประเทศแต่ละครั้งจะต้องเตรียมเอกสารการเดินทางมากกว่าช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด ทำให้การเดินทางไปต่างประเทศไม่ได้สะดวกสบายเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเดินทางไม่ได้ หากเราต้องการเดินทางท่องเที่ยวช่วงนี้ เราต้องเตรียมความพร้อมอะไรบ้าง

1. สิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่คนไทยนิยมไปเที่ยว เนื่องจากค่าใช้จ่ายไม่สูง สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ในระยะเวลาสั้นๆ ล่าสุดรัฐบาลสิงคโปร์ประกาศให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศ VTL หรือ Vaccinated Travel Lane นั่นคือชาวไทยและชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดส และอาศัยอยู่ในไทยไม่ต่ำกว่า 14 วันสามารถเดินทางไปสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องกักตัว ซึ่งผู้ที่จะเดินทางไปสิงคโปร์จะต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้:

  • ใบรับรองการฉีดวัคซีนครบตามจำนวนโดสของบริษัทผู้ผลิตยา และต้องเป็นวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (วัคซีนที่ใช้ในไทยทุกตัวได้รับการรองรับจากองค์การอนามัยโลก) หากเป็นการฉีดสูตรไขว้ วัคซีนที่ใช้ฉีดทุกตัวจะต้องได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกเช่นกัน
  • ลงทะเบียนผ่านระบบ Vaccinated Travel Lane ที่เว็บไซต์: https://safetravel.ica.gov.sg/vtl/requirements-and-process#Application 
  • ผู้โดยสารจะต้องเดินทางด้วยเที่ยวบินที่สามารถรับส่งผู้โดยสาร VTL เท่านั้น โดยสังเกตจากตัวอักษร VTL หรือ Vaccinated Travel Lane ขณะทำการจอง หรือสอบถามจากสายการบิน
  • มีเอกสารยืนยันผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ ด้วยวิธี RT-PCR จากสถานพยาบาลชั้นนำเป็นภาษาอังกฤษ ไม่เกิน 48 ชั่วโมงก่อนเดินทาง
  • มีประกันการเดินทางครอบคลุมการรักษาโควิด-19 วงเงินไม่ต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
  • มีใบจองโรงแรมสำหรับพักรอผลตรวจ RT-PCR เมื่อเดินทางถึงสิงคโปร์ อย่างน้อย 1 คืน โดยโรงแรมที่เข้าพักจะต้องผ่านมาตรฐาน SHA ดูรายชื่อโรงแรมได้ที่: https://sha.org.sg/hotel-accommodation 

เมื่อผู้โดยสารเดินทางถึงสิงคโปร์แล้ว จะต้องปฏิบัติตัวดังนี้:

  • เข้ารับการตรวจ RT-PCR ที่สนามบินชางงี สิงคโปร์ ผู้โดยสารสามารถเข้ารับการตรวจแบบ Walk-In หรือจองคิวก่อนเพื่อความสะดวกได้ที่เว็บไซต์: https://safetravel.changiairport.com/ ค่าบริการ 125 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อคน
  • เมื่อตรวจ RT-PCR เสร็จ จะต้องเดินทางไปยังโรงแรมทันทีด้วยรถแท็กซี่ หรือ Grab ห้ามโดยสารรถโดยสารสาธารณะ และไม่แวะระหว่างทาง
  • เมื่อถึงโรงแรมแล้วจะต้องเข้าพักในห้องพัก และอยู่ในห้องจนกว่าจะได้รับผลตรวจ RT-PCR เป็นลบทาง SMS หรืออีเมล จึงจะสามารถออกจากห้องพัก และเที่ยวตามปกติได้
  • ประกาศจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา กำหนดให้ผู้ที่เดินทางเข้ามายังสิงคโปร์ทุกคนจะต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ ATK (หรือ RT-PCR) วันที่ 3 และ 7 หลังจากที่เดินทางมาถึง สามารถตรวจด้วยตนเองที่บ้าน และส่งผลการตรวจผ่านแอปพลิเคชั่น Trace Together หากอยู่ไม่ถึง 7 วัน สามารถส่งผลการตรวจ ATK เฉพาะวันที่ 3 และ/หรือก่อนเดินทางกลับไม่เกิน 72 ชั่วโมง

2. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

ยูเออีเปิดให้ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสเดินทางเข้าประเทศตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อเข้าชมงานนิทรรศการระดับโลก Dubai Expo 2020 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2021 ไปจนถึง 31 มีนาคม 2022 ผู้โดยสารชาวไทยสามารถเดินทางเข้ายูเออีด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว (e-Visa) แบบสมัครทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของสายการบินเอมิเรตส์ และเอธิฮัต เมื่อจองตั๋วเครื่องบินและได้รับวีซ่าเรียบร้อยแล้ว จะต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • ผลการตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางไม่เกิน 72 ชั่วโมง โดยเอกสารแสดงผลการตรวจจะต้องเป็นภาษาอังกฤษ ออกโดยสถานพยาบาลชั้นนำ
  • นำผลการตรวจ RT-PCR ไปแสดงที่เคาท์เตอร์สายการบินเพื่อเช็คอิน

เมื่อผู้โดยสารเดินทางถึงสนามบินดูไบ หรืออาบูดาบี สามารถเดินทางออกจากสนามบินไปยังที่พัก หรือเดินทางท่องเที่ยวในรัฐต่างๆ ของยูเออีได้ทันที อย่างไรก็ตามผู้ที่จะเข้าชมงาน Dubai Expo 2020 จะต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดส (วัคซีนชนิดใดก็ได้) แสดงให้กับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าชมงาน นักท่องเที่ยวไทยสามารถใช้ Vaccine Passport (เล่มสีเหลือง) หรือแอปพลิเคชั่นหมอพร้อมแสดงให้กับเจ้าหน้าที่ได้

3. สหรัฐอเมริกา

สหรัฐอเมริกาเปิดให้นักท่องเที่ยวไทย รวมทั้งผู้ที่ถือวีซ่านักเรียน นักศึกษา วีซ่าทำงาน และผู้ที่มีบัตรพำนักถาวร (กรีนการ์ด) เข้าประเทศได้ โดยผู้ที่จะเดินทางเข้าสหรัฐฯ จะต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • เอกสารแสดงผลการฉีดวัคซีนที่ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) แบบครบโดสตามที่บริษัทผู้ผลิตยากำหนด จะเป็นรูปแบบดิจิทัล (หมอพร้อม) หรือ Vaccine Passport (เล่มสีเหลือง) ก็ได้
  • ผลการตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางไม่เกิน 24 ชั่วโมงเป็นภาษาอังกฤษ ออกโดยสถานพยาบาลชั้นนำ สำหรับผู้ที่มีเหตุผลด้านสุขภาพ หรือไม่สามารถตรวจ RT-PCR ได้ ให้แจ้งเหตุผลความจำเป็นต่อสถานทูตสหรัฐฯ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่: https://th.usembassy.gov/th/waiver-process-for-cdc-order-on-pre-flight-testing-th/ 

เมื่อเดินทางถึงสหรัฐฯ ผู้โดยสารไม่จำเป็นต้องกักตัว แต่ให้สังเกตอาการตัวเองและเข้ารับการตรวจหาเชื้อหากมีอาการป่วย ทั้งนี้บางรัฐ และบางเมืองของสหรัฐฯ จะมีแอปพลิเคชั่นสำหรับติดตามตัว และแสดงผลการฉีดวัคซีนโดยเฉพาะ ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการของเมืองปลายทาง และดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเหล่านั้นให้พร้อมก่อนเดินทาง 

4. สหราชอาณาจักร (อังกฤษ, เวลส์, สกอตแลนด์, ไอร์แลนด์เหนือ)

สหราชอาณาจักรอนุญาตให้คนไทย ทั้งนักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา และผู้พำนักถาวรที่ฉีดวัคซีนครบโดสเดินทางเข้าได้โดยไม่ต้องกักตัว เอกสารที่จะต้องเตรียมได้แก่:

  • หลักฐานการฉีดวัคซีนครบโดสมาไม่ต่ำกว่า 14 วัน โดยจะต้องเป็นวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขของสหราชอาณาจักรรับรอง ได้แก่:
    • ไฟเซอร์ 2 เข็ม
    • โมเดอร์นา 2 เข็ม
    • แอสตราเซเนกา 2 เข็ม
    • ซิโนแวก หรือ ซิโนฟาร์ม 2 เข็ม
    • จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน 1 เข็ม
    • สูตรไขว้ ระหว่างแอสตราเซเนกา กับ ไฟเซอร์ หรือ โมเดอร์นา
    • สูตรไขว้ ระหว่างซิโนแวก หรือ ซิโนฟาร์ม กับ แอสตราเซเนกา ไฟเซอร์ หรือ โมเดอร์นา
  • กรอกข้อมูลการฉีดวัคซีนก่อนเดินทางที่เว็บไซต์: https://www.gov.uk/provide-journey-contact-details-before-travel-uk
  • หลักฐานการตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางไม่เกิน 48 ชั่วโมง https://www.bbc.com/news/business-59517823 และหลักฐานการจองตรวจ RT-PCR อีกครั้งภายใน 2 วันหลังจากเดินทางถึง https://www.gov.uk/find-travel-test-provider

เมื่อเดินทางถึงสหราชอาณาจักร ผู้โดยสารจะต้องปฏิบัติตัวดังนี้:

  • เข้ารับการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ภายใน 2 วัน โดยเดินทางไปตรวจยังสถานพยาบาลที่ทำการจองไว้ จากนั้นให้กักตัวในที่พัก (บ้าน หรือ โรงแรม) จนกว่าจะทราบผล
  • หากผลการตรวจเป็นลบ สามารถออกมาท่องเที่ยวตามปกติได้
  • หากผลตรวจเป็นบวก ให้กักตัวดูอาการในที่พักเป็นเวลา 10 วัน หากอาการไม่ดีขึ้น ให้โทรศัพท์แจ้งสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) เพื่อเข้ารับการรักษาตัวต่อไป

เตรียมความพร้อมก่อนเดินทางกลับ

สิงคโปร์ ยูเออี สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ล้วนเป็นประเทศที่รัฐบาลไทยจัดอยู่ในกลุ่มสีเขียว ซึ่งชาวไทยและต่างชาติที่มาจากสี่ประเทศดังกล่าว และอีกกว่าหกสิบประเทศสามารถเดินทางเข้าไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว ดูรายชื่อประเทศทั้งหมดได้ที่: https://www.mfa.go.th/th/content/updatelist301064-2?page=5f2105b4a014f20ab74ef9c3&menu=5f59b22cc565c81d9874ee62 

อย่างไรก็ตาม คนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศเหล่านี้จะต้องเตรียมเอกสาร และปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ดังนี้:

  • ลงทะเบียนเข้าระบบ Thailand Pass และได้รับการอนุมัติให้เข้าประเทศ ลงทะเบียนที่: https://tp.consular.go.th/ 
  • ใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบโดส สำหรับคนไทยสามารถใช้แอปพลิเคชั่นหมอพร้อม หรือใบรับรองแบบกระดาษที่ออกให้โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ (ไม่ต้องใช้ Vaccine Passport เล่มเหลือง)
  • มีผลตรวจโควิด-19 แบบ RT-PCR จากสถานพยาบาลชั้นนำไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง
  • เอกสารการจองห้องพักโรงแรม SHA+ พร้อมค่าตรวจ RT-PCR หลังเดินทางกลับ ซึ่งโรงแรมส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการจะมีแพคเกจ Test & Go สำหรับผู้ที่เดินทางมาไทย สามารถสอบถามรายละเอียดและจองได้จากโรงแรมโดยตรง

เตรียมเอกสารเหล่านี้ให้พร้อม และแสดงต่อเจ้าหน้าที่สายการบินเพื่อทำการเช็คอิน จากนั้นเมื่อถึงไทยจะต้องแสดงเอกสารเหล่านี้อีกครั้งให้กับเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคที่สนามบินในไทย เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว จะต้องนั่งรถที่โรงแรมจัดเตรียมมาให้ไปยังที่พักและเข้ารับการตรวจ RT-PCR ที่สถานพยาบาลเครือข่ายที่ได้จองไว้ จากนั้นจะต้องอยู่ในห้องพักจนกว่าจะได้รับผลการตรวจเชื้อเป็นลบ จึงจะสามารถออกจากห้องพัก และเดินทางต่อ หรือกลับบ้านได้ โดยปกติจะทราบผลการตรวจไม่เกินหนึ่งวัน

อย่างไรก็ตามมาตรการต่างๆ ทั้งฝั่งไทยและต่างประเทศอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศ ดังนั้นก่อนจะเดินทางเราจะต้องตรวจสอบมาตรการล่าสุดของประเทศปลายทางอีกครั้ง

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม

https://th.usembassy.gov/health-alert-u-s-embassy-bangkok-thailand-3/

เกี่ยวกับผู้เขียน

ธนภณ เรามานะชัย (ไมค์) Fact-checker และ คอลัมนิสต์ประจำ Cofact Thailand 

ปัจจุบันทำหน้าที่วิทยากรด้านการตรวจสอบข้อมูลข่าวและเครื่องมือดิจิทัลด้านข่าวให้กับ Google News Initiative ก่อนหน้านี้เขาเป็นผู้ประกาศข่าวเทคโนโลยีให้กับสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี (Voice TV) และอดีตกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย (FCCT)  https://www.damikemedia.com